โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สยามเวลเนส กรุ๊ป เร่งสปีดสาขาแบรนด์ "สปา" รอบทิศ

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 05 มี.ค. 2562 เวลา 02.44 น.

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯแล้วสำหรับ “สยามเวลเนส กรุ๊ป” หรือ SPA โดยล่าสุดได้เปิดแบรนด์ตัวใหม่ภายใต้แบรนด์ Stretch me by Let”s Relax และลงทุนถึง 76% ในแบรนด์ทำเล็บและต่อขนตา Chaba Nails & Spa พร้อมทั้งยังเตรียมรุกขยายสาขา รีแบรนด์ผลิตภัณฑ์สปาใหม่ เพื่อเป้าหมายในการสร้างกำไรเพิ่ม

“วิบูลย์ อุตสาหจิต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามเวลเนส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารสปาแบรนด์ Let”s Relax บอกว่า ปีนี้สยามเวลเนส กรุ๊ปตั้งเป้าเพิ่มรายได้และจำนวนผู้ใช้บริการจากปีก่อนราว 20-25% โดยการสานต่อธุรกิจหลักขององค์กรอย่างธุรกิจสปา ภายใต้แคมเปญ The Master of Relaxation เน้นขยายธุรกิจสปาในทุกมิติทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โดยจะมีแบรนด์ Let”s Relax และ Stretch me by Let”s Relax เป็นเรือธงนำหน้าขยายออกไปในอีกหลายพื้นที่ ซึ่งคาดว่าปีนี้จะขยายเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 10 สาขาโดยช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็ได้ทยอยเปิดไปแล้ว 2 สาขา

เร่งสปีดสาขาทุกแบรนด์

ทำให้ปัจจุบัน “สยามเวลเนส กรุ๊ป”มีสาขารวม 57 สาขา แบ่งเป็น Let”s Relax สปาระดับ 4 ดาว 40 สาขา (34 สาขาในประเทศและ 6 สาขาต่างประเทศ) Stretch me by Let”s Relax 3 สาขา Rarinjinda สปาระดับ5 ดาว 3 สาขา และ BaanSuan ร้านนวดระดับ 3 ดาว 10 สาขา ร้าน Face Care by Let”s Relax 1 สาขา และมีแผนจะทยอยเปิดเพิ่มไตรมาสละ 2-3 สาขา จนครบ 65 สาขาภายในไตรมาส 4 ของปีนี้

“แบรนด์ Stretch me มีฐานลูกค้าเป็นกลุ่มพนักงานออฟฟิศและคนรุ่นใหม่ที่รักสุขภาพ และ Chaba มีฐานลูกค้าเป็นกลุ่มสาว ๆ ที่รักสวยรักงาม จะช่วยเพิ่มลูกค้าชาวไทยและกระจายความเสี่ยงโดยการสร้างสมดุลให้กับสัดส่วนลูกค้าของสยามเวลเนส กรุ๊ป ที่เดิมมีสัดส่วนลูกค้าชาวไทย 25% และลูกค้าชาวต่างชาติ 75% โดยในสัดส่วน 75% นี้ ส่วนใหญ่เป็นคนจีนกว่า 55% รองลงมาคือ ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น และยุโรป”

ส่วนแบรนด์ Rarinjinda นั้นเป็นแบรนด์ระดับพรีเมี่ยมที่ปกติจะตั้งอยู่ในโรงแรมระดับ 5 ดาวขึ้นไป ทำให้การขยายสาขาค่อนข้างมีข้อจำกัดมากกว่า เนื่องจากโรงแรมลักเซอรี่มักเป็นโรงแรมเชนขนาดใหญ่ที่มีแบรนด์สปาของตนเองอยู่แล้ว แต่หากมีโอกาสก็พร้อมลงทุน

ขณะที่แบรนด์ BaanSuan เป็นแบรนด์สปาระดับ 3 ดาวสำหรับคนไทยที่มีมาร์จิ้นต่ำกว่า Let”s Relax บริษัทจึงโฟกัสที่ Let”s Relax มากกว่า และจะขยาย BaanSuan เมื่อมีทำเลที่เหมาะสม

รุกรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์สปา

ขณะเดียวกัน “สยามเวลเนส กรุ๊ป” ยังมีแผนรีแบรนด์ “Blooming” ผลิตภัณฑ์สปาของบริษัทที่จากเดิมเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ในสปาที่ลูกค้าซื้อกลับบ้านในบรรจุภัณฑ์ธรรมดา ๆ โดยจะนำมาแนะนำสินค้าใหม่ (relaunch) ภายใต้ชื่อใหม่ แพ็กเกจจิ้งใหม่ และผลิตภัณฑ์ที่มีการพัฒนาให้ถูกใจผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

โดยเชื่อว่าจากจุดแข็งทางด้านจุดวางขายกว่า 40 สาขาของ Let”s Relax ที่ไม่ต้องไปเบียดแย่งพื้นที่ในห้างสรรพสินค้ากับแบรนด์อื่น ๆ และจุดแข็งจากประสบการณ์ทดลองใช้จริงของลูกค้าจำนวนมาก (customer experience) จะสามารถสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์ได้มาก โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อผลิตภัณฑ์สปาไปเป็นของฝากหรือของขวัญ

“ที่ผ่านมากลุ่มลูกค้าของผลิตภัณฑ์สปาจะเป็นลูกค้าต่างชาติที่ใช้บริการสปา ในขณะเดียวกันบริษัทยังมีแผนที่จะขยายสินค้าและบริการออกไปให้กว้างมากขึ้น ด้วยการเรียนรู้จากประสบการณ์ของลูกค้า”

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา “สยามเวลเนส กรุ๊ป”มีจำนวนผู้ใช้มากกว่า 1.1 ล้านคน-ครั้งต่อปี และมีจำนวนผู้ใช้บริการซ้ำกว่า 30% ทำให้บริษัทได้ประโยชน์จากการบอกต่อของลูกค้าที่ทำให้เกิดลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

นอกจากนั้น กลุ่มธุรกิจสปาของสยามเวลเนส กรุ๊ป ยังมีนักท่องเที่ยวจีนเป็นจำนวนมาก และมีสาขาที่จีนถึง 3 สาขา บริษัทจึงได้ตั้งทีมในจีนเพื่อสื่อสารการตลาดกับลูกค้าชาวจีนโดยเฉพาะ โดยเน้นการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียเป็นหลัก

มั่นใจ Let”s Relax หนุนเติบโต

อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจสปาซึ่งอยู่ในกลุ่ม health & wellness และมีความข้องเกี่ยวกับธุรกิจท่องเที่ยวค่อนข้างสูง และอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองและภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจจะผันผวนจากสถานการณ์สงครามการค้า แต่เชื่อว่าในปี 2562 นี้ปัจจัยต่าง ๆ ที่เป็นบวกกับธุรกิจสปาอย่างภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตดีต่อเนื่องเทรนด์รักษ์สุขภาพ สังคมผู้สูงอายุ ฯลฯ จะช่วยส่งผลให้ธุรกิจสปาเติบโตต่อเนื่อง5-10% เหมือนกับปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าเงินหมุนเวียนกว่า 3 หมื่นล้านบาท

โดยแบรนด์เรือธงของสยามเวลเนส กรุ๊ปอย่าง Let”s Relax มีจุดแข็งในฐานะ family spa ที่มีมาตรฐานสากล ได้รับความไว้วางใจทั้งทางด้านการให้บริการ ราคา ความสะอาด และฝีมือด้านงานสปาของพนักงานที่มีมาตรฐานเท่ากันทุกสาขา ทำให้เชื่อว่าลูกค้าจะยังคงเลือกใช้บริการของบริษัท และจะสามารถเติบโตต่อเนื่องได้อีก 20-25% ในทุกปี

ขณะเดียวกัน “สยามเวลเนส กรุ๊ป” ยังมองถึงการเติบโตในกลุ่มประเทศ CLMV และจีนต่อไปในอนาคต จากปัจจุบันที่มี 3 สาขาในจีน และ 3 สาขาในกัมพูชา โดยล่าสุดได้ปิดดีลขายแฟรนไชส์ธุรกิจสปาสาขาแรกที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา และสาขาที่ 2 ที่เมืองชิงเต่า ประเทศจีนไปเรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะเปิดได้ในไตรมาส 3 ของปีนี้

ปี”61 ยังโตต่อเนื่องได้ 20%

สำหรับภาพรวมผลประกอบการในปี 2561 ที่ผ่านมา พบว่า ในช่วงไตรมาส 1-3ผลประกอบการเป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ และชะลอลงเล็กน้อยเมื่อถึงไตรมาส 4 เนื่องจากแผนการขยายสาขาล่าช้าจากปัญหาสถานที่ 2 สาขา บวกกับจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ปรับตัวลดลง ทำให้การเติบโตชะลอลง

อย่างไรก็ตาม “สยามเวลเนส กรุ๊ป” ก็ยังคงดันรายได้ 20% ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีรายได้รวม 1,152.49 ล้านบาท เติบโต 19.75% มีกำไรสุทธิ 205.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.37% เมื่อเทียบกับปี 2560

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...