โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“สหรัฐ” มั่นใจแบงก์ยืดหยุ่นได้ แม้เจอวิกฤต SVB

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 12 มี.ค. 2566 เวลา 09.54 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า สหรัฐฯ ยังเชื่อมั่นว่า ระบบการเงินการธนาคารยังมีความยืดหยุ่น หลังจากที่มีการสั่งปิดธนาคาร ซิลิคอน-วัลลีย์ โดยกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ได้ออกแถลงแสดงความเชื่อมั่นว่า กลไกภาคธนาคารของประเทศ ยังคงมีความยืดหยุ่นมากพอ เพื่อจัดการกับวิกฤตด้านการเงินการธนาคาร หลังจากที่ “สำนักงานคุ้มครองการเงินและนวัตกรรมแห่งแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ” หรือ DFPI ได้สั่งปิดธนาคาร “ซิลิคอน-วัลลีย์” หรือ SVB ซึ่งเป็นธนาคารที่เชี่ยวชาญด้านการจัดหาเงินทุนให้แก่ธุรกิจสตาร์ทอัพ หลังธนาคารแห่งนี้ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง และล้มเหลวในการขายหุ้นเพื่อเพิ่มทุนธนาคาร จนทำให้ลูกค้าต่างพากันแห่ถอนเงินฝาก แต่อย่างไรก็ตามก็มองว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นแก่ SVB เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

ขณะที่ที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดี โจ-ไบเดน ก็ยืนยันว่า ระบบการเงินและการธนาคารของสหรัฐฯได้มีการปฏิรูปมากขึ้นแล้วหลังเกิดวิกฤติการเงินเมื่อปี 2551 อีกทั้งยังมีการทดสอบภาวะวิกฤติทางการเงินอย่างสม่ำเสมอ จึงมีความมั่นใจว่า ภาวะวิกฤติของ SVB จะไม่ส่งผลกระทบมากนัก และจะไม่เกิดปรากฏการณ์โดมิโน่ ซ้ำรอยกับเมื่อ 15 ปีที่แล้ว

ธนาคาร SVB ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองซานตา คลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย และได้รับการจัดอันดับให้ใหญ่เป็นอันดับที่ 16 ในสหรัฐอเมริกา เมื่อสิ้นปีที่แล้ว โดยมีสินทรัพย์ประมาณ 209 พันล้านดอลลาร์ ที่ผ่านมา SVB ได้พยายามประคับประคองธุรกิจ ด้วยแผนขายหุ้น เพื่อเสริมสภาพคล่อง หลังขาดทุน 1,800 ล้านดอลลาร์จากการขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯที่มีมูลค่าลดลง อันเนื่องมาจากธนาคารกลางของสหรัฐฯปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อแก้วิกฤตเงินเฟ้อในรอบปีที่ผ่านมา แต่ SVB ก็ไม่สามารถขายหุ้น เพิ่มทุนได้ ประกอบกับลูกค้าแห่ถอนเงินจากธนาคารเนื่องจากกังวลกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับธนาคาร จึงทำให้ธนาคารล้มลงในที่สุด

ทั้งนี้ ปัญหาของ SVB ซึ่งถือเป็นความล้มเหลวของกิจการธนาคารสหรัฐฯครั้งใหญ่สุด นับจากธนาคาร “วอชิงตัน-มิวช่วล” ล้มละลายในช่วงวิกฤตการเงินเมื่อปี 2551 ที่ผ่านมานั้น ได้อยู่ในความดูแลของ “สำนักงานคุ้มครองการเงินและนวัตกรรมแห่งแคลิฟอร์เนีย”หรือ DFPI ที่ต่อมาได้มีการมอบหมายให้สถาบันคุ้มครองเงินฝาก หรือ FDIC ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เข้ารับช่วงดูแลกิจการและจัดการสินทรัพย์ของ SVB พร้อมให้การรับประกันเงินฝากแก่ผู้ฝากเงินในวงเงิน 250,000 ดอลลาร์ต่อบัญชี ซึ่งผู้ฝากฯจะสามารถเข้าถึงเงินฝากของตัวเองได้ในภายในช่วงเช้าวันที่ 13 มี.ค. ในส่วนของยอด 89% ของเงินฝากธนาคารจำนวน 175,000 ล้านดอลลาร์ของธนาคารที่ไม่ได้รับการคุ้มครองนั้น ทาง FDIC ชี้แจงว่าเงินที่ได้จากการขายสินทรัพย์ของธนาคารจะถูกนำไปมอบให้กับผู้ฝากที่ไม่ได้รับการคุ้มครองเหล่านี้

ส่วนของ บรรดาพนักงานของธนาคารซิลิคอนวัลเลย์ นั้น จะได้รับเงินชดเชยเป็นจำนวนเงินเพิ่มขึ้นกว่าค่าจ้างรายวัน 1.5 เท่าเป็นเวลา 45 วัน โดย FDICได้ส่งอีเมล์แจ้งไปยังพนักงานธนาคารซิลิคอนวัลเลย์ ว่าให้พนักงานของธนาคารสามารถลงทะเบียนและรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับค่าชดเชยภายในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ส่วน เอสวีบี ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (SVB Financial Group) อดีตบริษัทแม่ของธนาคารซิลิคอนวัลเลย์ จะเป็นผู้แจ้งรายละเอียดเรื่องค่าชดเชยด้านประกันสุขภาพของพนักงานต่อไป

ทางด้านกระทรวงการคลังของอังกฤษกล่าวถึงวิกฤติด้านการเงินการธนาคารของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ว่าทางกระทรวงกำลังร่วมมือกับธนาคารกลางอังกฤษเพื่อหาหนทางที่จะลดการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้นจากการล้มละลายของธนาคารซิลิคอน-วัลเลย์ในสหรัฐให้ได้มากที่สุด โดยระบุว่าระบบธนาคารของอังกฤษยังคงมีความเข้มแข็งและยืดหยุ่น และธนาคารอื่นๆ ในสหราชอาณาจักรไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...