โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชลิต เฟื่องอารมย์ ติดเชื้อในกระแสเลือด วูบ ขยับตัวไม่ได้กว่า 6 ชม. ป่วยโรคไฟลามทุ่ง

The Bangkok Insight

อัพเดต 25 ม.ค. 2567 เวลา 02.58 น. • เผยแพร่ 25 ม.ค. 2567 เวลา 02.48 น. • The Bangkok Insight

ชลิต เฟื่องอารมย์ เล่านาทีชีวิต ติดเชื้อในกระแสเลือด วูบ ขยับตัวไม่ได้กว่า 6 ชม. กับอาการป่วยโรคไฟลามทุ่ง

นักแสดงมาดเข้มน็อต วรฤทธิ์ ควงคุณพ่อตุ่ม ชลิต เฟื่องอารมย์ มาเผยวินาทีชีวิตติดเชื้อในกระแสเลือด วูบ ขยับตัวไม่ได้นานกว่า 6 ชั่วโมง กับอาการป่วยโรคไฟลามทุ่ง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่องOne31 ที่มี หนิง ปณิตา และ อาจารย์ เป็นหนึ่ง เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

น็อต วรฤทธิ์ และคุณพ่อ ตุ่ม ชลิต เฟื่องอารมย์

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าพ่อป่วย ?

อาตุ่ม : มันพูดไม่ถูกมันเป็นอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งตัวเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร อยู่ดี ๆ มันก็วูบหายไปเลย มีแต่ความรู้สึก แต่ทำอะไรไม่ได้เลย มันชา แม้กระทั่งจะเอื้อมมือยังไม่ได้ ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่มีอะไรเลย ตื่นเช้ามาทำทุกอย่างปกติ เดินลงมาจากห้องนอนลงมาข้างล่างจะมาเปิดประตูบ้าน พอมาถึงหมดสติล้มพับลงไป

พ่อเป็นคนที่ดูแลตัวเองอยู่แล้ว ?

อาตุ่ม : ใช่ ออกกำลังกาย รดน้ำต้นไม้

น็อต : คือทำกิจกรรมทั้งวัน

แล้วอาหารการกินล่ะ ?

น็อต : กินวันละมื้อเหมือนพระ

อาตุ่ม : 2 มื้อ ๆ

น็อต : แกงถุงนึงกินทั้งวัน

อาตุ่ม : วันนึงเสียค่ากับข้าว 50 บาท กับข้าวอย่างเดียว

หรือกินน้อยไป ?

อาตุ่ม : น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ดื่มนมทุกเช้า 1 กล่อง

ตอนที่คุณอาล้มลงมีสติ แต่ขยับตัวไม่ได้เลย ?

อาตุ่ม : ไม่ได้เลย ตอนนั้นฉันจะโทรศัพท์เรียกใคร เรียกคนงานให้มาช่วยเปิดประตูให้หน่อย มาดูเราสิว่าเราเป็นอะไร แต่มันคลานไม่ได้ ต้องค่อย ๆ นอนราบไปกับพื้น หยิบโทรศัพท์ไม่ได้ บังคับตัวเองไม่ได้

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหน ?

อาตุ่ม : ที่สวน จันทบุรี อยู่คนเดียว

แล้วรอกี่ชั่วโมงกว่าจะมีคนมาเจอ ?

อาตุ่ม : ไม่รู้ มันเหมือนกับฝัน เหมือนตัวเองไม่มีความรู้สึกอะไรทั้งสิ้น เขามาเปิดประตูได้ยังไงก็ไม่รู้ เอาเราไปโรงพยาบาลได้ยังไงก็ไม่รู้ เพียงแต่ว่าเราทำตามที่เขาสั่งไปอาบน้ำก่อนไปโรงพยาบาล เพราะมันเหมือนกับฉี่ราด

น็อต : คือบังคับตัวเองไม่ได้แล้ว

น็อต วรฤทธิ์ และคุณพ่อ ตุ่ม ชลิต เฟื่องอารมย์

ตอนนั้นความรู้สึกเรากลัวตายไหม ?

อาตุ่ม : ไม่มีความรู้สึกตรงนั้นเลย รู้อย่างเดียวฉันต้องไปโรงพยาบาล

ตอนนั้นเสียงสามารถพูดได้ไหม ?

อาตุ่ม : ไม่ได้พูด เพราะไม่รู้จะพูดกับใคร จิตสั่งทางจิต ไม่รู้จะพูดกับใคร คนงานก็อยู่ไกล ตะโกนก็ไม่ได้ ต้องใช้
โทรศัพท์อย่างเดียว

แล้วใครเป็นคนไปเจอ ?

อาตุ่ม : คนข้างนอกอยู่สวนไหนก็ไม่รู้ เขาต้องมาเข้าสวนมาหาเราทุกเช้า เขาเข้ามาร่วมเที่ยงแล้วมั้ง แล้วพาเราส่งโรงพยาบาล

พี่น็อตรู้ตอนไหน ?

น็อต : รู้ตอนถึงโรงพยาบาลแล้ว ลูกน้องพ่อ โทร. มา แต่ก็พูดไม่รู้เรื่อง ก็คุยกับหมอ ซึ่งลักษณะหมอชอบพูดให้เรากังวล พ่อเป็นอย่างนู้น อย่างนี้ เอาไงดี สรุปเป็นอะไรกันแน่ มีทางรักษาไหม ตอนนี้พ่อมีสติอยู่หรือเปล่า เขาบอกว่ารู้ตัวแล้ว ขยับตัวได้ แต่ไม่รู้ว่าพ่อเป็นอะไร แล้วขั้นตอนการรักษาของหมอเป็นอะไรบ้าง ทำอะไรบ้าง เขาก็เล่า ๆ เราก็มาเล่าให้ที่บ้านฟัง ใครจะเป็นหน้าที่ไปดูแลพ่อยังไง แบ่งหน้าที่กัน ตอนนี้ไม่ว่างนะ แม่เลยเป็นคนที่ไปดูแลพ่อ ไปอยู่กับพ่อที่โรงพยาบาลกับพี่แนน

ใจตอนนั้นกังวลแค่ไหน ?

น็อต : ตอนที่รู้ข่าวเขาพูดไม่รู้เรื่อง เราก็กังวลนะว่าพ่อเราเป็นอะไรหนักหรือเปล่า แต่พอเราตั้งสติแล้วฟังคุณหมอเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ เราก็รู้แล้วว่าตอนนี้พ่อปลอดภัยแล้ว แต่ว่าอยู่ในช่วงการดูแลรักษาของคุณหมอว่าจะต้องดูให้ละเอียดรอบคอบมากกว่านี้ว่าสาเหตุที่พ่อเป็นเกิดจากอะไร ก็เลยเบาใจลงค่อย ๆ วางแผนต่าง ๆ

แล้วพี่น็อตคุยกับพี่แนนไหม ?

น็อต : คุยกันตลอด เธอไปดูแลกับแม่ก่อนนะ แล้วคอยรายงานตลอด เพราะบางทีคุณหมอพูด เขาชอบพูดให้เราตกใจ เขาไม่ให้ความหวังเรา เขาต้องเผื่อไว้อีกทาง

พี่ใช้คำพูดว่าคุณหมอพูดไม่ให้ความหวัง แปลว่าอาการที่วันนั้นฟังคือวันนั้นพ่ออาจจะเสียชีวิต ?

น็อต : ถามว่าถึงขั้นเสียชีวิตหรือเปล่า คงไม่เสียชีวิต ณ ตอนนั้น แต่มันมีโอกาสให้คุณพ่อเสียชีวิตได้ ถ้าไม่รักษาให้ทัน แต่มันเป็นธรรมชาติของคุณหมอไง คุณหมอจะไม่พูดในแง่บวก เพื่อไม่ให้ความหวังเรา ให้เราเตรียมใจไว้ เพื่อระมัดระวังมากขึ้น อันนี้เราเข้าใจ

วันนั้นคุณหมอวิเคราะห์ว่าอาการเป็นอะไร ?

น็อต : หมอบอกไม่รู้ว่าพ่อเป็นอะไร คาดว่าน่าจะติดเชื้อในกระแสเลือดนะครับ แล้วติดเชื้อในกระแสเลือดจากสาเหตุอะไร คุณหมอก็ยังหาสาเหตุไม่เจอว่าเกิดจากอะไร แต่คิดว่าน่าจะเป็นแผลเล็ก ๆ ที่ขาแล้วมีอะไรแปลกปลอมเข้าไปแล้วไปติดเชื้อ คือไม่รู้สาเหตุ

รู้สึกขัดแย้งไหมกับสิ่งที่คุณหมออธิบายมา ?

น็อต : ตัวเราก็ไม่มีความรู้หรอก แต่เรารู้ว่าอาการของพ่อวันนั้นที่เข้าโรงพยาบาลคือขาบวมมาก

อาตุ่ม : แต่เราไม่รู้นะว่าขาบวม

น็อต : ขาบวมแล้วมีแผล คาดว่าพวกเชื้อโรคต่าง ๆ จะเข้าไปทางแผล ทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือด นั่นคือความคาดเดาของคุณหมอนะว่าวินิจฉัยว่าเป็นอย่างนั้นแล้วคำว่าติดเชื้อในกระแสเลือดในความรู้สึกเรา มันคือรุนแรง มันคือเรื่องใหญ่ แต่ถ้าอยู่ในโรงพยาบาลแล้วใกล้มือหมอ โอกาสรอดมันสูงอยู่แล้ว

น็อต วรฤทธิ์ และคุณพ่อ ตุ่ม ชลิต เฟื่องอารมย์

ใช่แผลที่ขา ที่พ่อทายาอยู่ทุกวันนี้ไหม ?

อาตุ่ม : ใช่ ๆ

น็อต : ทุกวันนี้ยังไม่หายเลยนะ แต่อันนี้ดีขึ้นมากเลย

อาตุ่ม : ทายาสมุนไพร เพราะโรงพยาบาลรักษาไม่หาย

ทุกวันนี้พ่อดีขึ้น กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ แต่ยังไม่รู้ว่าสาเหตุของโรคคืออะไร ?

อาตุ่ม : ใช่ ไม่รู้ แต่เราก็ถือโอกาสทำบอลลูนไปเลย รอให้การติดเชื้อในกระแสเลือดหายเรียบร้อย แล้วเราก็ทำบอลลูนอีกเส้นนึง

เขาเรียกว่าไฟลามทุ่งใช่ไหม ?

อาตุ่ม : เขาเรียกว่าไฟลามทุ่ง ที่มันเหมือนสะเก็ดเงินแต่ไม่ใช่ เหมือนแผ่นเนื้อมันไหม้แล้วมีการพอง ตอนอยู่โรงพยาบาลเขาก็เอาเข็มมาจิ้มให้น้ำเหลือง น้ำหนอง น้ำใส ๆ ออกมา นี่ 6 เดือนแล้ว ยังไม่หายเลย

ความทรมานตอนที่เรามีสติ เรารู้สึกตัว ?

อาตุ่ม : ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่คัน มันมีแต่แผลขึ้นมา

สาเหตุของการเกิดโรคทุกวันนี้ก็ยังวินิจฉัยไม่ได้ ?

อาตุ่ม : ไม่ได้ไปหาหมอหมดไปเยอะแล้ว ตรงไหน ๆ ไปหมด มีหมอเป่าน้ำมนต์เราก็ไป เป่าเหล้าเราก็ไปทำทุกอย่าง ไม่หาย

พ่อเป็นคนดูแลตัวเอง เป็นคนเนี๊ยบคนนึง พอมาเป็นแบบนี้ รู้สึกกังวลใจอะไรไหม ?

อาตุ่ม : เฉย ๆ ปลงแล้ว อะไรมันจะเกิดมันก็ต้องเกิด อะไรมันจะหาย มันก็หายไปเอง มันเกิดได้ มันก็หายได้

พ่ออยู่โรงพยาบาบาลเป็นเดือนเลย ?

อาตุ่ม : ครึ่งเดือน เพราะติดเชื้อในกระแสเลือด เขาต้องรักษา เราก็เบลอไม่รู้เรื่อง แล้วเราเป็นคนติดบุหรี่ อาละวาดทั้งโรงพยาบาล เราไม่รู้ตัวว่าอาละวาด ในความคิดของเราฉันต้องสูบบุหรี่ให้ได้ ฉันอยากสูบบุหรี่เหลือเกิน เรียกหมอมาด่า เพื่อน ๆ มาโรงพยาบาลนี้กูไม่เข้าอีกแล้ว จำเอาไว้ โพสต์ด้วยนะ โพสต์ในกลุ่มเพื่อน

เห็นว่าหลังจากที่เหตุการณ์นี้เกิดพี่น็อตตั้งกฎเหล็กขึ้นมา มีกฎอะไรบ้าง ?

น็อต : ไม่ใช่ผมหรอก แต่ทั้งครอบครัว ก็คือเรื่องของการขับรถ เราไม่ให้ขับรถแล้ว เพราะว่าเราไม่รู้ว่าอยู่ดี ๆ จะวูบไปตอนไหน มันเกิดอุบัติเหตุได้

พ่อดื้อไหม ?

น็อต : ไม่ดื้อ หลังจากเกิดเหตุการณ์ผ่านความตายนี่โอ้โห..เลี้ยงง่ายมาก พูดอะไรก็เชื่อ

อาตุ่ม : เราทำอย่างนี้เพื่อให้ทุกคนในบ้านสบายใจ ไม่ต้องห่วงเรา

อีกหนึ่งข่าวดีคือคุณพ่อเลิกสูบบุหรี่ ?

อาตุ่ม : ถูกต้อง หาวิธีการเยอะแยะมาก ไปซื้อยาหม้อต้ม หลายอย่าง เมื่อก่อน 3-4 หน เลิกไม่ได้ ยังไงก็ต้องกลับมาดูด แล้วดูดวันละ 2 ซอง ขนาดไปทำบอลลูนเส้นแรก หมอบอกคุณชลิตอยากตายไหม ถ้าอยากตายดูดต่อไป ถ้าไม่อยากตายเลิกดูด ผมเลิกไม่ได้ครับหมอ ช่วยผมหน่อยเถอะ มาทำเส้นที่สอง เข้าโรงพยาบาลเที่ยวนี้เลิกได้เพราะอยู่โรงพยาบาลนาน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/

Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight

Twitter: https://twitter.com/BangkokInsight

Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/

Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...