โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

CHASE ตั้งเป้าซื้อหนี้พันล้าน ดันกำไรปี 66 โต 30%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 21 ก.พ. 2566 เวลา 07.42 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ CHASE บริษัทชั้นนำที่ให้บริการติดตามทวงถามและบริหารหนี้เสีย (AMC) ฉลองเปิดเทรดวันแรกที่ราคา 3.52 บาท เพิ่มขึ้น 0.62 บาท หรือ 21.38% จากราคา IPO ที่ 2.90 บาท ต่อหุ้น สะท้อนความมั่นใจจากนักลงทุนที่มีต่อพื้นฐานแข็งแกร่งและศักยภาพการเติบโตของ เชฎฐ์ เอเชีย มุ่งต่อยอดเงินทุนจากการระดมทุน เดินเครื่องลุยซื้อ NPLs ปีละไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท และเตรียมยกระดับบริการการติดตามทวงถามและเร่งรัดหนี้สินสู่กลุ่มผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-bank) พร้อมย้ายสำนักงานใหญ่เพื่อรองรับการขยายตัวของพนักงานที่เข้ามาเสริมทัพ ตั้งเป้ารายได้การเติบโตกว่าปี 2565 อยู่ที่ 15% และคาดว่ากำไรสุทธิเติบโตขึ้นกว่า 30% ภายในสิ้นปี 2566

นายประชา ชัยสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ CHASE เปิดเผยว่า บริษัทฯ ขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่ไว้วางใจและเชื่อมั่นในศักยภาพของ เชฎฐ์ เอเชีย หลังจากเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นวันแรก บริษัทได้รับการตอบรับที่ดีมาก จนทำให้ราคาหุ้นแตะอยู่ที่ระดับ 3.52 บาท พุ่งสูงกว่า 21.38% จากราคา IPO 2.90 บาท โดยจะนำเงินทุนที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ไปต่อยอดการขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการเดินหน้าซื้อ NPLs ปีละไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท และมุ่งเน้นไปที่สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ไม่มีหลักประกัน (Unsecured Loan) ซึ่งอยู่ในความเชี่ยวชาญของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ ได้เริ่มเข้าไปประมูลซื้อ NPLs จากสถาบันการเงินชั้นนำแล้ว และเตรียมขยายบริการการติดตามทวงถามและเร่งรัดหนี้สินให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นสู่กลุ่ม Non-bank

ทั้งนี้ ยังมีอีกหลายปัจจัยหนุนที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของ เชฎฐ์ เอเชีย ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายนอก ได้แก่ อุตสาหกรรม AMC ที่ไม่เจอกับการดิสรัปชัน ซึ่งเทคโนโลยีใหม่ๆ จะยิ่งช่วยให้ เชฎฐ์ เอเชีย ทำงานได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับในสถานการณ์ปัจจุบันที่มี NPLs ล้นตลาด จึงเป็นจังหวะที่ดีของผู้ให้บริการติดตามทวงถามและบริหารหนี้เสียในการระดมเงินทุนเพื่อนำไปพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานเชิงรุกของบริษัทฯ ได้ทันทีและอย่างไร้ข้อจำกัด ในขณะเดียวกัน อีกทั้งบริษัทยังมีปัจจัยภายในที่เสริมความแข็งแกร่งให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ ทั้งทีมผู้บริหารและพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านการเงินและกฎหมาย รวมถึงมีประสบการณ์อยู่ในวงการมาอย่างยาวนานกว่า 25 ปี

นอกจากนี้ ด้วยขนาดของบริษัทฯ ในปัจจุบันที่ไม่ใหญ่มากนัก ส่งผลให้บริษัทฯ มีโอกาสในการขยายตัวและเติบโตอย่างก้าวกระโดดยิ่งไปกว่านั้นด้วยประสิทธิภาพการทำงานและศักยภาพของ เชฎฐ์ เอเชีย ที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ทำให้บริษัทฯ มีความพร้อมที่จะขยายธุรกิจให้ครบวงจรยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งสิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของ เชฎฐ์ เอเชีย ที่สามารถเติบโตได้อย่างไม่หยุดยั้งในอนาคต

ทั้งนี้ นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยินดีกับความสำเร็จในก้าวแรกของ เชฎฐ์ เอเชีย สำหรับการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นวันแรก และทาง อาร์เอส กรุ๊ป จะยังคงสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ 20.35% ซึ่งจะเป็นการถือหุ้นในระยะยาวในฐานะ Strategic Shareholder ด้วย เล็งเห็นศักยภาพและเชื่อมั่นในการเติบโตในอนาคตของ เชฎฐ์ เอเชีย โดยก่อนหน้านี้ก็มีการทำงานร่วมกันอย่างหนักเพื่อขยายระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ร่วมกัน

ดังนั้น การลงทุนในครั้งนี้ อาร์เอส กรุ๊ป ให้ความสำคัญกับการสร้างพันธมิตรร่วมกับ เชฎฐ์ เอเชีย ในการวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจต่างๆ ซึ่งรวมถึงการทำ Joint Venture เพื่อร่วมกันผสานศักยภาพและสร้างการเติบโตร่วมกัน พร้อมผลักดัน เชฎฐ์ เอเชีย ให้เติบโตก้าวกระโดดขึ้นไปอีกขั้น

สำหรับผลประกอบการเงินงวด 9 เดือนของปี 2565 โดย เชฎฐ์ เอเชีย เป็นผู้เล่นที่มีความสามารถในการทำกำไรที่ดีจากอัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม (ROA) อยู่ที่ 6.0% และมีอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ระดับ 8.2% ซึ่งแสดงถึงประสิทธิภาพในการทำกำไรที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ (ROA, ROE เฉลี่ยอุตสาหกรรมระดับ 5% และ 8.4% ตามลำดับ) ในขณะที่หลัง IPO จะเป็นโอกาสของ เชฎฐ์ เอเชีย ใช้เงินเพิ่มทุน

อีกทั้งด้วยระดับ D/E Ratio ของ เชฎฐ์ เอเชีย ที่ยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.4 เท่า ยิ่งเป็นโอกาสในการเข้าประมูลสินทรัพย์เพิ่มเติมเพื่อขยายฐานรายได้ และช่วยผลักดันประสิทธิภาพในการทำกำไรสูงขึ้น ทั้งนี้ค่า P/E ของ เชฎฐ์ เอเชีย ณ ราคา IPO อยู่ที่ 27.18 ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำกว่า P/E ของกลุ่มอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ในระดับ 39 เท่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...