วีวี่ เดอะโกสต์ ให้ปากคำ สอท. เล่ากลโกงมิจฉาชีพ วอนสังคมเห็นใจ ไม่มีใครอยากตกเป็นเหยื่อ
The Bangkok Insight
อัพเดต 05 มิ.ย. 2566 เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2566 เวลา 10.40 น. • The Bangkok Insightวีวี่ เดอะโกสต์ ให้ปากคำ สอท. เล่ากลโกงมิจฉาชีพหลอกรีวิวสินค้าในแอปฯ วอนสังคมเห็นใจ พ้อไม่มีใครอยากตกเป็นเหยื่อ
วันที่ 5 มิถุนายน - นางสาวศุภณัฐ ดำรัสสิริ หรือ วีวี่ อดีตทีมงานรายการ The Ghost Radio เข้าให้ปากคำกับ พลตำรวจตรี ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กรณีถูกมิจฉาชีพหลอกให้รีวิวสินค้าในแอปพลิเคชัน แล้วจะได้ค่าคอมมิชชัน และให้ร่วมภารกิจเพิ่มยอดขาย ด้วยการฝากเงิน แล้วจะได้โบนัส 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องจ่ายค่าสมัครสมาชิก ก่อนจะได้เงินคืนต้องปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ จนสูญเงินไป 5.6 แสนบาท สุดท้ายใช้อุบายทำภารกิจซื้อโฆษณาเว็บไซต์ร้านเสื้อผ้ากระตุ้นยอดขาย กว่าจะรู้ทันสูญเงินไป เกือบ 600,000 บาท ซึ่งได้แจ้งความไปก่อนหน้านี้แล้ว พนักงานสอบสวนจึงนัดมาให้ปากคำในวันนี้
วีวี่ ระบุว่า พฤติการณ์ของกลุ่มมิจฉาชีพนี้ จุดเริ่มต้นมาจากการที่ได้รับติดต่อให้รีวิวเสื้อผ้า โดยจะมีการส่งเสื้อผ้ามาให้และถ่ายรูปรีวิวสินค้า จากนั้นจะมีการโอนเงินให้ ตนจึงตอบตกลง และมีการแอดไลน์จากเจ้าหน้าที่อีกฝ่ายเพื่อถามชื่อและสัดส่วนในการส่งสินค้าให้ จากนั้นมีการดึงเข้ากลุ่มที่มีคนรีวิวสินค้าแบบนี้เยอะ ๆ จากนั้นก็มีการให้โหลดแอปพลิเคชั่นเทเลแกรม เพื่อดึงเข้ากลุ่มที่มีจำนวนสมาชิกกว่า 300 คน ซึ่งมีการพูดถึงเรื่องการได้รับเสื้อผ้าและนำมารีวิวแล้ว โดยเป็นการคุยที่เยอะมาก
และในแชตก็มีคนกดเลขหนึ่งซ้ำหลาย ๆ ครั้ง จึงสงสัยและไปถามคนที่ดึงเข้ากลุ่ม ก็ได้คำตอบว่า เป็นการยืนยันรับภารกิจเพิ่มยอดขาย มีตัวเลือกให้ 3 ตัวเลือก วงเงินแตกต่างกัน โดยต้องสำรองเงินไปก่อน ซึ่งขั้นต่ำอยู่ที่ 500 บาท และจะได้กลับคืนมาตามที่เลือกไว้ ตนจึงดูคนในกลุ่มส่งสลิปโอนเงิน และมีคนได้เงินคืนจริง จึงโอนเงินตาม จากนั้นก็มีข้อความระบุมีภารกิจที่ 2 ขึ้นมา ซึ่งหากปฏิเสธการเข้าร่วมภารกิจเกิน 3 ครั้ง ก็จะถูกดึงออกจากกลุ่มทันที ตนเองจึงได้โอนเงินเพิ่มขึ้นในภารกิจที่ 2 และ 3 ซึ่งก็ยังได้รับค่าคอมมิทชันคืนมาตามที่มีการแจ้งไว้
จากนั้นในวันต่อมา ได้มีภารกิจใหม่เข้ามาในวงเงินหลักหมื่น โดยจะได้รับค่าคอมมิทชันกลับมา 50 เปอร์เซ็นต์ จากยอดเงินที่โอนเข้าไป เมื่อเห็นคนอื่นโอน และส่งสลิปลงในกลุ่ม ตนก็โอนตามไป ยอมรับว่าไม่ได้นึกสงสัยว่าคนในกลุ่มดังกล่าวเป็นหน้าม้าหรือไม่ เพราะมีบางรายได้ทักแชตมาคุยส่วนตัวถึงกลุ่มดังกล่าวว่าเป็นกลุ่มที่เชื่อถือได้หรือไม่ จึงสร้างความสับสนให้ตนในจุดนี้ ต่อมาเมื่อตนเองโอนเงินหลักหมื่นในครั้งนี้แล้ว แอดมินที่ดึงตนเข้ากลุ่ม ก็ทักแชตส่วนตัวระบุว่าจะดึงตนเข้ากลุ่มวีไอพี เพราะวงเงินสูงขึ้น จากนั้นตนจึงถูกเชิญออกจากกลุ่มเดิม ที่มีสมาชิก 300 คน และถูกเชิญเข้ากลุ่มวีไอพี ที่มีสมาชิก 5 คน
โดยส่วนตัวไม่อยากเล่นภารกิจแล้ว และอยากได้เงินคืน เพราะตอนนี้จำนวนเงินอยู่ที่ 20,000 บาท จึงสอบถามไปยังแอดมินว่าต้องทำอย่างไร อีกฝ่ายก็ระบุให้ทำภารกิจเพิ่ม โดยการโอนเงิน 70,000 บาท เพื่อรับเงินคืน ตนอยากได้เงินคืนและไม่คิดว่าเป็นมิจฉาชีพ จึงตัดสินใจโอนเงินไป และต้องโอนเงินให้ครบทั้ง 5 คน เมื่อผ่านภารกิจที่ 1 แล้ว จากนั้นแอดมินก็ให้ทำภารกิจที่ 2 โดยให้โอนเงินอีก 160,000 บาท โดยคนในกลุ่มเริ่มมีการโวยวายขึ้น ขณะนั้นตนก็ยังไม่สงสัยว่าเป็นมิจฉาชีพ เพราะต้องการเพียงเงินคืนเท่านั้น และหากไม่โอนเงินในภารกิจที่ 2 ตนก็จะไม่ได้เงิน 90,000 บาท ที่จ่ายไปก่อนหน้านี้คืนมา
วีวี่ ยังระบุด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ว่าตนจึงต้องไปหาเงินมา 160,000 บาท เพื่อโอนไปให้อีกฝ่าย แต่ก็ได้รับคำตอบว่ายังไม่เสร็จสิ้นภารกิจ และถูกให้ทำภารกิจที่ 3 โดยการให้โอนเงิน 300,000 บาท เพื่อแลกกับการที่จะได้เงินคืน 1 ล้านกว่าบาท ตนหลงเชื่อจึงไปหาเงินมาโอนให้ แต่สุดท้ายได้รับคำตอบว่าทั้งหมดทำภารกิจไม่สำเร็จ เพราะทั้ง 5 คน โอนเงินไม่ตรงตามเวลาที่กำหนด จึงจะให้โอนเงินเพิ่มอีก 500,000 บาท ซึ่งขณะนั้นตนไม่มีเงินแล้ว และเริ่มรู้ตัวแล้วว่าโดนหลอก จึงไม่ยอมโอนเงินให้อีก การสูญเสียเงินทั้งหมดเกิดขึ้นภายใน 1 วันเท่านั้น และสาเหตุที่ตนโอนเงินเร็ว เพราะอีกฝ่ายให้เวลาในการทำภารกิจเพียง 7 นาที หากทำไม่ทันเวลา ภารกิจจะล้มเหลว และไม่ได้เงินคืน จึงทำให้ไม่มีเวลาคิดหรือปรึกษาใคร
ส่วนภารกิจที่มิจฉาชีพให้ทำคือ การโอนเงินเพื่อกระตุ้นยอดขาย จากนั้นมีการส่งลิงค์มาให้กดสินค้าลงตะกร้าออนไลน์ เพื่อสั่งซื้อ เป็นการกระตุ้นยอดขายให้ร้านค้า ส่วนสินค้าที่เป็นเสื้อผ้าที่บอกว่าจะให้ตนรีวิวให้นั้น จนขณะนี้ก็ยังไม่เคยได้ใส่ ที่ผ่านมาติดต่อผ่านการแชตเพียงอย่างเดียว ไม่เคยมีการโทรศัพท์พูดคุยกันเลยสักครั้ง ส่วนบุคคลอีก 4 คน ในกลุ่มวีไอพี ตนมาทราบภายหลังจากที่ไปดำเนินเรื่องที่ธนาคาร ว่าในวันดังกล่าวได้มีใครโอนเงินเข้าบัญชีที่ตนโอนหรือไม่ ซึ่งปรากฏว่ามีเพียงตนเพียงคนเดียวเท่านั้นที่โอนเงินให้ จึงเชื่อว่ากลุ่มคนในห้องวีไอพี เป็นหน้าม้าที่มาหลอกให้ตนหลงเชื่อ
สำหรับบัญชีที่ตนโอนเงินให้ในกลุ่มแรก ตลอดจนกลุ่มวีไอพี มีทั้งหมด 4 บัญชี รายชื่อไม่ซ้ำกัน ซึ่งในวันนี้ได้นำหลักฐานเป็นสเตจเมนท์ สลิปการโอนเงิน และประวัติการแชต มาให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ นอกจากนี้หลังจากที่ตนเองมีการโพสต์ข้อความเตือนภัยไปในโซเชียลมีเดีย ก็ได้รับข้อมูลว่ามีคนที่ถูกหลอกในลักษณะนี้หลายราย ซึ่งเบื้องต้นเท่าที่มีข้อมูลประมาณ 60 ราย รวมถึงยังมีคนที่ติดต่อมาหาตนเองและแจ้งว่าเพิ่งรู้ว่าตัวเขาเอง ก็กำลังถูกหลอกเช่นเดียว แต่จำนวนเงินประมาณหลัก 3,000 บาท ไม่สูงเท่ากับที่ตนเองโดนอยู่
และตนเองยังพบข้อมูลอีกว่า มีเหยื่อที่ถูกกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้หลอกให้โอนเงินเป็นผู้ชาย ปัจจุบันฆ่าตัวตายไปแล้ว เพิ่งมีการทำบุญครบ 7 วัน ไปเมื่อวานนี้ ซึ่งในเคสดังกล่าวก็เป็นการถูกหลอกให้ทำภารกิจและมีการโอนเงินไปเรื่อย ๆ แต่เจ้าตัวไม่สามารถปรึกษากับใครได้ ทำให้เกิดความเครียด ตนเองไม่อยากเห็นใครต้องมาเสียชีวิตกับการถูกหลอกแบบนี้ เพราะทุกคนไม่อยากถูกหลอก ไม่อยากเสียเงิน จึงอยากให้สังคมเข้าใจ และไม่ต่อว่ากลุ่มผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการมิจฉาชีพว่าเป็นผู้ที่โลภมาก
ส่วนประเด็นที่ตนเองถูกพักงานอย่างไม่มีกำหนด จาก The Ghost Radio เนื่องจากตนเองทำผิดกฎของบริษัท แต่สำหรับเรื่องส่วนตัวระหว่างตนเองกับพี่แจ็ค หรือ นายวัชรพล ฝึกใจดี ผู้ก่อตั้ง The Ghost Radio ยังคงเป็นพี่น้องกันอย่างดีอยู่ ซึ่งทีมข่าวได้สอบถามว่าอยากจะขอความเห็นใจหรือขอโอกาสกับทางพี่แจ็ค ในการขับเข้าไปทำงานอีกครั้งหรือไม่ วีวี่ได้นิ่งเงียบไประยะหนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ และมีน้ำตาคลอเบ้า แม้ว่าพี่แจ็คจะให้อภัย ตนเองก็ไม่สามารถกลับไปทำงานได้อีก เพราะสิ่งที่ตนเองทำในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎบริษัทอย่างหนัก
ด้าน พลตำรวจตรี ชัชปัณฑกาณฑ์ ระบุว่า ผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ที่ สน.ห้วยขวาง และแจ้งความออนไลน์ไว้แล้ว โดยวันนี้พนักงานสอบสวน บก.สอท.1 จะสอบสวนเพื่อติดตามเส้นทางเงินจากบัญชีม้าของมิจฉาชีพรายนี้ ซึ่งเบื้องต้นพบบัญชีม้าแล้ว 2 คน และทราบตัวตนแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกต่อไป โดยรับปากว่าจะติดตามทำคดีนี้ให้ดีที่สุด โดยขอย้ำเตือนประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อการติดต่อเข้ามาชักชวนลงทุนหรือจ้างงาน ผ่านช่องทางออนไลน์เพราะสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นกลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาหลอกลวง สุดท้ายก็คือการหลอกให้โอนเงิน ส่วนกรณีใครที่หลงเชื่อโอนเงินให้กับมิจฉาชีพไปแล้ว ให้รีบติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชี เพื่อให้อายัดเงินโดยด่วน จากนั้นให้แจ้งความออนไลน์ ที่ www.Thaipoliceonline.com
ขอบคุณข้อมูล ข่าวช่อง 3 , เรื่องเด่นเย็นนี้
อ่านข่าวเพิ่มเติม