โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผู้ปกครองมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างต้อนรับ บุตร-หลาน เปิดเทอม ปี 68

Reporter Journey

อัพเดต 29 พ.ค. 2568 เวลา 16.15 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. 2568 เวลา 09.15 น. • Reporter Journey

ช่วงเวลาเปิดเทอมใหม่ ปีการศึกษาใหม่กลับมา

เช่นเดียวกับค่าใช้จ่ายที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องจ่ายให้บุตรหลานของตนก็วนกลับมาเช่นกัน

เปิดเทอมใหม่ปีนี้พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้ปกครองไทยเป็นอย่างไรบ้าง บทความนี้จะพาไปสำรวจพร้อม ๆ กัน

ข้อมูลชุดนี้เป็นผลสำรวจจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยเป็นการสำรวจกลุ่มผู้ปกครองจำนวน 1,250 คนทั่วประเทศเหมือนเดิม เหมือนทุก ๆ ชุดข้อมูลที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ ทำ

ธรรมชาติของสินค้าในช่วงเปิดเทอมจะมีสินค้าหลัก ๆ 5 อย่าง ได้แก่ หนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน กระเป๋านักเรียน ชุดนักเรียน และรองเท้า/ถุงเท้า ซึ่งแต่ละสินมีธรรมชาติต่างกัน สินค้าหลาย ๆ ชนิดใช้ของเดิมได้ เช่นกระเป๋า แต่ก็มีสินค้าอย่างหนังสือเรียนที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ (78.6%) เลือกจะซื้อใหม่ทั้งหมด เรื่องนี้อาจเป็นเพราะเมื่อขึ้นชั้นใหม่เนื้อหาที่เรียนก็ต้องใช้หนังสือเล่มใหม่

นอกเหนือจากสินค้าหลัก ๆ 5 อย่างที่เด็กจำเป็นต้องใช้ ผู้ปกครองยังมีค่าใช้จ่ายชนิดอื่น ๆ อีกที่แฝงมากับการไปโรงเรียนของบุตรหลาน เช่น ค่าเทอม ค่าบำรุงโรงเรียน ค่าบริหารจัดการพิเศษ ค่าเดินทาง ค่าเรียนพิเศษ และค่าขนม ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วปัจจุบันผู้ปกครองไทยมีค่าใช้จ่ายดังนี้

(ตัวเลขต่อไปนี้ผู้ปกครองบางคนก็ไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนดังกล่าว แต่ถ้ามี จะเป็นตัวเลขดังที่นำเสนอต่อไปนี้)

1 ค่าเทอม 21,142 บาท

2 ค่าบำรุงโรงเรียน 2,461 บาท

3 ค่าบำรุงโรงเรียน (กรณี้ย้ายโรงเรียน/แป๊ะเจี๊ยะ) 8,786 บาท

4 ค่าหนังสือ 2,566 บาท

5 ค่าอุปกรณ์การเรียน 1,671 บาท

6 ค่านักเรียน/ชุดพละ 2,069 บาท

7 รองเท้า/ถุงเท้า 1,257 บาท

8 ค่าบริหารจัดการพิเศษ เช่นค่าประกันต่างๆ 1,618 บาท

รวม ๆ แล้วผู้ปกครองคนหนึ่งอาจต้องเตรียมเงินสำหรับการเล่าเรียนของบุตรคนหนึ่งไว้ที่ 41,570 ต่อปีการศึกษา

(ผู้เขียนเองยังไม่ได้มีบุตรหลาน แต่จากการกดเครื่องคิดเลขตามก็รู้สึกหวาดหวั่นต่อค่าใช้จ่ายเหมือนกัน)

แต่โรงเรียนก็มีหลายรูปแบบทั้งรัฐ เอกชน เอกชนนานาชาติ ค่าใช้จ่ายข้างต้นผู้ปกครองบางท่านอาจรู้สึกว่ายังไม่ใกล้เคียงกับที่ตนจ่าย (อาจมากกว่า หรือน้อยกว่า) ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จึงมีการนำเสนอเพิ่มเติม โดยแยกย่อยให้เห็นภาพของโรงเรียนแต่ละรูปแบบ ดังนี้

  • โรงเรียนรัฐบาลห้องปกติ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 15,771 บาท

  • โรงเรียนรัฐบาลห้องพิเศษ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 41,723 บาท

  • โรงเรียนเอกชนปกติ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 35,627 บาท

  • โรงเรียนเอกชน 2 ภาษา มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 59,157 บาท

ผู้เขียนเชื่อว่าข้อมูลข้างต้นจะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถวางแผนเก็บเงินล่วงหน้าเพื่อส่งลูกเรียนได้ตามที่วางแผนไว้

ประเด็นต่อมาที่น่าสนใจคือ ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยเวลานี้ ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีความคิดเห็นอย่างไรต่อราคาสินค้าต่าง ๆ หรือแม้แต่ในสถานการณ์แบบนี้ผู้ปกครองไทยนำเงินที่ไหนมาจ่ายเพื่อให้บุตรหลานเล่าเรียน

ผู้ปกครองส่วนใหญ่ (45%) มองว่าค่าใช้จ่ายสำหรับการเปิดเทอมในครั้งนี้เท่า ๆ กับปี 67 ที่ผ่านมา แต่ก็มีผู้ปกครองกว่า 30.2% (ราว ๆ 1 ใน 3) ที่มองว่าตนเจอสถานการณ์ที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยมีสาเหตุมาจากที่ราคาสินค้าแพงขึ้นและต้องซื้อในจำนวนชิ้นที่มากขึ้น

และหากเรานำ ‘รายได้ของผู้ปกครอง’ มาเปรียบเทียบกับ ‘ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยช่วงเปิดเทอม’ จะพบข้อเท็จจริงที่ว่า คนไทยส่วนใหญ่ไม่ว่าจะมีรายได้มากเท่าไหร่ ล้วนมีค่าใช้จ่ายให้กับบุคตรหลานตอนเปิดเทอมมากกว่ารายได้ของตนทั้งสิ้น

  • ผู้ปกครองที่รายได้ต่ำกว่า 10,000 บาท กว่า 61.3% มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยตอนเปิดเทอม มากกว่ารายได้

  • ผู้ปกครองที่รายได้ 10,000-20,000 บาท กว่า 27.9% มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยตอนเปิดเทอม มากกว่ารายได้

  • ผู้ปกครองที่รายได้ 20,001-30,000 บาท กว่า 55.7% มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยตอนเปิดเทอม มากกว่ารายได้

  • ผู้ปกครองที่รายได้ 30,001-40,000 บาท กว่า 52.8% มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยตอนเปิดเทอม มากกว่ารายได้

  • ผู้ปกครองที่รายได้ 40,001-50,000 บาท กว่า 87.5% มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยตอนเปิดเทอม มากกว่ารายได้

เรื่องนี้เองทำให้ผู้ปกครองไทยกว่า 33.1% มีเงินไม่เพียงพอต่อเงินที่ต้องจ่ายเมื่อบุตรหลานเปิดเทอม และในปี 2568 นี้แหล่งที่มาของเงินของคนกลุ่มนี้ที่นำไปส่งบุตรหลายเรียนมาจาก การจำนำทรัพย์สิน กู้เงินในระบบ กู้เงินนอกระบบ รวมถึงหยิบยืมจากญาติพี่น้อง เยอะขึ้นอย่างมากกว้าปี 67

ผู้ปกครองไทยแก้ปัญหาเงินไม่พอด้วยวิธิการ

  • จำนำทรัพย์สิน 27.7% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 9.5%

  • กู้เงินในระบบ 22% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 6.5%

  • กู้เงินนอกระบบ 3.5% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 1.6%

  • หยิบยืมจากญาติพี่น้อง 8.1% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 4.5%

เรื่องนี้สะท้อนได้ว่าไม่ว่าค่าใช้จ่ายตอนเปิดเทอมจะสูงแค่ไหน คนเป็นพ่อเป็นแม่ เป็นผู้ปกครองก็พร้อมจะสู้เต็มที่ กัดฟันเต็มที่ พยายามทุกวิถีทางเพื่อให้บุตรหลานได้สิ่งที่ดีที่สุดตอนเปิดเทอม

และหากเรามองระดับมูลค่าการใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมในระดับประเทศจะพบว่าตัวเลขเงินสะพัดในปี 2568 เป็นมูลค่าที่สูงที่สุดในรอบ 10 ปี สูงถึง 62,614 ล้านบาท โตชะลอจากปีก่อนที่ 3.8% (ปี 2567 มีมูลค่าเงินสะพัด 60,322 ล้านบาท)

ทั้งหมดนี้คือมูลค่าการใช้จ่ายที่ผู้ปกครองเจอในช่วงเปิดเทอม รวมถึงทัศนคติของผู้ปกครอง และสถานการณ์ทางการเงินที่ผู้ปกครองไทยกำลังเผชิญ นี่ยังไม่รวมตัวเลขตอนเด็กคนหนึ่งเข้ามหาวิทยาลัยนะ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเลี้ยงลูกคนหนึ่งมาพร้อมกับภาระทางการเงินที่หนักหนาจริง ๆ ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ปกครองทุกท่าน และหากคุณผู้อ่านยังไม่ได้มีบุตรหลาน แต่กำลังวางแผนที่จะมี บทความนี้ก็ขอเป็นกำลังใจกับท่านในการเก็บเงินเช่นกัน

(เด็กไทยที่เกิดปี 2567 มีจำนวน 461,421 คน ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี ที่ประเทศไทยมีจำนวนเด็กเกิดไม่ถึง 5 แสนคนต่อปี และแนวโน้มจำนวนเด็กเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง)

.

อ้างอิง

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (8 พฤษภาคม 2568), พฤติกรรมการใช้จ่ายและผลกระทบของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม, https://cebf.utcc.ac.th/page_poll.php

https://www.theprachakorn.com/newsDetail.php?id=1002

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...