คณะบัญชี จุฬาฯ หนุนผู้นำรุ่นใหม่ สร้างนวัตกรรมยั่งยืนบนเวทีโลก
เปิดวิสัยทัศน์ คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับเป้าหมายสร้างผู้นำรุ่นใหม่ ผนึกพันธมิตร CREATIVE TALK จัดโครงการ เฟ้นหาเยาวชนไอเดียเจ๋ง คิดแผนงานแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และสร้างนวัตกรรมด้านความยั่งยืนสู่เวทีสากล
วันที่ 18 สิงหาคม 2566 เทรนด์การดำเนินธุรกิจยุคนี้ การสร้างกำไรไม่สำคัญเท่ากับการตั้งเป้าหมายสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน เพราะจากนี้ไปทุกธุรกิจต้องให้ความใส่ใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุก ๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่ค้า พนักงาน ชุมชน สังคมโดยรวม พร้อมกับใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะสุดท้ายแล้วจะช่วยสร้างความมั่นคงและเกิดผลลัพธ์เชิงบวกต่อธุรกิจระยะยาว
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ Chulalongkorn Business School (CBS) ในฐานะสถาบันการศึกษาด้านการบริหารธุรกิจ เล็งเห็นความสำคัญของเทรนด์การทำธุรกิจในปัจจุบัน จึงได้มีการนำมาปรับใช้ในหลักสูตรการเรียนการสอน ตามวิสัยทัศน์ “A chief business school perceived as the flagship for life” เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านบริหารธุรกิจให้กับประเทศ
ปัจจุบัน คณะได้รับการยอมรับในระดับโลกในหลากหลายมิติและมาตรฐานรับรองระดับโลกทั้งจากอเมริกา AACSB และยุโรป EQUIS รวมทั้งการสนับสนุนสร้างกิจกรรมสัมพันธ์ต่อยอดองค์ความรู้กับองค์กรต่าง ๆ และทั้งนิสิตเก่าดีเด่น ที่จบออกไปเป็นส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติมากมาย
ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CBS) กล่าวว่า ในฐานะเป็นสถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจ มองว่าเรื่องความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะวันนี้โลกมีการพูดถึงประเด็น ESG (Environmental, Social, Governance) เป็นกรอบหรือแนวคิดที่ทุก ๆ อุตสาหกรรม ต้องตระหนัก และนำมาปรับใช้ในกลยุทธ์ธุรกิจ
ซึ่งหากพูดถึงเรื่อง ESG นั้นเกี่ยวข้องกับหลายด้าน ไม่ใช่แค่การให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้ความสำคัญด้านเศรษฐกิจ สังคม ความโปร่งใส ด้วย เช่น หากคุณจะทำธุรกิจร้านกาแฟ ไม่ใช่แค่งดใช้ถุงพลาสติก หรือหลอดพลาสติก แล้วบอกว่ารักษ์โลกจบ แต่ลักษณะการมอง ESG ต้องใหญ่กว่านั้น เช่น เมล็ดกาแฟที่รับมาจากเกษตรกร ต้องไม่ใช้สารเคมี การได้มาของวัตถุดิบต่าง ๆ ต้องมาอย่างถูกต้อง เป็นธรรม และโปร่งใส่ ต้องมองตั้งแต่จุดเริ่มต้นของธุรกิจ ซึ่งคณะก็พยายามปลูกฝังหลักการเหล่านี้แก่นิสิต
เพราะคณะให้ความสำคัญกับ ESG เป็นกรอบแนวคิดของความเติบโตยั่งยืนทางธุรกิจด้วย 3 หลักคือ ธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนในสิ่งแวดล้อม ธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนใส่ใจรับผิดชอบสังคม และธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนในการด้านธรรมาภิบาล และ SDGs หรือ Sustainable Development Goals จาก UN ซึ่งเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลก และอีกสิ่งหนึ่งที่เราพยายามปลูกฝังคือการทำธุรกิจ ต้องไม่มองเรื่องกำไรอย่างเดียว และการจะสร้างธุรกิจขึ้นมาจะต้องเอาปัญหาสังคมเป็นตัวตั้ง จากเดิมอาจจะเอาลูกค้าเป็นตัวตั้ง ตอนนี้ต้องเปลี่ยนเพราะเทรนด์ของผู้บริโภคเปลี่ยน
“แนวโน้มการทำธุรกิจในยุคปัจจุบันและอนาคตอันใกล้นี้ ทั่วโลกต่างตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ในรั้วมหาวิทยาลัยจึงมีการสรรค์สร้างให้เกิด Young ESG และ Sustainable Development Goals ตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งสถาบันการศึกษาจำเป็นต้องมุ่งเน้นการผลิตบุคลากรคุณภาพให้มีองค์ความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมที่จะเข้าไปขับเคลื่อนธุรกิจยุคใหม่ เป็นการสร้าง Future Leaders to create global sustainability ผู้นำแห่งอนาคตสู่ความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง”
ผลเช่นนี้จึงเป็นที่มาที่เราได้ร่วมกับ CREATIVE TALK เป็นเจ้าภาพในประเทศไทยจัดโครงการพัฒนาผู้นำเยาวชนไทยสู่เวทีสากล The ASEAN-China-India (ACI) Youth Leadership Summit 2023 ชวนนิสิต นักศึกษา บุคคลทั่วไป ร่วมแข่งประกวดแผนงาน ไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม แนวคิดใหม่แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ด้านความยั่งยืนที่พร้อมนำมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม ในธีม “Sustainability-Urban Living”
การแข่งขันครั้งนี้สอดคล้องกับ SDG ในข้อ 11 มีจุดมุ่งหมายทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความครอบคลุม ปลอดภัย มีภูมิต้านทาน และยั่งยืน (Make cities and human settlements inclusive, safe, resilient and sustainable) และข้อ 12 สร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (Ensure sustainable consumption and production patterns)
ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศกล่าวต่อว่า เป้าหมายของโครงการนี้ อย่างแรกคือ อยากสร้างองค์ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับนิสิต นักศึกษา ได้เปิดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างรอบด้าน ทั้งในเวทีในประเทศและระดับสากล โดยเฉพาะเวทีระดับสากลที่มีการต่อยอดไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
ต่อมาอยากสร้างผู้นำในอนาคต ปัจจุบันจะเห็นว่ามีโครงการประกวดมากมาย ซึ่งล้วนเป็นโครงการที่มุ่งพัฒนาทักษะความสามารถของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งผู้นำที่เราอยากสร้างขึ้นมา คือผู้นำที่สามารถมองเห็นปัญหาเศรษฐกิจ สังคมก่อนเป็นอันดับแรก แล้วนำมาต่อยอดสู่การแก้ปัญหา และเกิดเป็นไอเดียใหม่ ๆ ทางธุรกิจ เช่น นิสิตนักศึกษาที่เข้าร่วมอยากสร้างแอปพลิเคชั่นที่เป็นดีลิเวอรี่ หัวใจหลักของการสร้างแอป ไม่ใช่แค่สร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกผู้บริโภคเท่านั้น แต่ต้องวางแผนในเรื่องของการขนส่งด้วย เช่น ยานพาหนะที่ใช้อาจจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด หรือภาชนะขนส่งต้องมีพลาสติกน้อยที่สุด ฯลฯ ซึ่งมันมีไอเดียอะไรใหม่ ๆ ที่มากกว่านั้น และคิดว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่เรามีศักยภาพไม่น้อยไปกว่าประเทศอื่น ๆ
ด้านนายสิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหาร บริษัท ครีเอทีฟทอล์ค จำกัด กล่าวว่า เหตุผลที่เราสร้างการแข่งขันนี้ขึ้นร่วมกับ OSG Youth Alliance ประเทศสิงคโปร์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นสร้างโลกที่ยั่งยืนมากขึ้น รวม 12 ประเทศทั่วโลก เพื่อเป็นตัวแทนไปแข่งที่ประเทศสิงคโปร์ ผู้เข้าสมัครจะแบ่งเป็นทีม และคิดค้นต้นแบบงานสำหรับการนำเสนอนวัตกรรม หรือแนวคิดใหม่ๆ ภายใต้โจทย์ที่คณะกรรมการกำหนด เพื่อค้นหาทีมที่เหมาะสม ตรงตามเกณฑ์การตัดสินมากที่สุด นอกจากนี้ยังจะมีคลาสเรียนพิเศษออนไลน์ เพื่อสอนนักเรียน-นักศึกษา เกี่ยวกับแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) สอนการวางแผน ออกแบบ การทำวิจัยทางสังคม และทักษะในการนำเสนอและอื่น ๆ อีกด้วย
โครงการนี้กำลังมองหา เยาวชนผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์และ ไอเดียเหล่านั้นจะส่งผล ให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่มีหลากหลายอุปสรรคให้ได้อย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่การหาพลังงานทดแทน หรือการปรับวิธีทำธุรกิจของผู้ประกอบการทั่วไปให้กระทบสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด จนไปถึงด้านการเกษตรยั่งยืน รวมถึงการขับเคลื่อนโครงการยั่งยืนนี้ให้เกิดขึ้นในเมืองต่างๆ
สำหรับการประกวด เปิดรับสมัครผู้สนใจตั้งแต่วันนี้ ถึง 21 สิงหาคม 2566 นี้ (การแข่งขันเป็นภาษาอังกฤษ) จำกัด 300 คนเท่านั้น โดยสมัครเข้าร่วมเป็นทีม ทีมละ 5 คน ทีมที่ได้รับการคัดเลือกจากประเทศไทยจะได้เป็นตัวแทนเดินทางไปแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่ประเทศสิงคโปร์ โครงการออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ ทั้ง วีซ่า, เที่ยวบิน, ที่พัก และอาหาร ซึ่งจะมีการจัดงานตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม-3 พฤศจิกายน 2566
ทั้งนี้ การแข่งขันโครงการ The ACI Youth Leadership Summit 2023 แบ่งออกเป็น 2 รอบ และ 1 กิจกรรม เริ่มต้นด้วยการได้เรียน Masterclass จากทางสิงคโปร์ผ่านระบบออนไลน์ ผู้สอบผ่าน Masterclass จะเข้าสู่การแข่งขันรอบที่ 1 เป็นการส่งผลงานพรีเซนเตชั่นตามโจทย์ที่กรรมการมอบให้ เพื่อคัดเหลือ 5 ทีม และ 5 ทีมจะเข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้าย Final Round Thailand จัดขึ้นที่โรงละครการจัดการเภตราลัย คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ กรุงเทพฯ ผู้แข่งขันจะต้องเข้ามาแข่งขันด้วยตัวเอง เพื่อคัดเลือกเหลือ 3 ทีมที่จะไปแข่งขันกับอีก 11 ประเทศ ที่ประเทศสิงคโปร์เป็นเวลา 6 วัน
ผู้ชนะในโครงการจะได้รับการให้คำปรึกษา 3-6 เดือน เพื่อพัฒนาแนวคิด รวมถึงผลงานของทีมที่ชนะจะได้นำมาแสดงในการแข่งขันและการประชุมสุดยอดในครั้งต่อไป และผู้เข้าร่วมการแข่งขันรอบระดับประเทศ รอบชิงชนะเลิศทั้งหมดจะได้สิทธิ์เข้าร่วมเป็น Member ศิษย์เก่าของโครงการ ACIYLS
อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศกล่าวทิ้งท้ายว่า การจัดโครงการร่วมกับ CREATIVE TALK เป็นส่วนหนึ่งในวิสัยทัศน์ของคณะพาณิชย์ ที่อยากจะขับเคลื่อนเรื่องของการสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่สังคม เพราะเรามองว่าความยั่งยืนที่แท้จริงคือปัญหาสังคมต้องถูกแก้ไขและมีความก้าวหน้าไปพร้อมกับการพัฒนาธุรกิจ และทุก ๆ การเติบโตของธุรกิจต้องก้าวไปพร้อม ๆ กับความพึงพอใจของผู้บริโภคด้วย