Haenyeo แกงค์อาจุมม่านักดำน้ำแห่งเกาะเชจูที่ freedive หาปลาตั้งแต่ 6 โมงเช้า เพื่อหาเลี้ยงชีพแทนผู้ชาย
หลายคนน่าจะเคยได้ยินหรือผ่านตากันมาบ้าง กับเรื่องราวของเหล่า Haenyeo หรือกลุ่มผู้หญิงรุ่นแม่ป้าย่ายายวัย 60-80 ปีในหมู่บ้านเล็กๆ บนเกาะเชจู ที่หาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักดำน้ำเพื่อจับสัตว์ทะเล พวกเธอกระโจนลงน้ำกันตั้งแต่ 6 โมงเช้า ลงไปจนถึงใต้พื้นทะเล โผล่ขึ้นมาหายใจ แล้วดำลงไปใหม่กว่า 300 รอบต่อวัน พอถึงช่วงเที่ยงหลังพักกินข้าวก็ต้องเอาสัตว์ที่จับขึ้นมาได้ไปขายเพื่อเลี้ยงชีพ และใช้ชีวิตอย่างนี้ในทุกๆ วัน
เหล่า Haenyeo เริ่มวิถีนี้กันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 และในตอนนี้ Haenyeo กำลังเหลือน้อยลงทุกที
Haenyeo ในภาษาเกาหลี แปลได้ว่า ผู้หญิงแห่งท้องทะเล และเหตุที่พวกเธอต้องลงมือทำสิ่งที่ดูจะเป็นงานของผู้ชาย ก็เพราะผู้ชายส่วนใหญ่ในยุคนั้นเสียชีวิตจากสงครามและการออกเรือหาปลา ไม่เพียงเท่านั้น รายได้จากแรงงานของผู้ชายก็ถูกเก็บภาษีค่อนข้างสูง ขณะที่รายได้จากแรงงานผู้หญิงนั้นได้รับการยกเว้น ด้วยเหตุปัจจัยเหล่านี้ พวกผู้หญิงบนเกาะจึงเลือกจะเป็นฝ่ายดำน้ำลงไปหาอาหารทะเล และต่อมาจึงได้กลายเป็นวัฒนธรรมที่จะฝึกเฉพาะผู้หญิงเท่านั้นให้กลายเป็นนักดำน้ำสุดสตรองผู้เชี่ยวชาญในการดำน้ำลงไปหาอาหารทะเลราคาดีอย่าง หอยเป๋าฮื้อ หอยสังข์ หอยเม่น หมึกยักษ์ จนถึงสาหร่ายทะเล ส่วนผู้ชายก็ไม่ได้แปลว่าไม่ทำงาน เขาแค่ทำงานอย่างอื่นเช่นการแล่นเรือประมงหรือค้าขายแทนการดำน้ำตัวเปล่าเท่านั้นเอง
และเหตุที่คุณแม่ Haenyeo ยังคงดำน้ำโดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยใดๆ นั่นเพราะพวกเธออยากจับสัตว์ทะเลเท่าที่ขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์จะทำได้ พวกเธอจะจับเท่าที่ธรรมชาติเอื้ออำนวยให้ โดยไม่จับสัตว์มากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อท้องทะเล นี่คือวิถีชีวิตที่น่าทึ่ง และคงน่าเสียดายหากเรื่องราวของพวกเธอจะต้องหายไปตามกาลเวลา นั่นจึงเป็นเหตุผลให้คนทำหนังชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีอย่างซู คิม (Sue Kim) จับมือกับนักเคลื่อนไหวด้านการศึกษาเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอย่างมาลาลา ยูซาฟไซ (Malala Yousafzai) เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของเหล่า Haenyeo ในหนังสารคดีเรื่อง The Last of Sea Women
“ฉันตกหลุมรักพวกเธอด้วยเหตุผลเดียวกับที่พวกคุณจะได้เห็นในหนัง พวกเธอทั้งโดดเด่น ฉูดฉาด และมั่นใจ พวกเธอเสียงดัง สู้ และหัวเราะอยู่เสมอ พวกเธอเต็มไปด้วยเอเนอร์จี้ในทุกที่ที่ไปโดยไม่เขินอายหรือเงียบหงิมอะไรทั้งนั้น …ฉันตกหลุมรักทั้งพลังและมวลอารมณ์ของพวกเธอตั้งแต่ฉันยังเด็กเลย พอโตขึ้นก็ยังรู้สึกทึ่งอยู่ พวกเธอคือผู้หญิงเกาหลีในเวอร์ชั่นที่ฉันอยากเป็น” คิมเล่าถึงความประทับใจที่เธอมีต่อเหล่า Haenyeo
ทางด้านมาลาลา ยูซาฟไซ กล่าวว่า “ฉันช็อกมากที่ไม่เคยรู้ถึงการมีอยู่ของพวกเธอมาก่อน และน่าจะเหมือนหลายๆ คนที่ยังไม่รู้เหมือนกัน ดังนั้นฉันจึงตอบตกลงทันที” และ “ เมื่อมองไปยังเหล่า Haenyeo และวิธีที่พวกเธอทำงานร่วมกัน มันทำให้ฉันนึกถึงการรวมตัวกันทำบางอย่างของผู้หญิงในทุกที่บนโลก ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับที่ผู้หญิงอัฟกันเรารวมถึงตัวกันเพื่อเรียกร้องสิทธิทางการศึกษาและต่อสู้กับระบบที่กดทับพวกเราอยู่”
เหล่า Haenyeo รวมกลุ่มกันอย่างแข็งแรงในหมู่บ้านเล็กๆ โดยไม่ได้ติดต่อกับคนอื่นๆ บนเกาะเชจูเท่าใดนัก ซึ่งคิมต้องใช้เวลากว่า 2 สัปดาห์กว่าจะเข้าถึงพวกเธอและได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจพอให้ถ่ายทอดชีวิตของพวกเธอผ่านหนังสารคดี และสิ่งที่พวกเธออยากบอกเล่าก็ไม่ใช่แค่การเป็น Haenyeo ‘รุ่นสุดท้าย’ แต่คือความเปลี่ยนแปลงของท้องทะเลที่พวกเธอฝากชีวิตเอาไว้ตั้งแต่เป็นสาวแรกรุ่น ท้องทะเลที่ค่อยๆ เสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ โดยที่แทบไม่มีใครใส่ใจจริงจังอย่างที่ควรจะเป็นพวกเธอไม่ได้โศกเศร้า พวกเธอพร้อมต่อสู้และส่งเสียง และแน่นอน ไม่ใช่เพียงแค่ร่างกายของเธอที่แข็งแรงแต่เรื่องราวของพวกเธอก็ทรงพลังไม่ต่างกัน
อ้างอิง
https://oceanographicmagazine.com/features/last-of-their-kind/#:~:text=The%20Haenyeo%2C%20or%20'women%20of,lives%20at%20sea%20while%20fishing.
https://www.bbc.com/news/articles/c0r8gze5wv4o
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- Haenyeo แกงค์อาจุมม่านักดำน้ำแห่งเกาะเชจูที่ freedive หาปลาตั้งแต่ 6 โมงเช้า เพื่อหาเลี้ยงชีพแทนผู้ชาย
- อิตาลีแบนการรับเด็กอุ้มบุญ จากต่างประเทศซึ่งส่งผลโดยตรง ต่อคู่รัก LGBTQ
- Buku Abi ลูกสาวของนักร้อง R. Kelly เผยอดีตอันเจ็บปวดว่า เธอคือหนึ่งในเหยื่อที่ถูกพ่อแท้ๆ ล่วงละเมิดตั้งแต่เด็ก
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com