โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตา 2 อีเวนต์ใหญ่ "สงกรานต์ 2566-เลือกตั้ง" คึกคัก สะพัด 2.5 แสนล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 เม.ย. 2566 เวลา 08.17 น. • เผยแพร่ 13 เม.ย. 2566 เวลา 08.17 น.

รายงาน ผู้เขียน : เกษตร น้อยทิพย์

จับตาสัญญาณเศรษฐกิจ 2 อีเวนต์ใหญ่ “สงกรานต์ 2566 -เลือกตั้ง’66 เงินสะพัดเกือบ 2.5 แสนล้านบาท คาดช่วยดันเศรษฐกิจไทยทั้งปีโตได้ 3-4% หวั่นปัจจัยลบ เศรษฐกิจโลกถดถอย โอเปกลดกำลังผลิตน้ำมัน ดันราคาน้ำมันพุ่ง กระทบชิ่งหลายส่วน รอวัดฝีมือ “รัฐบาลใหม่” หลังเลือกตั้ง

เผลอแป๊บเดียว เข้าสู่ไตรมาส 2 ของปี 2566 เดือนเมษายน เดือนที่ 4 ของปีไปแล้ว

สัปดาห์นี้ก็จะเป็น long weekend เข้าสู่ช่วงหยุดยาวเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ 5 วัน 13-17 เมษายน 2566 แต่ถ้าใครวางแผนดีๆ น่าจะหยุดได้มากกว่านั้น (เช็กวันหยุดราชการ วันหยุดเดือนเมษายน 2566)

และจะเป็นปีแรกที่คนไทยจะได้เฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์กันอย่างเต็มเหนี่ยว เต็มที่ หลังจากก่อนหน้าได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ไม่ได้มีการจัดงานกันอย่างเต็มรูปแบบมาถึง 3 ปี

สงกรานต์ 2566

ผลสำรวจกสิกรไทย ชี้คึกคักสุดในรอบ 3 ปี

ล่าสุด ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่าเทศกาลสงกรานต์ปี 2566 นี้จะกลับมาคึกคักในรอบ 3 ปี โดยจากการสำรวจจากคนกรุงเทพฯ พบว่าในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ กลุ่มตัวอย่างคนกรุงเทพฯ 44.7% บอกว่ามีแผนเดินทางท่องเที่ยว

หลัก ๆ จะเป็นกลุ่มผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน และรวมถึงกลุ่มที่ท่องเที่ยวระหว่างเดินทางกลับภูมิลำเนาด้วย

ขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่ไม่มีแผนเดินทางมีอยู่ 28.3% ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาจราจรที่ติดขัด

ที่น่าสนใจคือ กลุ่มตัวอย่างเกือบทั้งหมด หรือราว 88.9% มีแผนเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ

ขณะที่การเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศมีปัญหาเรื่องราคาค่าตั๋วโดยสารที่ปรับสูงขึ้นมาก สวนทางกับเที่ยวบินของสายการบินยังเปิดบินได้ไม่เต็มที่

ความต้องการบินหรือไปเที่ยวเยอะ แต่เที่ยวบินมีน้อย ราคาก็เลยถีบตัวสูงขึ้น หลายคนเลยหันมาเที่ยวในประเทศแทน

ประกอบกับในปีนี้หลายพื้นที่กลับมาจัดงานประเพณีสงกรานต์กันอย่างคึกคัก รวมถึงภายในงานมีการจัดรื่นเริงกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การจัดงานแสดงดนตรี เป็นต้น

อาจกล่าวได้ว่าปีนี้แทบจะไม่มีมาตรการคุมเข้มการจัดงานจากภาครัฐเท่าไร

ยกเว้นการปรามเรื่องการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การละเล่นที่อันตราย เช่นการห้ามเล่นปืนฉีดน้ำแรงดันสูง การแต่งกายที่ไม่เหมาะสม และการเตือนเรื่องอุบัติเหตุจากการขับขี่ยานพาหนะ

ท่องเที่ยว

แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลฮิตสุด-หนีปัญหาฝุ่นภาคเหนือ

ส่วนจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ที่กลุ่มตัวอย่างมีแผนไปท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อาทิ พัทยา จ.ชลบุรี หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เกาะช้าง จ.ตราด จ.ระยอง จ.ภูเก็ต สมุยและสุราษฎร์ธานี

ผลสำรวจในปีนี้ ยังพบว่ากลุ่มตัวอย่างที่เลือกจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวทางภาคเหนือที่เคยได้รับความนิยมอย่างมาก เช่น เชียงใหม่ เชียงราย มีสัดส่วนที่น้อยลง ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากหลายจังหวัดทางภาคเหนือกำลังประสบปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ยังแก้ปัญหาไม่ตก

ส่วนผลสำรวจการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2566 ของกลุ่มตัวอย่างคนกรุงเทพฯ เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5,250 บาทต่อคนต่อทริป เพิ่มขึ้นประมาณ 8% จากผลสำรวจในช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ก็ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงก่อนโควิดระบาด

“เห็นได้ว่าตั้งแต่ต้นปี 2566 ตลาดไทยเที่ยวไทยฟื้นตัวค่อนข้างดีและกลับมาเติบโตสูงกว่าปี 2562 จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่าในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2566 คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมีจำนวน 28.1 ล้านคน-ครั้ง เติบโตประมาณ 46.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโตประมาณ 8.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562” ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุ

ไม่แปลกที่ช่วงนี้และช่วงก่อนหน้านี้ ธุรกิจบริการ ทั้งโรงแรม ท่องเที่ยว ร้านอาหาร จะขาดแคลนแรงงานกันจำนวนมาก และล่าสุดธุรกิจการบิน สายการบิน สนามบินก็เปิดรับพนักงานจำนวนมากเช่นกัน

ถึงขนาดต้องประกาศ จ้างพนักงานมาดูจอคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะ เพื่อตรวจสอบ ดูสัมภาระ นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามากันเลยทีเดียว

นักท่องเที่ยวจีนทะลัก

ททท. คาดสงกรานต์ต่างชาติเที่ยวไทย 3 แสนคน

สอดรับกับข้อมูลจาก งานวิเคราะห์ตลาดในประเทศและงานวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ กองกลยุทธ์การตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยรายงานคาดการณ์การเดินทางท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2566 ช่วงระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน 2566 พบว่า บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวจากตลาดในประเทศ และตลาดต่างประเทศ คึกคักมากขึ้น และ ททท.คาดว่าจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 18,530 ล้านบาท

สำหรับตลาดการท่องเที่ยวในประเทศ ททท.คาดว่า จะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ 3,808,500 คน-ครั้ง และใช้จ่ายสร้างรายได้หมุนเวียน 13,500 ล้านบาท ซึ่งถือว่าทั้งจำนวนและรายได้ทางการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ปี 2566 กลับเข้าสู่ภาวะปกติก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19

ทั้งนี้ ททท.คาดว่า พื้นที่กรุงเทพมหานคร, สงขลา, เชียงใหม่, สุโขทัย, พิษณุโลก, แม่ฮ่องสอน มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่ประมาณ 785,670 คน-ครั้ง และสร้างรายได้หมุนเวียน 4,120 ล้านบาท

ส่วนตลาดต่างประเทศ ททท.ประเมินว่า ในปีนี้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 12-16 เมษายนนี้ จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยเป็นจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 305,000 คน เพิ่มขึ้น 525% จากปีที่ผ่านมา และคิดเป็นสัดส่วน 58% ของจำนวนนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2562

สำหรับปี 2566 ททท.ตั้งเป้าหมายมีรายได้จากการท่องเที่ยว 2.38 ล้านล้านบาท โดยเกิดจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาเยือนประเทศไทยทั้งปีจำนวน 25-30 ล้านคน สร้างรายได้ประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท และนักท่องเที่ยวชาวไทยออกเดินทางในประเทศจำนวน 117-135 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ราว 8.8 แสนล้านบาท

ชี้ 2 อีเวนต์ใหญ่ เงินสะพัดเกือบ 2.5 แสนล้าน

ขณะที่ รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ออกมาประเมินสงกรานต์ปี 2566 นี้ว่า จะมีการจับจ่ายใช้สอยกันไม่น้อยกว่า 125,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.3% จากปี 2565 ที่มีมูลค่า 106,772 ล้านบาท และกลับไปสูงเทียบเท่ากับปี 2559 ที่มีเงินสะพัดจำนวน 124,542 ล้านบาท หรือก่อนช่วงเกิดโควิด

รศ.ดร.ธนวรรธน์ระบุว่า เหตุผลหนึ่งที่ทำให้สงกรานต์ 2566 มีเงินสะพัดมาก เนื่องมาจากปีนี้หน่วยงานทั้งของภาครัฐและเอกชนมีการจัดงานกันเต็มรูปแบบ โดยกิจกรรมหลักที่จะทำคือ ทำบุญ เล่นน้ำ และงานเลี้ยงสังสรรค์ หลังจากที่ว่างเว้นการจัดงานรื่นเริงอันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิดระบาดมากว่า 3 ปี

นี่ยังไม่รวมอานิสงส์จากการเลือกตั้งทั่วไป 2566 ที่ ม.หอการค้าไทยประเมินว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดอีกไม่น้อยกว่า 1-1.2 แสนล้านบาท

จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า ประชาชนกว่า 90% ตัดสินใจว่าจะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ ซึ่งนับว่าเป็นการสร้างสถิติการเลือกตั้งให้กับประเทศไทยอีกครั้ง และมีเม็ดเงินเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ 50,000-60,000 ล้านบาท เฉพาะเม็ดเงินในการหาเสียง ซึ่งจะทำให้เงินสะพัดรวมกว่า 100,000-120,000 ล้านบาทแล้ว

เบ็ดเสร็จ เฉพาะ 2 อีเว้นต์ใหญ่นี้ ปาเข้าไปเกือบจะ 2.5 แสนล้านเข้าไปแล้ว ยังไม่นับรวมธุรกรรมที่เกี่ยวเนื่องที่จะตามมาอีก ซี่งม.หอการค้าเชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ 3-4%

กระนั้นก็ตาม บางครั้งโลกก็ไม่ได้สวยงามอย่างที่เราคิดและคาดหวังเสมอไป

เรื่องใหญ่-ปัจจัยลบ ที่ยังต้องเฝ้าติดตาม ทั้งเรื่องเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย ซึ่งส่งผลต่อภาคการส่งออกของไทย และปัญหาใหญ่กรณีที่กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อย่างกลุ่มโอเปกประกาศลดกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น และกระทบชิ่งเป็นวงกว้าง ทั้งปัญหาเรื่องเงินเฟ้อ การลดการจับจ่ายใช้สอย เรื่องของการขึ้นดอกเบี้ยที่อาจจะตามมา

แต่หากมองเฉพาะปัจจัยบวกภายในประเทศไทยเรา 2 อีเว้นต์ใหญ่นี้ เม็ดเงินสะพัด 2.5 แสนล้าน ดันเศรษฐกิจทั้งปีโตได้ 3-4%

ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน

หลังจากนั้น ค่อยมาวัดกึ๋น วัดฝีมือ “รัฐบาลใหม่” ที่จะเข้ามา ว่าจะเก่งกล้า สามารถ ตามนโยบายที่หาเสียง หรือขายฝัน ไว้ได้แค่ไหน?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...