โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

Haenyeo แกงค์อาจุมม่านักดำน้ำแห่งเกาะเชจูที่ freedive หาปลาตั้งแต่ 6 โมงเช้า เพื่อหาเลี้ยงชีพแทนผู้ชาย

Mirror Thailand

อัพเดต 21 ต.ค. 2567 เวลา 03.41 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2567 เวลา 03.41 น.
ภาพไฮไลต์

หลายคนน่าจะเคยได้ยินหรือผ่านตากันมาบ้าง กับเรื่องราวของเหล่า Haenyeo หรือกลุ่มผู้หญิงรุ่นแม่ป้าย่ายายวัย 60-80 ปีในหมู่บ้านเล็กๆ บนเกาะเชจู ที่หาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักดำน้ำเพื่อจับสัตว์ทะเล พวกเธอกระโจนลงน้ำกันตั้งแต่ 6 โมงเช้า ลงไปจนถึงใต้พื้นทะเล โผล่ขึ้นมาหายใจ แล้วดำลงไปใหม่กว่า 300 รอบต่อวัน พอถึงช่วงเที่ยงหลังพักกินข้าวก็ต้องเอาสัตว์ที่จับขึ้นมาได้ไปขายเพื่อเลี้ยงชีพ และใช้ชีวิตอย่างนี้ในทุกๆ วัน
เหล่า Haenyeo เริ่มวิถีนี้กันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 และในตอนนี้ Haenyeo กำลังเหลือน้อยลงทุกที
Haenyeo ในภาษาเกาหลี แปลได้ว่า ผู้หญิงแห่งท้องทะเล และเหตุที่พวกเธอต้องลงมือทำสิ่งที่ดูจะเป็นงานของผู้ชาย ก็เพราะผู้ชายส่วนใหญ่ในยุคนั้นเสียชีวิตจากสงครามและการออกเรือหาปลา ไม่เพียงเท่านั้น รายได้จากแรงงานของผู้ชายก็ถูกเก็บภาษีค่อนข้างสูง ขณะที่รายได้จากแรงงานผู้หญิงนั้นได้รับการยกเว้น ด้วยเหตุปัจจัยเหล่านี้ พวกผู้หญิงบนเกาะจึงเลือกจะเป็นฝ่ายดำน้ำลงไปหาอาหารทะเล และต่อมาจึงได้กลายเป็นวัฒนธรรมที่จะฝึกเฉพาะผู้หญิงเท่านั้นให้กลายเป็นนักดำน้ำสุดสตรองผู้เชี่ยวชาญในการดำน้ำลงไปหาอาหารทะเลราคาดีอย่าง หอยเป๋าฮื้อ หอยสังข์ หอยเม่น หมึกยักษ์ จนถึงสาหร่ายทะเล ส่วนผู้ชายก็ไม่ได้แปลว่าไม่ทำงาน เขาแค่ทำงานอย่างอื่นเช่นการแล่นเรือประมงหรือค้าขายแทนการดำน้ำตัวเปล่าเท่านั้นเอง

และเหตุที่คุณแม่ Haenyeo ยังคงดำน้ำโดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยใดๆ นั่นเพราะพวกเธออยากจับสัตว์ทะเลเท่าที่ขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์จะทำได้ พวกเธอจะจับเท่าที่ธรรมชาติเอื้ออำนวยให้ โดยไม่จับสัตว์มากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อท้องทะเล นี่คือวิถีชีวิตที่น่าทึ่ง และคงน่าเสียดายหากเรื่องราวของพวกเธอจะต้องหายไปตามกาลเวลา นั่นจึงเป็นเหตุผลให้คนทำหนังชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีอย่างซู คิม (Sue Kim) จับมือกับนักเคลื่อนไหวด้านการศึกษาเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอย่างมาลาลา ยูซาฟไซ (Malala Yousafzai) เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของเหล่า Haenyeo ในหนังสารคดีเรื่อง The Last of Sea Women

“ฉันตกหลุมรักพวกเธอด้วยเหตุผลเดียวกับที่พวกคุณจะได้เห็นในหนัง พวกเธอทั้งโดดเด่น ฉูดฉาด และมั่นใจ พวกเธอเสียงดัง สู้ และหัวเราะอยู่เสมอ พวกเธอเต็มไปด้วยเอเนอร์จี้ในทุกที่ที่ไปโดยไม่เขินอายหรือเงียบหงิมอะไรทั้งนั้น …ฉันตกหลุมรักทั้งพลังและมวลอารมณ์ของพวกเธอตั้งแต่ฉันยังเด็กเลย พอโตขึ้นก็ยังรู้สึกทึ่งอยู่ พวกเธอคือผู้หญิงเกาหลีในเวอร์ชั่นที่ฉันอยากเป็น” คิมเล่าถึงความประทับใจที่เธอมีต่อเหล่า Haenyeo
ทางด้านมาลาลา ยูซาฟไซ กล่าวว่า “ฉันช็อกมากที่ไม่เคยรู้ถึงการมีอยู่ของพวกเธอมาก่อน และน่าจะเหมือนหลายๆ คนที่ยังไม่รู้เหมือนกัน ดังนั้นฉันจึงตอบตกลงทันที” และ “ เมื่อมองไปยังเหล่า Haenyeo และวิธีที่พวกเธอทำงานร่วมกัน มันทำให้ฉันนึกถึงการรวมตัวกันทำบางอย่างของผู้หญิงในทุกที่บนโลก ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับที่ผู้หญิงอัฟกันเรารวมถึงตัวกันเพื่อเรียกร้องสิทธิทางการศึกษาและต่อสู้กับระบบที่กดทับพวกเราอยู่”

เหล่า Haenyeo รวมกลุ่มกันอย่างแข็งแรงในหมู่บ้านเล็กๆ โดยไม่ได้ติดต่อกับคนอื่นๆ บนเกาะเชจูเท่าใดนัก ซึ่งคิมต้องใช้เวลากว่า 2 สัปดาห์กว่าจะเข้าถึงพวกเธอและได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจพอให้ถ่ายทอดชีวิตของพวกเธอผ่านหนังสารคดี และสิ่งที่พวกเธออยากบอกเล่าก็ไม่ใช่แค่การเป็น Haenyeo ‘รุ่นสุดท้าย’ แต่คือความเปลี่ยนแปลงของท้องทะเลที่พวกเธอฝากชีวิตเอาไว้ตั้งแต่เป็นสาวแรกรุ่น ท้องทะเลที่ค่อยๆ เสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ โดยที่แทบไม่มีใครใส่ใจจริงจังอย่างที่ควรจะเป็นพวกเธอไม่ได้โศกเศร้า พวกเธอพร้อมต่อสู้และส่งเสียง และแน่นอน ไม่ใช่เพียงแค่ร่างกายของเธอที่แข็งแรงแต่เรื่องราวของพวกเธอก็ทรงพลังไม่ต่างกัน

อ้างอิง
https://oceanographicmagazine.com/features/last-of-their-kind/#:~:text=The%20Haenyeo%2C%20or%20'women%20of,lives%20at%20sea%20while%20fishing.

https://www.bbc.com/news/articles/c0r8gze5wv4o

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...