โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ซ้อนแผนปล้น 36 ชม. ทลายซุ้มโจรเบอร์1 แห่งหนองจอก แก๊งทางเดินเสือ

Khaosod

อัพเดต 08 เม.ย. 2567 เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. 2567 เวลา 06.53 น.
ซ้อนแผนปล้น 36 ชม. ทลายซุ้มโจรเบอร์1 แห่งหนองจอก แก๊งทางเดินเสือ

ซ้อนแผนปล้น 36 ชั่วโมง ทลายซุ้มโจรเบอร์ 1 แห่งหนองจอก รวบ 3 เสือ แก๊งทางเดินเสือ พร้อมสมุมร่วม ปล้น ฆ่า ค้ายา ค้าอาวุธ ค้นเซฟเฮ้าส์ อึ้ง เจอสาววัย15ร่วมด้วย

เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 8 เม.ย.2567 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. ร่วมกับเจ้าหน้าที่สืบนครบาล ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัวแก๊ง "ทางเดินเสือ" 6 ราย คือ

นายณัฐวุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) หรือ ไอ้เสือ อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.1352/2566 ลงวันที่ 20 ธ.ค. 66 ข้อหา "ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกันมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันลักทรัพย์"

ซ้อนแผนปล้น 36 ชั่วโมง ทลายซุ้มโจรเบอร์ 1 แห่งหนองจอก รวบ 3 เสือ แก๊งทางเดินเสือ พร้อมสมุมร่วม ปล้น ฆ่า ค้ายา ค้าอาวุธ

ซ้อนแผนปล้น 36 ชั่วโมง ทลายซุ้มโจรเบอร์ 1 แห่งหนองจอก รวบ 3 เสือ แก๊งทางเดินเสือ พร้อมสมุมร่วม ปล้น ฆ่า ค้ายา ค้าอาวุธ

ประวัติการก่อคดีมาอย่างโชกโชน พ.ศ.2563 ก่อเหตุร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1ฯ, พ.ศ.2564 ก่อเหตุร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1ฯ, พ.ศ.2564 ก่อเหตุร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พ.ศ.2566 ก่อเหตุร่วมกันพยายามฆ่า, ร่วมกันลักทรัพย์ (ตามหมายจับ),

นายนวพล (ขอสงวนนามสกุล) หรือ เสือเก๋า อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.341/2567 ลงวันที่ 4 มี.ค.67 ข้อหา ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปฯ พบเบาะแสว่าเคยร่วมกับ นายอารักษ์ (ขอสงวนนามสกุล) ก่อคดี ปล้น ฆ่า ฉ้อโกง อาวุธปืน มาหลายคดี และหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน,

นายอารักษ์ (ขอสงวนนามสกุล) หรือ เสือกี้ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.341/2567 ลงวันที่ 4 มี.ค.67 ข้อหา ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปฯ พบเบาะแสว่าเคยร่วมกับ นายนวพล ก่อคดี ปล้น ฆ่า ฉ้อโกง อาวุธปืน มาหลายคดี และหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน,

นายบูรพา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี, น.ส.ปริษา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี, น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี โดยทั้ง 6 คน ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่า "ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต"

ตรวจยึดปืนเถื่อนจำนวน 9 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน โดยจับกุมและตรวจค้นที่บ้านหลังหนึ่ง ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก จ.กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากมีประชาชนร้องขอให้สืบนครบาลช่วยปราบ แก๊งทางเดินเสือ ซุ้มโจรแห่งหนองจอก เป็นที่หวาดผวาและเอือมระอาของประชาชนในพื้นที่ละแวกชานเมือง ตระเวนก่อเหตุ ปล้น ฆ่า ค้ายา ค้าอาวุธ จนเป็นที่หมายหัวของตำรวจในพื้นที่ แต่เจ้าตัวสามารถหลบหนีการจับกุมแล้วยังมีการฝากจดหมายน้อยมาเยอะเย้ยตำรวจว่า "จับผมไม่ได้หรอก"

โดยตระเวนก่อเหตุ ปล้น ฆ่า ค้ายา ค้าอาวุธ มีเบาะแสว่าแก๊งนี้กบดานอยู่ในละแวกหนองจอกเท่านั้น จากวงรอบการก่อเหตุ ภูมิศาสตร์ และเบาะแสจากสายข่าวล่าสุดว่าเห็นซุ้มโจรนี้ซุ่มอยู่ละแวกร้านสะดวกซื้อ ย่านถนนเรียบวารี

ทำให้เกิดวิเคราะห์ว่า "ต้องมีการปล้นเกิดขึ้นแน่" ส่งชุดสืบสวนพิเศษลงพื้นที่เฝ้าละแวกที่น่าจะมีการปล้นเกิดขึ้นกว่า 36 ชั่วโมงที่ชุดสืบสวนกินนอนและเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บนรถ จนกระทั่งวันที่ 8 เม.ย. เวลาประมาณ 03.30 น. ชุดสืบสวนเห็นรถต้องสงสัยมาจอดซุ่มและมีการปล่อยคนลงไปดูลาดเลาในร้านสะดวกซื้อ

จึงนำกำลังเข้ารวบตัว 2 เสือ ลูกสมุนของหัวหน้าแก๊งไว้ได้ ก่อนจะนำตัวบุกไปเข้าค้นเซฟเฮ้าส์ลับที่ ไอ้เสือ หัวหน้าแก๊งกบดานอยู่ เมื่อชุดสืบสวนไปถึง ไอ้เสือไหวตัวทันกระโดดปีนกำแพงหลังบ้านหนี ชุดสืบสวนเข้าไปในป่ากบ

แต่เจ้าหน้าที่ไหวตัวทันไล่ล่าไปอย่างกระชั้นชิด สุดท้ายไอ้เสือหนีไม่รอดเพราะได้รับบาดเจ็บจากการกระโดดปีนกำแพงทำให้แขนหัก (เดิมหักอยู่แล้วกำลังรักษา) ถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด จากการตรวจค้นในเซฟเฮ้าส์พบปืนเถื่อน 9 กระบอก โดยชุดสืบสวนสามารถจับกุมตัวคนร้ายในเซฟเฮ้าส์ได้ทั้งสิ้น 6 ราย

หลังการจับกุม พล.ต.ต.ธีรเดช สั่งการขยายผลถึงที่สุด จนชุดสืบสวนพบข้อมูลว่า แก๊งนี้เรียกได้ว่า เป็นพ่อค้าอาวุธปืนรายใหญ่ในย่านหนองจอก พบประวัติการขายอาวุธปืนเถื่อนแล้วกว่า 2,000 กระบอก ด้วยวิธีการโดยการ “ตบ” หรือ “ยึดปืน” เอามาจากเด็กวัยรุ่นในย่านดังกล่าว เอามาสะสมรวมกันในคลังแสง ก่อนจะประกาศขายทางช่องทางออนไลน์ โดยจะขายในราคากระบอกละตั้งแต่ 10,000-20,000 บาท

เมื่อลูกค้าที่ตกเป็นเหยื่อได้หลงเข้ามาสั่งซื้อปืนจากแก๊งนี้ ซึ่งได้วางกลอุบายไว้เป็นแบบแผน จะนัดลูกค้าให้มารับของด้วยตนเอง แต่เมื่อลูกค้ามาถึงจุดนัดหมาย ตรวจสอบสินค้าแล้วโอนเงินให้ตามที่ได้ตกลงไว้ คนร้ายกลับได้ยกพวกกว่า 10 คน รุมล้อมและใช้อาวุธปืนจี้ปล้นทั้งเงินและปืนกลับไป ซึ่งขณะนี้มีผู้ได้รับความเสียหายจากการก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว ไม่ต่ำกว่า 20 ราย

จากการสอบสวน นายนว และ นายอารักษ์ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ว่า ก่อนเกิดเหตุ นายเสือ หัวหน้าแก๊ง ได้รู้จักและเป็นเพื่อนกับนายเก๋า หัวโจกและนายกี้ มาตั้งแต่สมัยวัยเด็กชั้นประถม ก่อนจะได้แยกย้ายกันไปและโคจรกลับมาพบกันอีกครั้งเมื่อทุกคนอายุได้ประมาณ 17 ปี

ซึ่งในขณะนั้น พวกของตนได้เริ่มเกเรและมักจะมีเรื่องกับกลุ่มคู่อริต่าง ๆ อยู่บ่อยครั้ง ทำให้เริ่มสนใจการเก็บสะสมอาวุธปืนในลักษณะที่เป็นปืนไทยประดิษฐ์ จนเมื่อประมาณต้นปี 2566 นายเก๋าได้เคยสั่งซื้ออาวุธปืนจากทางออนไลน์ และกำลังจะเดินทางไปรับพัสดุที่ได้สั่งซื้อไว้ แต่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้พร้อมกับของกลางเป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก

ทำให้ต้องโทษคดีเป็นครั้งแรก และได้เข้าไปอยู่ในเรือนจำประมาณ 10 วัน ก่อนจะได้ประกันตัวออกมาต่อสู้คดีจนถึงปัจจุบัน หลังจากนายเก๋าได้ประกันตัวออกมา กลับมารวมกลุ่มกันตั้งแก๊ง “ทางเดินเสือ” โดยมีนายเสือเป็นหัวโจก และได้เริ่มสะสมอาวุธปืนมากขึ้น

โดยจะสั่งซื้อจากทางออนไลน์ในราคากระบอกละ 500-2,000 บาท และบางครั้งก็จะใช้วิธีการ “ตบ” หรือยึดปืนเอาจากคนอื่นมาเป็นของตน จากนั้นจึงได้เริ่มขายอาวุธปืนทางออนไลน์ ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กและไลน์

โดยในช่วงรุ่งโรจน์ตนเองกับพวกเคยมีรายได้จากการขายปืนมากสุด เดือนละประมาณ 20,000 บาทต่อคน ส่วนอาวุธปืนของกลางที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดได้วันนี้ เป็นปืนของสะสมของนายเสือ นายเก๋า และนายกี้

ส่วนอาวุธปืนที่ได้แพ็กใส่กล่องพัสดุเรียบร้อยแล้วนั้น นายเก๋า กับนายกี้ เตรียมจะไปส่งขายในราคา 5,000 บาท แต่ลูกค้ายังไม่ได้โอนเงินจึงยังไม่ได้นำไปส่ง ก่อนจะได้มาถูกจับกุมในวันนี้

ส่วน นายณัฐวุฒิ หรือ เสือ ยังปากแข็ง เลือกตัดขาดโยนความผิดให้เพื่อนรับเต็ม ๆ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เช่นเดียวกันกับ ผู้ถูกจับอีก 3 คน ที่ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาโดยอ้างว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นใดในการค้าขายอาวุธปืนเถื่อนมาก่อนหลังจับกุมตัว ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ส่งพนักงานสอบสวน สน.หนองจอก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ซ้อนแผนปล้น 36 ชม. ทลายซุ้มโจรเบอร์1 แห่งหนองจอก แก๊งทางเดินเสือ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...