โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

รู้ตัวอีกทีวาฬน้อยผู้นี้ก็กลายเป็นที่รักของเหล่ามนุษย์แล้ว

นิยาย Dek-D

อัพเดต 20 พ.ค. 2567 เวลา 09.05 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2567 เวลา 09.05 น. • OfficeOnlybook
คำโปรย จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเจ้าแห่งท้องทะเลอย่าง ‘วาฬเพชฌฆาต’ กลายเป็นเด็กหญิงน้อยวัยสามขวบครึ่ง!

ข้อมูลเบื้องต้น

รู้ตัวอีกทีวาฬน้อยผู้นี้ก็กลายเป็นที่รักของเหล่ามนุษย์แล้ว
虎鲸妹妹三岁半
*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้บริษัท โอลลี่บุ๊คส์ จำกัด ***

ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%

สงวนลิขสิทธิ์

ผู้แต่ง : 苏糖 ผู้แปล : ทีมงาน onlybook
เรื่องย่อ

เท่าที่จำความได้ ฉันคือลูกวาฬเพชรฆาตน้อยที่แข็งแกร่งที่สุด ฉลาดที่สุด และน่ารักที่สุด ไม่ใช่เหรอ? ทำไมอยู่ดี ๆ ฉันถึงกลายมาเป็นมนุษย์เด็กวัยสามขวบครึ่งได้เล่า! แต่ก็เอาเถอะ ยังไงก็มีพ่อผู้ใจดีจากตระกูลฉินมาอุปการะฉันแล้ว แถมเขายังสัญญาว่าจะให้อาหารฉันแบบไม่อั้นด้วย เข้าทางวาฬอ้วน! จากนี้ไปฉันจะใช้ชีวิตเป็น ‘ฉินอิงอิง’ เป็นลูกสาวแสนสวยของพ่อ! เป็นน้องสาวที่น่ารักของพี่ชาย! เป็นกำลังใจให้ฉันด้วยนะ!

บทที่ 1 เด็กน้อยน่ารักที่แสนจะแอ๊บแบ๊ว

บทที่ 1 เด็กน้อยน่ารักที่แสนจะแอ๊บแบ๊ว

ณ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเอินเคอ

ผอ.จางพูดออกมาอย่างลำบากใจ “คุณฉินอี้หานครับ คุณจะไม่พิจารณาดูอีกสักหน่อยเหรอครับ?”

แววตาของฉินอี้หานผู้สวมชุดสูทและรองเท้าหนังยังคงไม่เปลี่ยนแปลง “เธอนี่แหละครับ”

เมื่อผอ.จางมองเด็กน้อยอายุสามขวบครึ่งผู้สูงไม่ถึงเข่าของฉินอี้หานก็รู้สึกกังวลขึ้นมา

เจ้าของร่างเล็กดูบอบบาง เธอมีหน้าตางดงามและรูปร่างจ้ำม่ำ แก้มหนั่นแน่นตามแบบฉบับทารกแสนน่ารักน่าชัง

ผิวขาวนวล ผมสีดำขลับ และตากลมโตราวกับลูกองุ่นดูเป็นประกาย หากใช้ตาคู่นี้จ้องมองใครก็ย่อมทำให้คนคนนั้นใจละลายจนยอมมอบทุกอย่างให้เธอ

แต่ว่า… คนเราไม่มีใครสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์

เพราะกลัวว่าหากเด็กถูกส่งกลับจะได้รับผลกระทบทางจิตใจ เขาจึงกัดฟันพูดออกมาว่า

“คุณฉินอี้หานครับ เด็กคนนี้กินเก่งนะครับ”

ฉินอี้หานยิ้มบาง “ผอ.จางคิดว่าตระกูลฉินเลี้ยงเด็กอายุสามขวบครึ่งไม่ไหวเหรอครับ?”

อีกฝ่ายไม่รู้จะตอบออกไปอย่างไร “…”

ตระกูลฉินเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวง ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาคือฉินอี้หาน ผู้ถือหางเสือของอาณาจักรธุรกิจแห่งเมืองหลวง

หากเขาเลี้ยงดูทุกคนไม่ได้ก็ควรไปกินขี้อยู่กับแมลงปีกแข็งซะเถอะ!

ผอ.จางดิ้นรนอย่างถึงที่สุด “คุณฉิน เด็กคนนี้พูดไม่ได้ ได้แต่ร้อง ‘แงงง…’ กับร้อง ‘ฮือออ…’ นะครับ”

ฉินอี้หานพูดเสียงเรียบ "งั้นต่อไปก็เรียกเธอว่าฉินอิงอิง ฟังดูนุ่มนวลน่ารักแล้วก็เพราะด้วย"

ผอ.จาง “…”

ไม่ใช่แบบนี้สิ!

ถึงผู้นำแห่งฉินกรุ๊ปอย่างคุณจะไม่อยากแต่งงานมีลูก แต่หากรับเด็กพูดไม่ได้ไปเลี้ยง คุณไม่นึกถึงจิตใจของท่านฉิน พ่อของคุณบ้างหรือครับ ?

ผอ.จางพูดด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด “คุณฉินอี้หานครับ สมองของเด็กคนนี้… อาจจะไม่ค่อยดีนัก”

ตั้งแต่ ผอ.จางเก็บเธอมาจากชายหาดจนถึงตอนนี้ ถ้าตัดเรื่องกินได้นอนได้ และมีหน้าตาสะสวยโดดเด่น เธอก็มีข้อบกพร่องร้ายแรงอยู่หนึ่งอย่าง

…เหมือนว่าเธอจะมีภาวะปัญญาอ่อน

ฉินอี้หานขมวดคิ้วและมองลงไปที่เด็กหญิงผู้มีผิวขาวน่าทะนุถนอม

“อิงอิง”

เรียกเธอเหรอ?

ฉินอิงอิงร้องออกมาโดยไม่รู้ตัว “แงงงง…”

เสียงของเด็กน้อยฟังดูนุ่มนวลและออดอ้อนไปในตัว

ผอ.จางเงียบงัน "…"

บางครั้งเขาก็รู้สึกว่าเด็กน้อยน่ารักน่าชัง แต่บางครั้งก็รู้สึกสงสาร

ถ้าไม่ใช่เพราะสติปัญญามีปัญหา เด็กน้อยน่าทะนุถนอมเหมือนตุ๊กตาแบบนี้จะถูกทิ้งขว้างได้ยังไง ?

ผอ.จางลูบหัวเธอเบา ๆ หลังจากที่ถอนหายใจออกมาแล้ว เขาก็หันไปมองฉินอี้หาน

"เธอเป็นแบบนี้คุณฉินยังจะอยากรับเลี้ยงอีกไหมครับ ?"

ฉินอี้หานไม่ได้ตอบกลับในทันที เขาคุกเข่าลงและมองตาของอิงอิง

ดวงตาองุ่นกลมโตและสดใสจ้องทะลุลงไปถึงก้นบึ้ง ฉินอี้หานผู้จริงจังและเย็นชามาโดยตลอดมีรอยยิ้มอ่อนโยนซึ่งหาได้ยากผุดขึ้นมาบนใบหน้าอันหล่อเหลา

เขาประคองแขนเล็กที่มีเนื้อแน่นของเด็กน้อยก่อนจะถามเธอทีละคำช้า ๆ

"อิงอิง เธอเต็มใจกลับบ้านกับฉันไหม?"

ฉินอิงอิงกะพริบตากลมโตสีดำปริบ ๆ ลูกตากลมโตเปล่งประกายราวกับคริสตัล

เต็มใจ เต็มใจมากเลย!

เธอได้ยินหมดทุกอย่าง

คนคนนี้เลี้ยงดูเธอได้

ไม่สนที่เธอกินเยอะ

และไม่สนที่เธอพูดภาษาคนไม่ได้ด้วย!

ในฐานะลูกวาฬแห่งแปซิฟิก ฉินอิงอิงยังอายุไม่ถึงสี่ขวบดีด้วยซ้ำ

แต่เธอฉลาดกว่าเพื่อนร่วมฝูงตั้งแต่เกิด และรู้หลายสิ่งที่ยาย แม่ พี่ชาย และลุงของเธอไม่รู้

อย่างเช่น เรื่องที่พวกเรากับมนุษย์อาศัยอยู่ร่วมกันบนโลก วาฬเพชฌฆาตอย่างพวกเราเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและอาศัยอยู่ในมหาสมุทร ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งท้องทะเล

เธอเป็นวาฬเพชฌฆาตแปซิฟิกที่มีลำตัวสีดำและสีขาว จุดสีขาวรูปไข่หลังดวงตาที่ทำให้เหล่าพวกมันดูน่ารักเป็นอย่างยิ่ง

น้ำหนักตัวของพวกเราเป็นสิ่งที่คนชื่นชอบ พวกมนุษย์คำนวณน้ำหนักของเราด้วยหน่วยเป็นตัน เรามีดวงตาที่ภาษามนุษย์ให้คำนิยามว่าเหมือนกับลูกองุ่น

ลองจินตนาการดูสิ ทั้งลำตัวมีแค่สีดำกับสีขาวมันน่ารักจะตายไป

วาฬเพชฌฆาตเป็นสัตว์กินเนื้อที่ดุร้ายโดยธรรมชาติและอาศัยอยู่เป็นฝูง ดังนั้นจึงไม่กลัวฉลามขาวที่ดุร้าย
ความกลัว… มันคืออะไรกันน่ะ?

ในโลกของวาฬเพชฌฆาต ทุกสิ่งอย่างสามารถกินได้หมด!

ฉลามขาวก็เป็นแค่อาหารจานเล็กจานหนึ่ง พวกเราเป็นวาฬที่หาอาหารได้สบาย ๆ

ถ้าถามว่ามีอะไรที่ไม่กินจริง ๆ บ้าง?

ก็ต้องเป็นสิ่งที่กินเข้าไปแล้วไม่อยากกินอีกเป็นครั้งที่สองน่ะสิ!

ผู้ชายตรงหน้าตอนนี้ไม่ถือสาที่เธอกินเยอะ แถมยังหน้าตาดีเหมือนวาฬเพชฌฆาตด้วย… อีกทั้งยังเลี้ยงเธอได้อีก!

ไปอยู่กับเขาต้องดีมากแน่นอน!

ถึงอาหารของสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าจะอร่อย แต่เธอกินมากเกินไปจริง ๆ

และเธอก็อยากกินเนื้อมาก ๆๆๆ กว่านี้ด้วย!

ถึงคุณปู่ ผอ.จะดีกับเธอเหลือเกิน แต่เงื่อนไขของสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้ามีจำกัด เขาให้อาหารเธอเยอะกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว

แน่นอนล่ะ ถ้าเขาให้เยอะกว่านี้ เด็กคนอื่นก็คงจะหิวจนไส้กิ่ว

อย่าถามว่าทำไมวาฬเพชฌฆาตในมหาสมุทรแปซิฟิกตัวน้อยอย่างเธอถึงรู้อะไรมากมายขนาดนี้

…เพราะเจ้าตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

ราวกับว่าเธอเกิดมาพร้อมกับความสามารถในการเข้าใจภาษาของมนุษย์

ถึงได้บอกว่าเธอฉลาดไงล่ะ!

ฉินอิงอิงโผเข้าหาอ้อมกอดของฉินอี้หานอย่างไม่ลังเล ถึงขนาดที่ว่าใช้หัวเล็ก ๆ ของตนคลอเคลียคอของอีกฝ่ายเบาๆ

อื้ม!

เด็กน้อยยังไม่คุ้นเคยกับการที่ครีบทั้งสองกลายเป็นมือ ก็เลยเคยชินกับการใช้หัวถูไถเพื่อแสดงความสนิทสนมและความชอบพอมากกว่า

"แงงงง…"

ผอ.จางนิ่งไป “…”
เขาน้ำตารื้นขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ เจ้าตัวเล็กจะชอบคุณฉินมากเกินคาด นี่เป็นโมเมนต์ที่หาได้ยากจริง ๆ

ถ้าคุณฉินไม่ถือสาเรื่องที่เธอบกพร่อง นับจากนี้ไปเด็กเจ้าตัวเล็กคนนี้ก็จะมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขและราบรื่นอย่างแน่นอน

แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว!

ผอ.จางหวังว่าเจ้าตัวเล็กทุกคนในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจะมีบ้านที่ดี มีครอบครัวที่มีความสุขและสมบูรณ์แบบ

“เจียงฮุย ไปทำเรื่องรับเลี้ยงเด็กกับคุณจาง”

เจียงฮุยซึ่งเป็นผู้ช่วยที่ทำตัวเหมือนล่องหนมาอยู่ตลอดเดินออกมาข้างหน้าก้าวหนึ่ง “ครับ!”

ด้วยเหตุนี้ วาฬแปซิฟิกตัวน้อยจึงกลายมาเป็นเจ้าหญิงของตระกูลฉิน ซึ่งเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวง

ฉินอี้หานอุ้มเธอขึ้นมาด้วยตัวเอง ทันทีที่ถูกอุ้มสูงขึ้นจากพื้น ฉินอิงอิงก็ตกใจจนรีบกอดคอใหญ่ของผู้ที่จะเลี้ยงของอร่อยให้เธอกินมากมายอย่างน่ารัก

เด็กน้อยอายุสามขวบครึ่งมีกลิ่นหอมของนมอ่อน ๆ เพราะตัวอ้วนกลมมีเนื้อเยอะ เวลาอุ้มขึ้นมาถึงรู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่ม

ฉินอี้หานเคร่งขรึมมาโดยตลอด แต่เมื่อได้กอดสิ่งมีชีวิตตัวเล็กน่ารัก รอยยิ้มจาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา

เมื่อรู้ว่าตัวเองได้รับเลี้ยงเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ต่างจากเด็กคนอื่น เขาจึงอ่อนโยนและระมัดระวังเป็นพิเศษ

ฉินอี้หานสังเกตเห็นว่าเจ้าตัวเล็กทั้งประหม่าและกลัว เขาจึงลูบหลังของอีกฝ่ายเบา ๆ

"ไม่ต้องกลัว พ่ออยู่นี่แล้ว"

ฉินอิงอิงเบิกตาที่กลมโตราวลูกองุ่นสีดำขลับ เธอหันไปจ้องมองคนน่ารักที่ต้องการรับเธอไปเลี้ยง

“เอ๋?”

ไม่นึกเลยว่าคนให้อาหารจะอยากเป็นพ่อของเธอ?

พ่อของเธอเป็นวาฬเพชฌฆาตแปซิฟิกที่ดุร้าย ทรงพลังและหล่อมากเลยนะ!

เขาหนักสิบกว่าตันเลยด้วย!

น้ำหนักอย่างคนให้อาหาร เป็นได้แค่เศษอาหารที่ติดตามซอกฟันของพ่อเท่านั้นแหละ…

ไม่สิ!

วาฬเพชฌฆาตอย่างพวกเราไม่ชอบกัดเหยื่อด้วยฟัน เพราะฟันนั้นสำคัญมาก ปกติแล้วเราจะกลืนเหยื่อทั้งเป็นได้เลยเพื่อไม่ให้ทำลายสุขภาพฟันมากนัก

นอกเสียจากว่าจะเจอกับพวกฉลามขาวตัวใหญ่ เพราะฉลามขาวขับถ่ายทางผิวหนังจึงมีกลิ่นคล้ายปัสสาวะ ดังนั้นหลังจากล่าฉลามขาวแล้ว พวกเราจะฉีกร่างฉลามขาวด้วยฟันและกินเฉพาะตับ

วาฬเพชฌฆาตอย่างพวกเราทั้งน่ารักทั้งดุร้ายทั้งอาจหาญในเวลาเดียวกัน

ฉินอี้หานคิดว่าเจ้าตัวเล็กน่าจะฟังเขาพูดรู้เรื่อง เพราะเห็นอีกฝ่ายทำหน้าราวกับไม่เชื่อหู อีกทั้งในดวงตาองุ่นยังฉายแววรังเกียจเล็กน้อย

ชายหนุ่มพลันมีความสุขขึ้นมา

เขาหยิกแก้มอ้วน ๆ ของเจ้าตัวเล็กเบา ๆ อย่างอดใจไม่ได้

“ฉันรับเลี้ยงเธอแล้ว ต่อจากนี้ฉันคือพ่อของเธอ”

เมื่อนึกถึงที่ผอ.จางบอกว่าเจ้าตัวเล็กกินจุ ฉินอี้หานก็พูดเสริมขึ้นอีกหนึ่งประโยค

“มากับพ่อ มีเนื้อให้กินนะ!”

ลูกวาฬน้อยแปซิฟิกทิ้งพ่อผู้ทรงพลังและหล่อเหลาอย่างวาฬเพชฌฆาตแปซิฟิกไว้ข้างหลังทันที

เธอไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ!

ที่นี่ไม่ใช่แปซิฟิก เด็กน้อยยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปจึงได้แต่ต้องเกาะขาเขาไว้ก่อน!

ฉินอิงอิงกอดแขนของพ่อผู้เป็นคนให้อาหารและจุ๊บคางของเขา

ปากเล็ก ๆ นุ่มนิ่มถูไถไปตามสันกรามคมพลางส่งเสียงเล็กแหลมออกมา

"งือออ"

ดีจัง ดีจังเลย!

ฉินอี้หานผู้เย็นชามาโดยตลอดถูกการกระทำกับเสียงเล็กเสียงน้อยของเจ้าตัวเล็กทำให้ใจละลายในชั่วพริบตา

การคาดเดาของเขาไม่ผิด เจ้าตัวเล็กเข้าใจความหมายของเขาจริง ๆ

เมื่อจินตนาการว่าต่อจากนี้จะมีเด็กผู้หญิงตัวน้อยน่ารักแบบนี้อยู่เคียงข้างเขา ประธานฉินที่เย็นชาเคร่งขรึมจากก้นบึ้งของหัวใจมาโดยตลอดก็กลายเป็นคนที่สงบนุ่มนิ่มในทันที

ผู้นำตระกูลฉินอย่างฉินอี้หานไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจากนี้ชีวิตในอนาคตของเขาจะมีสีสันและน่าตื่นเต้นมากขนาดไหนจากการที่มีอิงอิง…

บทที่ 2 พบกันครั้งแรก

บทที่ 2 พบกันครั้งแรก

ขณะอยู่บนรถ มือเล็ก ๆ ของฉินอิงอิงเกาะขอบหน้าต่างมองทิวทัศน์ข้างนอกด้วยดวงตาโตสีดำขลับ

อาคาร!

ตึกสูงเสียดฟ้า!

รถยนต์!

ผู้คนสัญจรไปมา!

ทั้งที่เห็นเป็นครั้งแรกแท้ ๆ แต่เธอกลับไม่รู้สึกแปลกตาแม้แต่น้อย

มหัศจรรย์จริง ๆ

แต่หากจะถามเหตุผล เจ้าตัวเล็กก็ไม่รู้เหมือนกัน

ในสมองของเธอมีสำนวนหนึ่งผุดขึ้นมาคือ ‘รู้แบบงู ๆ ปลา ๆ’

แต่รู้แบบงู ๆ ปลา ๆ คืออะไร เธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

ฉินอิงอิงเอียงศีรษะและคิดหนักอย่างอดไม่ได้ว่า บางทีเธออาจจำได้ว่าสิ่งเหล่านี้มาจากไหนหากเธอพยายามอย่างจริงจัง

แต่หลังจากเกิดมา วาฬนมตัวน้อยก็ใช้ชีวิตอยู่ในมหาสมุทรมาโดยตลอด เธอรู้ศัพท์ของพวกคุณยาย แม่ พี่ชาย และลุงมากมาย ไม่ว่าจะพยายามคิดอย่างไร สุดท้ายคำตอบก็วนไปวนมาเป็นขดยากันยุง

ช่างเถอะ ๆ!

ตอนนี้เธอกลายเป็นมนุษย์แล้ว ต่อไปใช้ชีวิตบนผืนแผ่นดินก็ต้องรู้ความเป็นมาพวกนี้

ฉินอิงอิงไม่ทำให้ตัวเองลำบากใจจึงตัดสินใจเลิกคิดเรื่องยุ่งยาก

ตอนนี้ท้องของเธออิ่มแล้ว อีกทั้งยังรู้สึกสบายตัว ผ่านไปได้ไม่นาน มือเล็กนุ่มนิ่มที่เกาะอยู่บนกระจกรถก็หล่นลงมา

ฉินอี้หานใช้มือถือถ่ายคลิปวิดีโอ พลางประคองเจ้าตัวน้อยไว้อย่างรวดเร็วขณะที่อีกฝ่ายเอนตัวล้มไปข้างหน้า ก่อนชายหนุ่มจะอุ้มเธอขึ้นมากอดไว้ในอ้อมแขน

ฉินอิงอิงรู้สึกสบายจนครางฮือ เห็นพ่อผู้เลี้ยงดูคนใหม่เป็นแผ่นหลังกว้างของแม่วาฬตัวอ้วนและกลิ้งไปมาเป็นวงกลมอย่างออดอ้อน

เมื่อฉินอี้หานมองเด็กน้อยในอ้อมกอดาที่จู่ ๆ ก็กลิ้งไปกลิ้งมา เขาพลันจับขาสั้นอวบอั๋นให้พลิกตัว

เพราะอีกฝ่ายขยับมากจนทำเสื้อร่นขึ้นมา เผยให้เห็นผิวเนียนของท้องเล็ก ๆ ที่ทั้งขาวและกลม

แต่เด็กน้อยไม่รู้เลยสักนิด เธอเอียงหัวในอ้อมแขนของเขา และนอนกรนอย่างสบายใจ

พุงเล็กกลมเป็นก้อนขยับขึ้นลงสูงต่ำตามเสียงกรนของเด็กน้อย ฉินอี้หานเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้

ที่แท้เด็กก็น่ารักแบบนี้นี่เอง…

ชายหนุ่มเอาเสื้อของเด็กน้อยลงมา ก่อนดึงผ้านวมบาง ๆ ออกจากเก้าอี้ข้าง ๆ มาคลุมตัวของเธอไว้ เขากอดเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขนแล้วหลับไป

แต่ผ่านไปไม่ถึงวินาที เขาก็ลืมตาขึ้นอีกครั้งเพื่อหยิบมือถือออกมาส่งคลิปวิดีโอของเด็กน้อยที่ถ่ายเอาไว้

ณ คฤหาสน์เยว่หัว บ้านเดี่ยวสามชั้นหลังหนึ่ง

เยี่ยนลี่เฉิงที่อ่านหนังสืออยู่ได้รับคลิปวิดีโอที่ส่งมาทางวีแชตของคุณอาฉิน เขาตกใจเล็กน้อย แต่ก็กดเปิดดูด้วยสีหน้าเรียบเฉย ปราศจากความรู้สึกใด ๆ

ในคลิปคือเด็กน้อยอายุสามขวบครึ่งซึ่งกำลังเกาะหน้าต่างรถชมวิวด้านนอก

เขาเห็นใบหน้าของเจ้าตัวเล็กได้เพียงครึ่งซีก และเพราะพิกเซลของมือถือดีมาก เขาเลยเห็นผิวขาวเนียนเป็นมันเงาของเด็กน้อย รวมถึงเนื้อหนั่นแน่นของมือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างที่เกาะหน้าต่างรถ

เด็กน้อยขนตาเรียวยาว ผมนุ่มฟู ดูเหมือนตุ๊กตายัดนุ่นมาก แต่ให้ความรู้สึกดีกว่าตุ๊กตาพวกนั้นหลายพันเท่า
สายตาจ้องมองไปข้างนอก ตอนแรกดูประหลาดใจ ต่อมาก็นิ่งสงบและเปลี่ยนเป็นมองไปสุดลูกหูลูกตา… และเริ่มหาวจนหลับไปในที่สุด…

เยี่ยนลี่เฉิงที่เย็นชามานานหลุดขำออกมาอย่างอดไม่ได้

เขาส่งข้อความวีแชตไป

‘นี่ลูกของอาฉินเหรอ?’

เขารู้ว่าวันนี้อาฉินออกไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเพื่อเลือกเด็กสักคนมาเลี้ยงดู ซึ่งเด็กคนนั้นจะกลายเป็นลูกสาวของอาฉินที่นับตั้งแต่นี้ไปจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ด้วยกัน

เพียงแต่เขาแปลกใจที่อาฉินเลือกลูกสาวแทนที่จะเป็นลูกชาย ยังไงอาฉินก็ไม่มีความคิดที่จะแต่งงาน

แต่ฉินกรุ๊ปจะไม่มีทายาทผู้สืบทอดไม่ได้

ฉินอี้หานตอบกลับเร็วมาก

‘อื้ม เธอชื่อฉินอิงอิง อายุสามขวบครึ่ง น่ารักมากเลย หลังจากนี้จะอยู่ด้วยกันกับเรา’

เยี่ยนลี่เฉิงเห็นข้อความที่อาฉินตอบกลับแล้วเบิกตาโตเล็กน้อย

เขากับอาฉินส่งข้อความวีแชตกันน้อยมาก ปกติจะโทรคุยกัน

อาฉินเป็นคนที่เคร่งขรึมเย็นชา ตัวเยี่ยนลี่เฉิงเองก็มีนิสัยสุขุมเยือกเย็นแบบนั้นเหมือนกัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องผิดปกติที่พวกเขาทั้งคู่จะสนทนากันนานกว่าหนึ่งนาที

ทว่าวันนี้นอกจากส่งข้อความวีแชตกันหนึ่งครั้ง

คุณอาฉินยังตอบกลับมาหลายตัวอักษรขนาดนี้อีก

ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะชอบลูกสาวที่สดใส สดใหม่เหมือนออกมาจากเตาคนนี้มากเลย

เยี่ยนลี่เฉิงเปิดดูวิดีโอสั้น ๆ อีกครั้งอย่างอดใจไม่ได้ ดูจบแล้วมุมปากก็กระตุกขึ้นมา

‘ผมรู้แล้ว อาจะพาอิงอิงกลับมากี่โมง ผมจะไปรับ’

ฉินอี้หานยังคงตอบกลับเร็วเหมือนเดิม

‘อีกครึ่งชั่วโมง ผอ.จางบอกว่าอิงอิงกินเก่งมา บอกให้ป้าแม่บ้านเตรียมมื้อเที่ยงไว้เยอะหน่อย!’

‘ได้ครับ’

เยี่ยนลี่เฉิงไม่อ่านหนังสือแล้ว เขาออกจากห้องหนังสือชั้นสอง ลงไปที่ชั้นหนึ่งเพื่อถ่ายทอดคำพูดของอาฉินให้กับป้าแม่บ้านทราบ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ประตูใหญ่ของคฤหาสน์ก็ถูกเปิดออก รถคาเยนน์จอดอยู่ลานด้านนอก

พอรถจอด ฉินอิงอิงก็ตื่นพอดี

เมื่อเห็นว่าพ่อผู้ให้อาหารอุ้มอยู่ เธอก็อดไม่ได้ที่จะถูไถเขาอย่างสนิทสนม

“งือออ”

ขอบคุณนะ เหนื่อยแย่เลย!

เสียงเล็ก ๆ น่าฟังมาก ฉินอี้หานที่ใบหน้าเพิ่งจะบึ้งตึงเผยรอยยิ้มออกมา

“อิงอิง ถึงบ้านแล้ว”

ฉินอี้หานมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเยี่ยนลี่เฉิงวิ่งออกมาจากในบ้านก็แนะนำให้อิงอิงรู้จักอย่างไว

“อิงอิง นั่นคือเยี่ยนลี่เฉิง หลังจากนี้เรียกเขาว่าพี่ลี่เฉิงก็ได้”

“อื้ม”

โอเค จำได้แล้ว

พี่ลี่เฉิง!

เดิมทีฉินอี้หานวางแผนจะสอนเด็กน้อยเรียกในรถ ผลคือเด็กน้อยขึ้นรถเดี๋ยวเดียวก็หลับแล้ว พอเห็นเธอหลับลึก เขาก็ทำใจปลุกเธอไม่ลง

ช่างเถอะ ๆ

อิงอิงเพิ่งจะอายุสามขวบครึ่ง ยังมีเวลาเหลืออีกมาก ยังมีเวลาสอนอีกเยอะ

อาการสุดยอดคุณพ่อหลงลูกเริ่มกำเริบแล้ว แต่คุณพ่อฉินยังไม่รู้ตัวเลย

เจียงฮุยเปิดประตูรถ เดิมทีฉินอี้หานคิดจะอุ้มเด็กน้อยลงจากรถ

ผลคือเด็กน้อยเคลื่อนไหวเร็วอย่างกับลม เธอหลุดรอดออกจากอ้อมแขนของเขาไปได้ ขาอ้วนป้อมเหมือนแคร์รอตทั้งสองข้างยังไม่ถึงพื้น ทว่าเธอถอยลงอย่างปุบปับทำให้ตัวเองร่วงจากที่นั่งลงไปที่พรมในรถ ก่อนจะถลาลงไปที่พื้น เห็นแล้วฉินอี้หานก็อดขำไม่ได้

เลี้ยงเด็กน้อยน่ารักสักคนเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุดจริง ๆ ด้วย

วาฬนมน้อยเป็นมิตรมาตั้งแต่เด็ก กับพี่ชายตัวน้อยใส่สูทสีขาวดำที่ยืนอยู่ข้างนอกยิ่งไม่ต้องพูดถึง

“งือออ”

พี่ลี่เฉิง สวัสดีค่ะ

เดิมทีเยี่ยนลี่เฉิงคิดจะช่วยรับน้องสาวตัวน้อยลงจากรถ ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นน้องสาวตัวน้อยกลิ้งลงมา ด้วยความเร็วที่ไม่ได้ช้าเลยสักนิด

หลักลงจากรถก็เธอก็เดินวนรอบเขา วนได้สองรอบก็วิ่งไปอยู่ตรงหน้า ทักทายเขาด้วยรอยยิ้มและดวงตาที่เหมือนกับเม็ดองุ่น

แต่เด็กคนนี้ยังเล็กมาก เยี่ยนลี่เฉิงฟังไม่ออกว่าอิงอิงตัวน้อยพูดว่าอะไร
เขาโน้มตัวลงเพื่ออุ้มเธอขึ้นมาจากพื้น ใบหน้าไร้ความรู้สึกใด ๆ ที่เหมือนกับผู้เป็นอาเผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมา

“สวัสดี อิงอิงตัวน้อย ฉันคือพี่ลี่เฉิงของเธอ”

ปีนี้เยี่ยนลี่เฉิงอายุสิบขวบ แต่มีส่วนสูงถึงร้อยเจ็ดสิบแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าเขาดูผอมลงเล็กน้อย หากบอกว่าเขาเป็นนักเรียนมัธยมปลายก็คงไม่มีใครไม่เชื่อ

บวกกับท่าทีนิ่งเงียบเก็บตัว เคร่งขรึมยิ้มยากมาตลอด ไอคิวกับอีคิวสูง ฉินอี้หานไม่เคยมองว่าเขาเป็นเด็กอายุสิบขวบธรรมดา ๆ ตั้งแต่เขามารับช่วงต่อหลังจากเกิดเรื่องขึ้นในตระกูลเยี่ยน

เด็กน้อยมองพ่อผู้ให้อาหาร ก่อนหันไปหาพี่ชายผู้ให้อาหารอีกที เธอชอบสุด ๆ ไปเลย

ตอนนี้มาตรฐานเบ้าหน้าของคนให้อาหารสูงขนาดนี้แล้วเหรอ?

แถมยังสวมเสื้อสีที่เธอชอบ เป็นหนุ่มหล่อในสูทสีขาวดำทั้งคู่อีก!

ใส่สูทเหมือนกับวาฬตัวอ้วนกลมสุดหล่อสุดสวยที่สวมสูทอย่างพวกเราเลย!

เธอชอบมาก ๆ

ดังนั้นวาฬนมแปซิฟิกตัวน้อยจึงไม่ปิดบังความชอบของตนและจุ๊บไปบนใบหน้าหล่อเหลาอันเลอค่าของพี่ชายผู้ให้อาหาร

“งืออ”

พี่ลี่เฉิง ฉันชื่อฉินอิงอิง ปีนี้อายุสามขวบครึ่งแล้ว

เด็กน้อยสังเกตเห็นว่าตอนนี้ปลายหูเล็ก ๆ ของหนุ่มน้อยเยี่ยนลี่เฉิง พี่ชายผู้ให้อาหารที่หล่อเหลาและเลอค่าของเธอแดงหมดแล้ว!

บทที่ 3 วาฬอ้วนกลืนข้าวในคำเดียว

บทที่ 3 วาฬอ้วนกลืนข้าวในคำเดียว

เมื่อฉินอี้หานลงจากรถมาเห็นฉากนี้ก็ยิ้มอย่างอดไม่ได้

เป็นอีกครั้งที่เขารู้สึกว่าตนเองเลือกได้อย่างชาญฉลาด เด็กน้อยน่ารักนุ่มนิ่ม น่ารักมากขนาดที่ทำให้เยี่ยนลี่เฉิงที่ไม่เคยดูชอบด็กมาก่อนใจละลายได้

เขาอุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นมาก่อนจะตบไหล่ของเยี่ยนลี่เฉิงเบา ๆ

“ไป กลับบ้านกันเถอะ”

เยี่ยนลี่เฉิงก้มหน้าลงมองอ้อมกอดที่ว่างเปล่าและมองไปที่อิงอิงตัวน้อยซึ่งถูกอาฉินอุ้ม เธอกำลังเงยหัวเล็ก ๆ มองหน้าของเขาด้วยตาที่เหมือนองุ่น จากนั้นเด็กหนุ่มก็รีบร้อนตามไป

เมื่อมาถึงห้องรับแขก ฉินอี้หานวางเด็กน้อยลงบนโซฟาตัวกว้างนุ่มนิ่ม

“อิงอิงตัวน้อยหิวรึยัง?”

เดิมทีฉินอิงอิงไม่ได้รู้สึกหิวเลย

แต่ถ้ามีให้กิน เธอก็ไม่เคยปฏิเสธ

ในฐานะวาฬตัวน้อยแสนบริสุทธิ์ ชีวิตของเธอมักจะกินอิ่มแล้วนอน เมื่อนอนจนอิ่มก็เล่น เมื่อเล่นจนพอก็กินอีกครั้ง

หากใช้ภาษาคนในการนิยาม เธอก็คือลูกทูนหัวที่ไม่ต้องทำอะไรเองเพราะมีคนทำให้หมดทุกอย่าง

ลูกวาฬเพชฌฆาตเป็นวาฬที่สมควรได้รับความรักมากที่สุดในฝูง ขอแค่ในฝูงวาฬเพชฌฆาตมีชีวิตใหม่ถือกำเนิด ญาติและเพื่อนฝูงจะมาเยี่ยมเยียนแสดงความยินดีเหมือนกับกับครอบครัวของมนุษย์

“อื้ม”

กินได้นะ!

เธอไม่หิว แต่เธอกินได้

เยี่ยนลี่เฉิงนึกถึงข้อความวีแชตที่อาฉินส่งมาก่อนหน้านี้ เขาคิดว่าอิงอิงตัวน้อยหิวแล้วจึงให้ป้าแม่บ้านช่วยจัดโต๊ะมื้อเที่ยงให้และจูงมืออิงอิงตัวน้อยไปที่ห้องทานอาหาร

โต๊ะอาหารค่อนข้างสูง สัดส่วนของเก้าอี้และโต๊ะอาหารสร้างมาสำหรับผู้ใหญ่

ตอนนี้ฉินอิงอิงเป็นเด็กอายุสามขวบครึ่ง แถมยังเป็นเจ้าก้อนกลมที่จ้ำม่ำและไม่สูงนัก

เยี่ยนลี่เฉิงวางเธอบนเก้าอี้แล้วนั่งลง มองดูอีกที เห็นแต่เพียงก้อนขนดกสีดำเข้ม จากนั้นก็เป็นดวงตากลมโตสีดำที่เหมือนกับเม็ดองุ่น…

เธอเหมือนเจ้าเห็ดน้อยที่ผุดขึ้นมาข้างโต๊ะเลย เจ้าเห็ดน้อยมีดวงตาที่สดใส กลมโต อีกทั้งยังมีชีวิตชีวาด้วย

ดวงตาคู่นั้นจ้องไปยังจานอาหารที่มีกลิ่นหอมหวนบนโต๊ะ ดวงตาเต็มไปด้วยคำว่า ‘อยากกินจัง ๆๆ’

ไม่เพียงแค่นั้น จากมุมมองของเขา เขายังเห็นขาอ้วนท้วนของอิงอิงตัวน้อยที่ดิ้นไปมาอยู่ด้านล่าง เหมือนว่าอยากจะพยายามเหยียบอะไรบางอย่างเพื่อปีนขึ้นไปด้วย

แต่ใต้เก้าอี้มีเพียงความว่างเปล่า อิงอิงตัวน้อยยังคงหายใจหอบเหนื่อย ตาที่เหมือนเม็ดองุ่นกะพริบถี่ แก้มเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย

เยี่ยนลี่เฉิง “…”

อิงอิงตัวน้อยน่ารักถึงขั้นฆ่าคนได้เลย!

ฉินอี้หานถอดสูทตัวนอกออกและมองเห็นฉากนี้พอดีจึงหัวเราะออกมาอีกครั้งอย่างอดไม่ได้

เด็กน้อยตัวเล็กเกินไปแล้วจริง ๆ!

ทั้งเล็กทั้งนุ่มนิ่ม เขาขำมากเสียจนไหล่สั่น

เขาเดินตรงไปอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาและให้เธอนั่งบนตัก

“อิงอิงตัวน้อย พ่อจะอุ้มลูกกินข้าวนะ”

เยี่ยนลี่เฉิงที่เพิ่งเตรียมตัวจะอุ้มอิงอิงตัวน้อยได้แต่เซ็งอยู่ในใจ “…”

เหมือนว่าเขาจะช้าไปหนึ่งก้าว

เพราะได้เห็นฉากน่ารักน่าเอ็นดูของอิงอิงตัวน้อยเมื่อกี้ เขาจึงเหม่อลอยไปหน่อย!

ฉินอี้หานก้มหน้าถามเด็กน้อย “อิงอิงอยากกินอะไร?”

ฉินอิงอิง ‘ยืดตัวสูงขึ้น’ อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นจานอาหารที่มีกลิ่นหอมเตะจมูก เธอก็ขยับปากส่งเสียงดัง

เจ้าตัวเล็กยื่นมือออกมา เผยให้เห็นท่าทางราวกับจะลูกวาฬแปซิฟิกที่อยากจะกินอาหาร แขนเล็กมีเนื้อเยอะโบกไปมา ทำท่าทางชี้ไปข้างในปาก

“งือออ”

อยากกิน อยากกินทั้งหมดเลย!

อาหารทั้งหมดนี้ใกล้จะเข้ามาอยู่ในท้องของวาฬเพชฌฆาตตัวอ้วนแล้ว

ถึงปริมาณจะเยอะกว่าที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอยู่มาก แต่ก็นะ… ตอนอยู่ที่นั่นเธอกินอิ่มจริง ๆ กี่มื้อกัน

เยี่ยนลี่เฉิงคีบซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานมาวางลงในชามใบเล็กตรงหน้าน้องสาวตัวน้อย

“อิงอิงตัวน้อย ลองชิมซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานดูสิ ทั้งนุ่มทั้งเปื่อยยุ่ย ละลายในปากเลยล่ะ”

วาฬเพชฌฆาตตัวน้อยรู้ว่านี่คือเนื้อ เธอโหยหาที่จะกินเนื้อมาก

ถึงขนาดลืมไปแล้วว่าผอ.จางบอกว่าต้องใช้ส้อมกิน เจ้าตัวน้อยจึงก้มหัวมุดลงไปในชามข้าว

เป็นการกินอาหารท่ามาตรฐานอย่างดุร้ายของเหล่าวาฬเพชฌฆาต

ฉินอี้หานตกใจ

เยี่ยนลี่เฉิงเองก็ชะงักไปเช่นกัน

หนุ่มหล่อเล็ก หนุ่มหล่อใหญ่ลอบมองหน้ากันโดยอัตโนมัติ

อิงอิงตัวน้อยคงหิวมากเลยนะเนี่ย!

แค่ชั่วพริบตา เจ้าตัวน้อยก็กลืนซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานเข้าไปแล้ว

มันทั้งนุ่มทั้งเปื่อยจริงด้วย!

เธอไม่รู้จริง ๆ ว่ามันจะติดฟันรึเปล่า เพราะเธอกลืนมันลงไปเลย

ใช่!

ในช่วงเวลาหนึ่งเธอลืมว่าตอนนี้ตัวเองเป็นมนุษย์ เธอยังคิดว่าตัวเองเป็นวาฬเพชฌฆาตตัวน้อยอยู่

ดังนั้น…

วินาทีต่อมาจึงเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นกับฉินอิงอิง

“แค่ก…”

“แค่ก ๆ…”

เยี่ยนลี่เฉิงที่นั่งอยู่ข้างเธอสังเกตเห็นสีหน้าที่ดูไม่ค่อยดีของอิงอิงตัวน้อยได้ทันที

“อิงอิงตัวน้อย เป็นอะไรไป?”

เด็กหญิงสำลักซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานชิ้นเล็ก ๆ จนแทบจะหายใจไม่ออก

ดีที่ไม่ได้ทำให้เหล่าวาฬเพชฌฆาตขายหน้า

เธอนิ่งไปเพราะกลืนซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานชิ้นนั้นลงคอไปแล้ว

จึงรู้สึกเจ็บคอนิดหน่อยเท่านั้น

ฉินอิงอิงยื่นมืออันอวบอ้วนออกมาแล้วแตะคอของตัวเอง ทำให้ฉินอี้หานกับเยี่ยนลี่เฉิงสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของอีกฝ่าย

“อิงอิงตัวน้อย เป็นอะไรไป?”

“เอ๋?”

ไม่เป็นไร ๆ ก็แค่ไม่ทันระวังนิดหน่อย ตอนนี้แก้ปัญหาได้แล้ว

ถ้าเธอสำลักซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานจนตาย คงเป็นเรื่องน่าอับอายสำหรับเหล่าวาฬเพชฌฆาตที่ทั้งดุร้ายและน่ารัก

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา สัตว์ทะเลจำนวนมากเสียชีวิตจากอวนจับปลาลอยน้ำและสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดอื่น ๆ มากมาย แต่เธอจะไม่ยอมเป็นวาฬเพชฌฆาตตัวแรกที่สำลักตายหลังจากกินซี่โครงขนาดเท่ากุ้งฝอยแน่!

เธอกลัวว่าจะถูกเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ทั้งมหาสมุทรขำจนตาย

ส่วนพวกวาฬเพชฌฆาตฝูงอื่น…

ช่างเถอะ ๆ!

วาฬเพชฌฆาตไม่สื่อสารกันด้วยภาษา วาฬเพชฌฆาตทุกเผ่าพันธุ์มีภาษาของตัวเอง

ถ้าเธอขายหน้า เผ่าพันธุ์อื่นก็ไม่รู้หรอก!

แต่ที่กลัวคืออาจจะมีสิ่งมีชีวิตที่ไม่คาดคิดเหมือนเธอซึ่งเกิดมาฉลาดกว่าญาติในฝูงมากกว่า

เธอไม่ได้รู้แค่ภาษาวาฬยักษ์แปซิฟิก ภาษาของวาฬยักษ์แอนตาร์กติก เธอก็พูดได้อยู่นิดหน่อย

ฉินอิงอิงกลัวว่าเรื่องฉาวพวกนั้นจะไปถึงหูวาฬที่ผ่านไปผ่านมา เธอยังมีพี่ชายอีกสามคนนะ!

โอ๊ย!

เจ้าตัวเล็กเผลอคิดมากไปหน่อย

เมื่อหันมาเห็นพ่อผู้เป็นคนให้อาหารกับพี่ชายผู้เป็นคนให้อาหารมองเธออย่างกังวลใจ เจ้าวาฬน้อยก็แยกเขี้ยวยิงฟัน

“ฮี่ ๆๆ!”

ดูสิ วาฬอ้วนตัวน้อยของเราไม่เป็นไรจริง ๆ อย่าห่วงไปเลย

คุณพ่ออย่างฉินอี้หานไม่ห่วงไม่ได้อยู่แล้ว

เขาเพิ่งจะมั่นใจอยู่หน่อย ๆ กับลี่เฉิงไปเมื่อกี้

ว่าเจ้าตัวน้อยกลืนซี่โครงลงคอไปโดยไม่แม้แต่จะเคี้ยว

ใช่!

กลืนไปแล้ว!

โชคดีที่เยี่ยนลี่เฉิงคิดว่าอิงอิงตัวน้อยยังเด็กมาก กลัวว่าเธอจะเอากระดูกข้างในซี่โครงออกมาไม่ได้ เลยเอากระดูกออกให้ก่อน

ถ้าไม่ได้เอาออกมา อิงอิงตัวน้อยที่กลืนเนื้อลงไปโดยไม่แม้แต่จะเคี้ยว คงได้รับผลร้ายที่ยากจะจินตนาการถึงแน่ ๆ

ฉินอี้หานซึ่งไม่แม้แต่จะกะพริบตาเมื่อเจอกับกระสุนยี่สิบล้านนัดยังตกใจจนเหงื่อออกท่วมแผ่นหลัง

“อิงอิงตัวน้อย ตอนกินข้าวจะกลืนเลยไม่ได้นะ ต้องเคี้ยวก่อน”

เพราะกลัวว่าเด็กน้อยจะไม่เข้าใจ ฉินอี้หานจึงคีบขึ้นฉ่ายขึ้นมาหนึ่งชิ้นเข้าไปในปากแล้วเคี้ยวช้า ๆ ก่อนจะกลืนลงไป

หลังจากที่ทำสิ่งนี้ เขาก็มองดวงตากลมโตของเด็กน้อยและถามเธอ

“อิงอิงตัวน้อย เข้าใจมั้ย?”

“งือออ”

รู้แล้ว ๆ ๆ

วาฬยักษ์อย่างฉันจะจำไว้ว่าต้องใช้ส้อมและกลืนลงคอในคำเดียวไม่ได้

แต่หากให้ฟันของวาฬเพชฌฆาตกินแบบนี้ มันจะไม่พังก่อนเหรอ?

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...