โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คณะบัญชี จุฬาฯ หนุนผู้นำรุ่นใหม่ สร้างนวัตกรรมยั่งยืนบนเวทีโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ส.ค. 2566 เวลา 09.21 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2566 เวลา 06.50 น.

เปิดวิสัยทัศน์ คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับเป้าหมายสร้างผู้นำรุ่นใหม่ ผนึกพันธมิตร CREATIVE TALK จัดโครงการ เฟ้นหาเยาวชนไอเดียเจ๋ง คิดแผนงานแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และสร้างนวัตกรรมด้านความยั่งยืนสู่เวทีสากล

วันที่ 18 สิงหาคม 2566 เทรนด์การดำเนินธุรกิจยุคนี้ การสร้างกำไรไม่สำคัญเท่ากับการตั้งเป้าหมายสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน เพราะจากนี้ไปทุกธุรกิจต้องให้ความใส่ใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุก ๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่ค้า พนักงาน ชุมชน สังคมโดยรวม พร้อมกับใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะสุดท้ายแล้วจะช่วยสร้างความมั่นคงและเกิดผลลัพธ์เชิงบวกต่อธุรกิจระยะยาว

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ Chulalongkorn Business School (CBS) ในฐานะสถาบันการศึกษาด้านการบริหารธุรกิจ เล็งเห็นความสำคัญของเทรนด์การทำธุรกิจในปัจจุบัน จึงได้มีการนำมาปรับใช้ในหลักสูตรการเรียนการสอน ตามวิสัยทัศน์ “A chief business school perceived as the flagship for life” เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านบริหารธุรกิจให้กับประเทศ

ปัจจุบัน คณะได้รับการยอมรับในระดับโลกในหลากหลายมิติและมาตรฐานรับรองระดับโลกทั้งจากอเมริกา AACSB และยุโรป EQUIS รวมทั้งการสนับสนุนสร้างกิจกรรมสัมพันธ์ต่อยอดองค์ความรู้กับองค์กรต่าง ๆ และทั้งนิสิตเก่าดีเด่น ที่จบออกไปเป็นส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติมากมาย

ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CBS) กล่าวว่า ในฐานะเป็นสถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจ มองว่าเรื่องความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะวันนี้โลกมีการพูดถึงประเด็น ESG (Environmental, Social, Governance) เป็นกรอบหรือแนวคิดที่ทุก ๆ อุตสาหกรรม ต้องตระหนัก และนำมาปรับใช้ในกลยุทธ์ธุรกิจ

ซึ่งหากพูดถึงเรื่อง ESG นั้นเกี่ยวข้องกับหลายด้าน ไม่ใช่แค่การให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้ความสำคัญด้านเศรษฐกิจ สังคม ความโปร่งใส ด้วย เช่น หากคุณจะทำธุรกิจร้านกาแฟ ไม่ใช่แค่งดใช้ถุงพลาสติก หรือหลอดพลาสติก แล้วบอกว่ารักษ์โลกจบ แต่ลักษณะการมอง ESG ต้องใหญ่กว่านั้น เช่น เมล็ดกาแฟที่รับมาจากเกษตรกร ต้องไม่ใช้สารเคมี การได้มาของวัตถุดิบต่าง ๆ ต้องมาอย่างถูกต้อง เป็นธรรม และโปร่งใส่ ต้องมองตั้งแต่จุดเริ่มต้นของธุรกิจ ซึ่งคณะก็พยายามปลูกฝังหลักการเหล่านี้แก่นิสิต

เพราะคณะให้ความสำคัญกับ ESG เป็นกรอบแนวคิดของความเติบโตยั่งยืนทางธุรกิจด้วย 3 หลักคือ ธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนในสิ่งแวดล้อม ธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนใส่ใจรับผิดชอบสังคม และธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนในการด้านธรรมาภิบาล และ SDGs หรือ Sustainable Development Goals จาก UN ซึ่งเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลก และอีกสิ่งหนึ่งที่เราพยายามปลูกฝังคือการทำธุรกิจ ต้องไม่มองเรื่องกำไรอย่างเดียว และการจะสร้างธุรกิจขึ้นมาจะต้องเอาปัญหาสังคมเป็นตัวตั้ง จากเดิมอาจจะเอาลูกค้าเป็นตัวตั้ง ตอนนี้ต้องเปลี่ยนเพราะเทรนด์ของผู้บริโภคเปลี่ยน

“แนวโน้มการทำธุรกิจในยุคปัจจุบันและอนาคตอันใกล้นี้ ทั่วโลกต่างตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ในรั้วมหาวิทยาลัยจึงมีการสรรค์สร้างให้เกิด Young ESG และ Sustainable Development Goals ตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งสถาบันการศึกษาจำเป็นต้องมุ่งเน้นการผลิตบุคลากรคุณภาพให้มีองค์ความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมที่จะเข้าไปขับเคลื่อนธุรกิจยุคใหม่ เป็นการสร้าง Future Leaders to create global sustainability ผู้นำแห่งอนาคตสู่ความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง”

ผลเช่นนี้จึงเป็นที่มาที่เราได้ร่วมกับ CREATIVE TALK เป็นเจ้าภาพในประเทศไทยจัดโครงการพัฒนาผู้นำเยาวชนไทยสู่เวทีสากล The ASEAN-China-India (ACI) Youth Leadership Summit 2023 ชวนนิสิต นักศึกษา บุคคลทั่วไป ร่วมแข่งประกวดแผนงาน ไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม แนวคิดใหม่แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ด้านความยั่งยืนที่พร้อมนำมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม ในธีม “Sustainability-Urban Living”

การแข่งขันครั้งนี้สอดคล้องกับ SDG ในข้อ 11 มีจุดมุ่งหมายทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความครอบคลุม ปลอดภัย มีภูมิต้านทาน และยั่งยืน (Make cities and human settlements inclusive, safe, resilient and sustainable) และข้อ 12 สร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (Ensure sustainable consumption and production patterns)

ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศกล่าวต่อว่า เป้าหมายของโครงการนี้ อย่างแรกคือ อยากสร้างองค์ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับนิสิต นักศึกษา ได้เปิดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างรอบด้าน ทั้งในเวทีในประเทศและระดับสากล โดยเฉพาะเวทีระดับสากลที่มีการต่อยอดไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม

ต่อมาอยากสร้างผู้นำในอนาคต ปัจจุบันจะเห็นว่ามีโครงการประกวดมากมาย ซึ่งล้วนเป็นโครงการที่มุ่งพัฒนาทักษะความสามารถของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งผู้นำที่เราอยากสร้างขึ้นมา คือผู้นำที่สามารถมองเห็นปัญหาเศรษฐกิจ สังคมก่อนเป็นอันดับแรก แล้วนำมาต่อยอดสู่การแก้ปัญหา และเกิดเป็นไอเดียใหม่ ๆ ทางธุรกิจ เช่น นิสิตนักศึกษาที่เข้าร่วมอยากสร้างแอปพลิเคชั่นที่เป็นดีลิเวอรี่ หัวใจหลักของการสร้างแอป ไม่ใช่แค่สร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกผู้บริโภคเท่านั้น แต่ต้องวางแผนในเรื่องของการขนส่งด้วย เช่น ยานพาหนะที่ใช้อาจจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด หรือภาชนะขนส่งต้องมีพลาสติกน้อยที่สุด ฯลฯ ซึ่งมันมีไอเดียอะไรใหม่ ๆ ที่มากกว่านั้น และคิดว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่เรามีศักยภาพไม่น้อยไปกว่าประเทศอื่น ๆ

ด้านนายสิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหาร บริษัท ครีเอทีฟทอล์ค จำกัด กล่าวว่า เหตุผลที่เราสร้างการแข่งขันนี้ขึ้นร่วมกับ OSG Youth Alliance ประเทศสิงคโปร์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นสร้างโลกที่ยั่งยืนมากขึ้น รวม 12 ประเทศทั่วโลก เพื่อเป็นตัวแทนไปแข่งที่ประเทศสิงคโปร์ ผู้เข้าสมัครจะแบ่งเป็นทีม และคิดค้นต้นแบบงานสำหรับการนำเสนอนวัตกรรม หรือแนวคิดใหม่ๆ ภายใต้โจทย์ที่คณะกรรมการกำหนด เพื่อค้นหาทีมที่เหมาะสม ตรงตามเกณฑ์การตัดสินมากที่สุด นอกจากนี้ยังจะมีคลาสเรียนพิเศษออนไลน์ เพื่อสอนนักเรียน-นักศึกษา เกี่ยวกับแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) สอนการวางแผน ออกแบบ การทำวิจัยทางสังคม และทักษะในการนำเสนอและอื่น ๆ อีกด้วย

โครงการนี้กำลังมองหา เยาวชนผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์และ ไอเดียเหล่านั้นจะส่งผล ให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่มีหลากหลายอุปสรรคให้ได้อย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่การหาพลังงานทดแทน หรือการปรับวิธีทำธุรกิจของผู้ประกอบการทั่วไปให้กระทบสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด จนไปถึงด้านการเกษตรยั่งยืน รวมถึงการขับเคลื่อนโครงการยั่งยืนนี้ให้เกิดขึ้นในเมืองต่างๆ

สำหรับการประกวด เปิดรับสมัครผู้สนใจตั้งแต่วันนี้ ถึง 21 สิงหาคม 2566 นี้ (การแข่งขันเป็นภาษาอังกฤษ) จำกัด 300 คนเท่านั้น โดยสมัครเข้าร่วมเป็นทีม ทีมละ 5 คน ทีมที่ได้รับการคัดเลือกจากประเทศไทยจะได้เป็นตัวแทนเดินทางไปแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่ประเทศสิงคโปร์ โครงการออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ ทั้ง วีซ่า, เที่ยวบิน, ที่พัก และอาหาร ซึ่งจะมีการจัดงานตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม-3 พฤศจิกายน 2566

ทั้งนี้ การแข่งขันโครงการ The ACI Youth Leadership Summit 2023 แบ่งออกเป็น 2 รอบ และ 1 กิจกรรม เริ่มต้นด้วยการได้เรียน Masterclass จากทางสิงคโปร์ผ่านระบบออนไลน์ ผู้สอบผ่าน Masterclass จะเข้าสู่การแข่งขันรอบที่ 1 เป็นการส่งผลงานพรีเซนเตชั่นตามโจทย์ที่กรรมการมอบให้ เพื่อคัดเหลือ 5 ทีม และ 5 ทีมจะเข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้าย Final Round Thailand จัดขึ้นที่โรงละครการจัดการเภตราลัย คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ กรุงเทพฯ ผู้แข่งขันจะต้องเข้ามาแข่งขันด้วยตัวเอง เพื่อคัดเลือกเหลือ 3 ทีมที่จะไปแข่งขันกับอีก 11 ประเทศ ที่ประเทศสิงคโปร์เป็นเวลา 6 วัน

ผู้ชนะในโครงการจะได้รับการให้คำปรึกษา 3-6 เดือน เพื่อพัฒนาแนวคิด รวมถึงผลงานของทีมที่ชนะจะได้นำมาแสดงในการแข่งขันและการประชุมสุดยอดในครั้งต่อไป และผู้เข้าร่วมการแข่งขันรอบระดับประเทศ รอบชิงชนะเลิศทั้งหมดจะได้สิทธิ์เข้าร่วมเป็น Member ศิษย์เก่าของโครงการ ACIYLS

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศกล่าวทิ้งท้ายว่า การจัดโครงการร่วมกับ CREATIVE TALK เป็นส่วนหนึ่งในวิสัยทัศน์ของคณะพาณิชย์ ที่อยากจะขับเคลื่อนเรื่องของการสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่สังคม เพราะเรามองว่าความยั่งยืนที่แท้จริงคือปัญหาสังคมต้องถูกแก้ไขและมีความก้าวหน้าไปพร้อมกับการพัฒนาธุรกิจ และทุก ๆ การเติบโตของธุรกิจต้องก้าวไปพร้อม ๆ กับความพึงพอใจของผู้บริโภคด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...