โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลิสต์ 10 อันดับกองทุน “SSF-RMF” ผลตอบแทนสูง พ่วงสิทธิลดหย่อนภาษี!

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 17 พ.ย. 2565 เวลา 02.27 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ใกล้ถึงช่วงเวลาส่งท้ายปี 2565 สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนทำงานรู้สึกเสียวสันหลังวาบไปตามๆ กันนั่นก็คือ การที่ต้องคำนวณภาษีเงินได้ และวิธีลดหย่อนนั่นเอง แน่นอนว่าการลดหย่อนภาษีนั้นมีเครื่องมือหลายตัวที่สามารถใช้ได้ และเป็นที่ทราบกันดีว่ากองทุน SSF และ RMF ก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือสามารถซื้อเพื่อได้รับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษี พร้อมคว้าโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนดังกล่าว

สำหรับขั้นบันไดของผู้เสียภาษียิ่งเงินเดือนมากเท่าไรก็ยิ่งต้องจ่ายภาษีมากตามกัน โดยขั้นที่ 1 จากเงินได้สุทธิ 0-150,000 บาทต่อปี จะได้รับการยกเว้นภาษี, ต่อมาขั้นที่ 2 เงินได้สุทธิ 150,000-300,000 บาทต่อปี จะเสียภาษีในอัตรา 5%, ส่วนขั้นที่ 3 เงินได้สุทธิ 300,000-500,000 บาทต่อปี จะเสียภาษีในอัตรา 10% ขณะที่ ขั้นที่ 4 เงินได้สุทธิ 500,000-750,000 บาทต่อปี จะเสียภาษีในอัตรา 15% และขั้นที่ 5 เงินได้สุทธิ 750,000-1,000,000 บาทต่อปี จะเสียภาษีในอัตรา 20%

ทั้งนี้ “ข่าวหุ้นธุรกิจอ่อนไลน์” จึงได้เฟ้นหากองทุน SSF และ RMF ซื้อแล้วสามารถลดหย่อนภาษีได้ มิหนำซ้ำยังมีโอกาสคว้าผลตอบแทนจากการลงทุนได้อีกด้วย ตามข้อมูลอ้างอิงปรากฏในเว็บไซต์ "Morningstar Thailand"

โดยข้อมูล ณ วันที่ 16 พ.ย. 65 สำหรับ 10 อันดับกองทุน SSF ผลตอบแทนระยะยาวสูงสุดย้อนหลัง 1 ปี ได้แก่ กองทุน LH Strategy Equity – ASSF ผลตอบแทน 5.50%, กองทุน LH Strategy Equity– ASSF ผลตอบแทน 5.50%, กองทุน KKP Dividend Equity SSF ผลตอบแทน 5.50%, กองทุน LH Strategy Equity – DSSF ผลตอบแทน 5.40%, กองทุน MFC Mid Small Cap SSF ผลตอบแทน 5.32%, กองทุนPrincipal SET50 Index SSF-SSFX ผลตอบแทน 3.82%

รวมทั้งกองทุน Principal SET50 Index SSF-SSF ผลตอบแทน 3.82%, กองทุน KKP Active Equity SSF ผลตอบแทน 3.45%, กองทุน Krungsri Enhanced SET50 SSF ผลตอบแทน 3.07%, กองทุน KKP SET50 ESG SSFX ผลตอบแทน 2.91% และกองทุน KKP SET50 ESG SSF ผลตอบแทน 2.91%

นอกจากนี้หากย้อนกลับไปดูข้อมูลกองทุน RMF เมื่อสิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมากองทุน RMF มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 3.72 แสนล้านบาท ต่ำกว่าเมื่อสิ้นปี 2564 ราว 6.1% โดยในเดือนตุลาคมมีเงินไหลเข้าสุทธิเกือบ 2 พันล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกันกับเดือนตุลาคมปีที่แล้ว รวมเป็นเงินไหลเข้าสุทธิสะสมรอบ 10 เดือนที่มูลค่า 4.98 พันล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งมีเงินไหลเข้าสุทธิสะสม 7 พันล้านบาท โดยเกิดจากเงินไหลออกสุทธิในช่วง 2 เดือนแรกของปีกว่า 2 พันล้านบาท

ขณะที่กลุ่มกองทุนหุ้นไทยขนาดใหญ่มีเงินไหลเข้าสุทธิสูงสุดเกือบ 6 ร้อยล้านบาท ตามมาด้วยกลุ่มหุ้นเวียดนาม 278 ล้านบาท ขณะที่ทางฝั่งเงินไหลออกเป็นกองทุนตราสารหนี้ในประเทศทั้งระยะสั้นและระยะกลาง-ยาว ขณะที่ภาพของเงินไหลเข้า-ออกสะสมในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมายังมีกลุ่มกองทุนหุ้นจีนไหลเข้าสุทธิมากที่สุด โดยในเดือนตุลาคมกองทุนกลุ่มนี้มีเงินไหลเข้าสูงเป็นอันดับที่ 4 ด้วยมูลค่า 149 ล้านบาท

สำหรับกองทุน RMF ที่ลงทุนหุ้นไทยขนาดใหญ่มีผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุดในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา สะท้อนผลตอบแทนจากการลงทุนหุ้นไทยในปีนี้ที่ถือว่าดีกว่าการลงทุนหุ้นต่างประเทศค่อนข้างมาก เช่นกองทุนหุ้นจีนที่มีผลตอบแทนเฉลี่ย -43.4% หรือหุ้นสหรัฐที่ -41.8% ซึ่งแต่ละตลาดต่างมีปัจจัยเฉพาะที่มีผลกระทบต่อผลตอบแทนจากการลงทุน ขณะที่กลุ่มตราสารหนี้ในประเทศที่แม้จะมีผลตอบแทนติดลบในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แต่ในระยะยาวกองทุนตราสารหนี้ยังเป็นส่วนสำคัญในการจัดพอร์ตการลงทุน

ขณะเดียวกันหากย้อนดูผลตอบแทนของกองทุน RMF ใน 10 อันดับแรกให้ผลตอบแทนสูงสุดในรอบ 1 ปี, 3 ปี, 5 ปี และ 10 ปี เพื่อเป็นตัวเลือกของการลงทุนพร้อมกับซื้อเพื่อเพื่อได้รับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีควบคู่ไปอีกด้วย (รายละเอียดดูจากตารางประกอบแยกตามผลตอบแทนเปอร์เซ็นต์ต่อปี)

10 อันดับผลตอบแทนกองทุน RMF Equity ย้อนหลัง 1 ปี

10 อันดับผลตอบแทนกองทุน RMF Equity ย้อนหลัง 3 ปี (%ต่อปี)

10 อันดับผลตอบแทนกองทุน RMF Equity ย้อนหลัง 5 ปี (%ต่อปี)

10 อันดับผลตอบแทนกองทุน RMF Equity ย้อนหลัง 10 ปี (%ต่อปี)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...