เปิดใจสาวสู้ไอ้หื่น คว้ามีดแทงเลือดโชก จนโจรขอจับมือสัญญา เจ้าของหอสั่งลบโพสต์
จากกรณีสาวโพสต์เตือนภัย หลังถูกคนร้ายบุกเข้าห้องกลางดึกหวังข่มขืน แต่เธอตั้งสติได้ว่าขอให้ใส่ถุงยางอนามัย ก่อนอาศัยจังหวะที่คนร้ายเผลอ คว้ามีดแทงคนร้ายจนรอดมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว สาวสติเยี่ยม เล่านาทีระทึก รอดโจรบุกหอปล้น หวังข่มขืน แทงเลือดสาด!
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 24 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพูดคุยกับ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 24 ปี ชาว จ.อุดรธานี ผู้เสียหาย ซึ่งทำงานเป็นสาวพริตตี้ฟรีแลนซ์โฆษณาผลิตภัณฑ์สินค้าแบนด์เนมต่างๆ น.ส.เอ เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุเป็นเวลาประมาณ 03.00 – 04.00 น.วันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่กำลังนอนหลับอยู่ในห้องพักที่อยู่ชั้นล่าง ก็ตกใจตื่นเมื่อรู้สึกมีคนเดินไปมาอยู่ในห้อง ซึ่งก็พบคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นรูปร่วงท้วมสูงประมาณ 165 ซม. ใช้เสื้อปิดคลุมใบหน้าหรือโพกศีรษะ เมื่อคนร้ายรู้ว่าตนตื่น ได้กระโดดขึ้นคร่อมร่างบังคับไม่ให้มองหน้า พร้อมขอมีเพศสำพันธุ์ 1 ครั้ง หากไม่ยอมจะใช้มีดแทงให้ตาย
น.ส.เอ เล่าต่อว่า ตนร้องขอชีวิต โดยมีสติและใช้อุบายบอกคนร้ายว่า ต้องหาเงินเลี้ยงลูกหลานและพ่อแม่ อยากได้ทรัพย์สินมีค่าอะไรให้เอาไปเลยโดยจะไม่แจ้งความ แต่ตนรู้สึกในขณะนั้นคนร้ายไม่ได้ประสงค์ทรัพย์สินมีค่าอะไร แต่อยากจะร่วมหลับนอนอย่างเดียว พร้อมกับบีบคอตนกดกับที่นอน พูดข่มขู่สารพัด พยามลวนลามของสงวน ซึ่งตอนนั้นตนคิดว่าถ้าหากขัดขืนหรืออ้อนวอนคนร้ายต่อ เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงทำทีมีอารมณ์ร่วม และใช้แขนทั้ง 2 ข้างโอบกอดคนร้ายไปที่เอว เพื่อจะดูว่าคนร้ายมีอาวุธติดตัวหรือไม่
“เมื่อคลำดูแล้วไม่มี จึงบอกว่าหากอยากร่วมเพศกับหนูจริงๆ ต้องสวมถุงยางอนามัย แต่คนร้ายบอกว่าไม่ได้เตรียมมา หนูจึงโกหกคนร้ายว่ามีถุงยางอนามัยอยู่ในลิ้นชักตู้ และบอกคนร้ายว่ายอมทุกอย่างแล้ว คนร้ายจึงให้ลุกขึ้นมาจากเตียง พร้อมกับจับแขนหนูไว้ไม่ให้เปิดไฟ และเดินประกบ หนูจึงเดินวนไปมารอบห้องอยู่หลายรอบ พอจังหวะคนร้ายเผลอ หนูก็หยิบมีดปอกผลไม้ที่วางอยู่บนตู้เก็บของ จ้วงแทงไปหลายครั้ง พร้อมกับกรีดร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากเพื่อนข้างห้องและเจ้าของหอพัก แต่ก็ไม่มีใครมาช่วย คงคิดว่าผัวเมียทะเลาะกันที่มักเกิดขึ้นตามหอพักเสมอ” น.ส.เอ กล่าว
น.ส.เอ กล่าวต่ออีกว่า หลังจากนั้นคนร้ายโมโหตนมากจึงได้ทุบตีตนบริเวณท้องและชายโครงนับครั้งไม่ถ้วนจนแทบสลบ แต่ก็ฝืนตั้งสติว่าเราต้องรอดจากเหตุการณ์นี้ให้ได้ ซึ่งคนร้ายถูกคมมีดของตนไปหลายครั้ง คาดว่าคมมีดเจาะเข้าบริเวณชายโครงด้านซ้ายของคนร้าย จนเลือดไหลนองมาเปื้อนแขนตนเต็มไปหมด และทำให้คนร้ายอ่อนแรงลง และขอร้องไม่ให้ตนแจ้งความ บอกขอจับมือสัญญาแบบลูกผู้ชาย ตนไม่ยอม ได้แต่ตะโกนไล่คนร้ายออกจากห้องของตนไป โดยช่วงเกิดเหตุในห้องตนปิดไฟ ไม่เห็นหน้าคนร้ายเลย แต่คนร้ายกลับเห็นหน้าตนอย่างชัดเจน ขณะยืนต่อรองกันอยู่หน้าประตูห้อง หลังเปิดไฟภายในห้องพัก ซึ่งคนร้ายก็รีบวิ่งออกจากห้องไปติดเครื่องรถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาสอบสวน ติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี
“เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ขณะขี่รถจยย.กลับห้องพักช่วงกลางดึก สังเกตเหมือนมีคนขี่รถ จยย.สะกดรอยตามจากที่ทำงาน จนถึงหน้าหอพักติดต่อกัน 4-5 วัน ไม่ทราบว่าจะเป็นคนร้ายที่มาก่อเหตุหรือไม่ จึงฝากเตือนภัยไปยังหญิงสาวที่อาศัยอยู่ตามหอพักหรือห้องเช่าตามลำพังว่า ควรตรวจสอบประตูหน้าต่างห้องพักให้เรียบร้อยก่อนเข้านอน หรือเวลาออกไปข้างนอก บางครั้งคิดไปเองว่าหอพักที่พักอาศัยปลอดภัย มีระบบป้องกันอย่างดีไหม ก็อย่าได้ไว้ใจเป็นอันขาด และฝากถึงเจ้าของหอพักให้ติดตั้งระบบป้องกัน เช่น ติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบบริเวณ และมี รปภ. พร้อมกับปรับปรุงแก้ไขบริเวณใดที่คิดว่าจะไม่ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้มาพักด้วย” น.ส.เอ กล่าว
น.ส.เอ กล่าวต่อไปว่า หลังตนโพสต์เรื่องในเฟซบุ๊ก เพื่อเตือนภัยผู้หญิงเท่านั้น แต่เจ้าของหอพักได้ขอให้ตนลบโพสต์ออก บอกว่าทำให้หอพักเสื่อมเสียชื่อเสียง ทั้งที่ในเนื้อหาไม่ได้กล่าวถึงชื่อหอพัก สถานที่ รวมถึงชื่อเจ้าของหอพักแต่อย่างใด และหลังเกิดเหตุกลัวจะได้รับอันตราย จึงย้ายมาพักอยู่กับเพื่อน เพราะภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองมันยังติดตา และอยู่ในจิตใจที่มีแต่ความหวาดกลัว และหวาดระแวงคนร้ายจะหวนกลับมาทำร้าย ถึงแม้ว่าเจ้าขอหอพักจะเสนอขอปรับปรุงทำลูกกรงเหล็กหลังห้องพักให้ก็ตาม
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
ด้าน พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวนสอบสวน และฝ่ายป้องกันและปราบปราม ได้ออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับสอบสวนผู้เสียหายถึงตำหนิรูปพรรณ และยานพาหนะของคนร้าย เพื่อแกะรอยจากกล้องวงปิดในบริเวณใกล้เคียง ตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี รวมทั้งประสานไปยังคลีนิค โรงพยาบาลของรัฐและเอกชน หากพบผู้ต้องสงสัยให้รีบแจ้งตำรวจไปตรวจสอบทันที อย่างไรก็ตามทางตำรวจจะเร่งติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีอย่างเร็ว เนื่องจากบุคคลอันตรายต่อสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะผู้หญิง