โฆษกศาลเสียใจพ่อจำเลยโดดตึกศาล ให้สติอย่าคิดสั้น คดียังอุทธรณ์ฎีกาได้
โฆษกศาลเสียใจพ่ออดีตเวรเปล รพ.ราชวิถี จำเลยต้องโทษคุกตลอดชีวิตกระโดดชั้น 8 ศาลอาญา เจ็บสาหัสเเขนขาหัก ยันศาลพิจารณาตามพยานหลักฐานในสำนวนไม่พบข้อผิดปกติ คดียังอุทธรณ์ฎีกาได้ อยากให้สังคมตะหนักเเก้ปัญหาถูกทางตามกฎหมายอย่าคิดสั้น เผยคำพูดก่อนโดด”หากนำตัวลูกผมไปจำคุกตลอดชีวิต ผมขอไปด้วยดีกว่า”
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 27 มีนาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีเหตุประชาชนกระโดดลงมาจากชั้น 8 ได้รับบาดเจ็บ แขน-ขาหัก ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทราบชื่อต่อมาคือนายอัครเดช เครือนาค อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นบิดาของนายภัทรพงศ์ เครือนาค หรือต้อย อายุ 24 ปี จำเลย ที่ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต คดีใช้อาวุธมีดแทงฟันผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย
โดยคดีดังกล่าวเป็นคดีที่ เมื่อวันที่10 มิ.ย.60 นายภัทรพงศ์ เครือนาค หรือต้อย อดีตพนักงานเวรเปล รพ.ราชวิถี ประจำสถาบันโรคผิวหนัง ลูกชายนายอัครเดช ใช้มีดฟันคอนายสัญชาย วันงาม อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โรงพยาบาลราชวิถี จนเสียชีวิต ก่อนขับรถหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา ก่อนที่นายภัทรพงศ์จะขับรถยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนไปจอดทิ้งไว้ภายในลานจอดรถโครงการบ้านเอื้ออาทร รังสิตคลอง 1 ตึก 17 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่จึงสอบสวนขยายผลจนนายภัทรพงศ์มอบตัวที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 12 มิ.ย.2560 ที่ผ่านมา
วันนี้ศาลนัดอ่านคำพิพากษา เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณา 811 ซึ่งศาลพิพากษาว่าจำเลย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 288,371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม เป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฆ่าผู้อื่น จำคุกตลอดชีวิต ฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุสมควร ปรับ 1,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ริบอาวุธมีดของกลาง
ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาคาดว่าสร้างความเสียใจเเก่นายอัครเดช จึงตัดสินใจกระโดดลงมาจากชั้น 8 ศาลอาญา ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เเขน-ขาหักเเละถูกนำส่งโรงพยาบาลราชวิถี
ต่อมาเวลา 13.00 น. นายสุริยันต์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่าผู้ที่กระโดดลงมาขณะนี้มีสติ พูดคุยได้ แต่แขน-ขาหัก เนื่องจากตอนกระโดดลงมาร่างได้ไปติดกับต้นไม้ก่อนจะร่วงลงมา ส่วนคดีนี้เป็นคดีที่เจ้าพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่น โดยใช้อาวุธมีดทำร้ายจนถึงแก่ความตาย เหตุเกิดที่ ร.พ.ราชวิถี และมีการสืบพยานทั้งสองฝ่าย จนมาอ่านคำพิพากษาในวันนี้ ซึ่งองค์คณะผู้พิพากษาได้ใช้ดุลยพินิจในการวินิจฉัย ชั่งน้ำหนักจากพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายและมั่นใจว่าพยานหลักฐานฝ่ายโจทก์สามารถที่จะมองว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง จึงพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งเมื่ออ่านคำพิพากษาเสร็จก็ควบคุมตัวจำเลย เท่าที่ทราบรายงานจากเจ้าหน้าที่ บิดาของจำเลยมีอาการที่แสดงถึงความเครียดเข้ามากอดลูก มีการพูดเปรยออกมาว่า “หากนำตัวลูกผมไปจำคุกตลอดชีวิต ผมขอไปด้วยดีกว่า” และเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เท่าที่ทราบขณะเกิดหตุไม่มีผู้ใดเห็นเหตุกาณ์ การตัดสินใจกระโดดตึกดังกล่าว เป็นการตัดสินใจที่กะทันหัน
นายสุริยันต์ กล่าวอีกว่า เมื่อได้ย้อนไปดูการพิจารณาคดีของศาลก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ เป็นการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีเหมือนคดีอาญาทั่วไป มีการสืบพยานฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลย ซึ่งระหว่างพิจารณาคดีก็ไม่มีสัญญาณอะไรที่จะบอกถึงเหตุความรุนแรง ส่วนเรื่องความเครียดก็ต้องเกิดขึ้นเป็นปกติในทุกคดีของศาลที่จะมีความเครียดปกคลุมในทุกๆ ฝ่าย เพราะการเป็นความกันในศาล คู่ความก็ต้องมีความทุกข์ด้วยกัน เพราะตัวผู้พิพากษาเองก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายให้ดีที่สุด และจะต้องถอนตัวเองออกจากอารมณ์และความรู้สึก เพื่อที่จะตัดสินคดีปราศจากอคติ
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้เคยมีคดีที่ญาติของคู่ความเคยโดดตึกที่บริเวณชั้น 8 ดังกล่าว ทางศาลยุติธรรมมีการเตรียมในเรื่องความระมัดระวังรักษาความปลอดภัยกรณีแบบนี้อย่างไรบ้าง นายสุริยันต์ กล่าวว่า จากที่มีการเกิดเหตุครั้งที่แล้วเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจถือเป็นเรื่องที่เราไม่คาดหวังว่าจะเกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นก็ย่อมนำมาสู่ความเศร้าเสียใจของทุกฝ่าย เราเองในฐานะเป็นหน่วยงานราชการก็จะต้องแก้ไขปรับปรุงการให้บริการประชาชน อย่างเรื่องดูแลความปลอดภัยประชาชนที่จะเข้ามาสู่การพิจาณาคดีของศาล เราจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการรักษาความปลอดภัยตัวบุคคล ล่าสุดกฎหมายก็ออกมาให้เรามีเจ้าพนักงานตำรวจศาล ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการเพิ่มเจ้าพนักงานตำรวจศาลทั่วประเทศ เนื่องจากกฎหมายเพิ่งประกาศใช้ เพื่อให้ความคุ้มครองและความปลอดภัยแก่บุคคลากรของศาลและประชาชนทุกคนที่มาใช้บริการศาล ตอนนี้เราอาจมีบุคคลากรด้านนี้ไม่เพียงพอ หากเรามีเจ้าพนักงานตำรวจศาลก็จะเข้า มาช่วยในด้านนี้ได้ เราจึงมั่นใจว่าในระยะยาวเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้น้อย
แต่ในส่วนทางกายภาพตัวอาคารสถานที่ ถ้าเป็นอาคารศาลใหม่ สำนักออกแบบอาคารและ สถานที่ก็จะพิจารณาในรูปแบบมาตรการป้องกันความปลอดภัย ซึ่งเรากำลังดำเนินการอยู่ แต่ในส่วน อาคารเดิม เช่นอาคารศาลอาญา ที่ใช้งานมานาน การเปลี่ยนแปลงปรับปรุง อาจจะไม่สามารถทำได้อย่าง รวดเร็วนัก เพราะความปลอดภัยของตัวอาคารนอกจากเรื่องป้องกันการกระโดดตึก เราต้องดูความปลอดภัยเรื่องอัคคีภัย และเรื่องอื่นๆเข้ามาประกอบกัน ขณะนี้ทีมงานก็กำลังทำงานกันอย่างเต็มที่ตั้งแต่เหตุการณ์ที่ญาติคู่ความโดดตึกครั้งที่แล้ว แต่ขณะเดียวกันทางสำนักงานศาลยุติธรรม และศาลอาญาได้มีการพูดคุยร่วมมือกันตลอด เพื่อหาทางแก้ไขให้ดีที่สุด “เราแก้ปัญหาอย่างหนึ่งต้องไม่เป็นการแก้ปัญหาใหม่ขึ้น”
นายสุริยันต์ ยังกล่าวตอบปัญหาถึงการทำความเข้าใจขั้นตอนในการพิจารณาคดีอาญาว่า คดีนี้ทนายความของจำเลยเป็นลุงของจำเลย เท่าที่ได้พูดคุยกับ ผอ.ศาลอาญา ทราบว่า ทนายจำเลยได้ยืนยันว่าได้มีการทำความเข้าใจกับญาติของจำเลย และปลอบโยนว่าคำพิพากษาที่จะอ่าน ยังไม่ใช่คำพิพากษาที่ถึงที่สุด ยังสามารถที่จะอุทธรณ์หรือฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาได้อีก แต่อาจจะเป็นเพราะความเครียด พ่อจำเลยอาจไปคิดเองว่าศาลอุทธรณ์จะตัดสินตามศาลชั้นต้น มีความเข้าใจผิดจนทำให้ตัดสินใจไปอย่างนั้น ส่วนคดีนี้จะสามารถสู้ได้ถึงศาลฎีกาหรือไม่หากมีการอุทธรณ์ขึ้นไปแล้วศาลอุทธรณ์จะพิจารณาพิพากษาออกมาอย่างไร แต่ปกติแล้วในคดีที่มีอัตราโทษสูงก็มีสิทธิ์ที่จะดำเนินไปจนครบทั้ง 3 ชั้นศาลได้ ทางผู้พิพากษาเองก็ทำหน้าที่พิจารณาพยานหลักฐานอย่างเต็มที่ จนมีผลคำพิพากษาออกมา แต่แน่นอนว่าผลของคำพิพากษาจะมีทั้งฝั่งที่ถูกใจและไม่ถูกใจอยู่เสมอ ซึ่งตนยืนยันว่าคำพิพากษาจะต้องถูกต้องตามความเป็นจริงในสำนวน ซึ่งเป็นดุลยพินิจที่อิสระของผู้พิพากษา ศาลชั้นต้นตัดสินมาคู่ความไม่พอใจก็สามารถอุทธรณ์โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นได้ ซึ่งเมื่อคดีไปศาลอุทธรณ์ องค์คณะของศาลอุทธรณ์ก็ใช้ดุลยพินิจได้เป็นอิสระที่จะเห็นคล้อยหรือโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นได้
นายสุริยันต์ กล่าวว่า การกระทำในลักษณะนี้จะไม่ก่อให้เกิดผลทางคดีเลย จะเกิดแต่เพียงความเศร้าเสียใจของคนรอบข้าง อยากให้ทุกคนใช้สิทธิ์ในกระบวนการยุติธรรมให้เต็มที่ก่อน เราไม่สามารถ ยืนยันได้ว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ได้แต่หวังว่าผู้คนจะเข้าใจกระบวนการยุติธรรมว่าเดินทาง อย่างไร และศาลยุติธรรมทำงานกันอย่างไร อยากให้ทุกคนเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของเรา ว่าเราทำอย่าง เต็มที่ที่สุด และทางออกของปัญหาทั้งหมดสามารถมีได้โดยไม่ต้องใช้วิธีนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ขอให้ เป็นอุทาหรณ์เป็นครั้งสุดท้าย หากต่อไปมีความเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างการพิจารณาคดีของศาล ขอให้ใช้ ทางออกตามกฎหมาย