ชาวบ้านผวาสารหนูปนเปื้อนในบ่อน้ำ สาธารณสุขเร่งตรวจซ้ำ หวั่นเป็นอันตราย
ชาวบ้านผวาสารหนูปนเปื้อนในบ่อน้ำ สาธารณสุขเร่งตรวจซ้ำ หวั่นเป็นอันตราย
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย สั่งการให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข จ.เชียงราย กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาล ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โรงพยาบาลแม่สาย ฯลฯ ได้นำคณะเข้าไปเก็บตัวอย่างน้ำผิวดิน บ่อน้ำตื้น และบ่อน้ำบาดาลในพื้นที่ชุมชนถ้ำผาจม ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ชายแดนไทย-เมียนมา หลังจากมีชาวบ้านบางรายที่ใช้บ่อน้ำต้นแล้วมีอาการผื่นแดงขึ้นตามตัวจนสร้างความกังวล ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการด้วยการเก็บตัวอย่างน้ำจากบ่อที่ประชาชนใช้อุปโภค เพื่อตรวจสารหนูเบื้องต้นด้วยชุดทดสอบภาคสนาม (Arsenic Field Test Kit) ผลปรากฏว่าไม่พบสารหนูเกินมาตรฐานคือ 0.01 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
นอกจากนี้ได้ตรวจร่างกายผู้มีอาการผื่นโดยแพทย์เฉพาะทางไม่พบความผิดปกติทางระบบประสาทและอาการที่พบมีลักษณะผื่นแพ้เหงื่อ (Allergic reaction) กระนั้นเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างน้ำเพิ่มเติมจากจุดที่เคยเก็บไปตรวจก่อนหน้านี้อีก 6 จุด เพื่อส่งตรวจหาสารปนเปื้อนในห้องปฏิบัติการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 เชียงราย เพื่อให้ทราบผลอย่างเป็นทางการ คาดทราบผลภายใน 3-5 วันต่อไป ดังนั้นช่วงนี้จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากบ่อน้ำธรรมชาติที่ยังไม่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ผื่น คัน แสบผิวหนัง อ่อนเพลีย หรือปัสสาวะเปลี่ยนสี ฯลฯ ควรรีบพบแพทย์ใกล้บ้าน
ภายหลังก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา นักวิชาการมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและเครือข่ายได้สุ่มตรวจบ่อน้ำตื้นในพื้นที่เดียวกันแล้วพบว่ามีสารหนูปนเปื้อนเกินมาตรฐานระหว่าง 0.06-0.12 ซึ่งถือว่าเกินค่ามาตรฐานและถือเป็นผลที่แตกต่างจากชุดทดสอบภาคสนามของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขซึ่งทางนักวิชาการระบุว่าเกิดจากการใช้ชุดทดสอบคนละแบบกัน
จากการสอยถามนางพาวรรณ สมพันธ์ อายุ 72 ปี ชาวบ้านถ้ำผาจม เจ้าของหนึ่งในบ่อน้ำที่ทางนักวิชาการตรวจพบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน 0.05 กล่าวว่า บ้านตนใช้น้ำจากบ่อสำหรับการอุปโภคมานานหลายสิบปีตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อแม่แล้ว ไม่เคยมีผลกระทบอะไร มีช่วงหลังตั้งแต่เกิดน้ำท่วมพบว่าน้ำเริ่มมีสีขุ่น แต่ก็ไม่ถึงขั้นใช้การไม่ได้ ไม่มีผดผื่น แต่ตรวจเจอสารหนูก็ไม่กล้าที่จะใช้น้ำ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะแหล่งน้ำใช้ของบ้านมีน้ำจากบ่อเพียงอย่างเดียว ตอนนี้ต้องใช้น้ำจากถังน้ำที่ซื้อใช้ดื่มกินและล้างหน้าแปรงฟันก่อนเพื่อความปลอดภัย ส่วนน้ำใช้คงยังต้องใช้น้ำบ่อ และตอนนี้ต้องไปขอติดตั้งประปาใหม่ ก่อนหน้านี้เคยติดตั้งแต่น้ำไหลบ้างไม่ไหลบ้าง เสียเงินเปล่าๆ จึงหยุดใช้ ตอนนี้ต้องขอใหม่อาจต้องใช้เวลา อยากให้ทางประปาอำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบให้ได้ใช้ประปาโดยเร็ว และให้รีบแก้ไขปัญหาสารหนูช่วยชาวบ้านด้วย
นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย กล่าวว่าก่อนหน้านี้ 25 พ.ค. ทางสาธารณสุขและกรมอนามัยได้มีการเข้าทำการเก็บตัวอย่างและตรวจสอบแล้ว วันนี้ก็เข้าไปอีกไม่พบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน ตอนนี้จึงไม่มีมาตรการอะไรออกมา การทำงานของภาครัฐจะต้องอิงผลการตรวจอย่างเป็นทางการซึ่งตอนนี้ผลยังไม่ออกมา ขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนกกับข่าวหรือผลตรวจที่ไม่เป็นทางการ หากผลตรวจออกมาเป็นเช่นไรก็จะแจ้งประชาชทราบ หากพบมีสารหนูก็จะมีมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไม่ให้กระทบแก่ประชาชนต่อไป
ผศ.ดร.สุรพล วรภัทราทร หัวหน้าศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีก่อกำเนิด มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ระบุว่า น้ำในแม่น้ำสายค่าปนเปื้อนโลหะหนักที่ค่อนข้างสูงและมีบ่อน้ำตื้นใกล้แม่น้ำลึก 5-10 เมตรซึ่งชาวบ้านนิยมขุดเพื่อนำน้ำมาใช้ในบ้านเรือนดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องตรวจคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่องและภาครัฐควรจะต้องมีการแจ้งเตือนชาวบ้านให้หลีกเลี่ยงการใช้น้ำในระยะนี้ไปก่อนจนกว่าจะทราบผลตรวจอย่างเป็นทางการ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชาวบ้านผวาสารหนูปนเปื้อนในบ่อน้ำ สาธารณสุขเร่งตรวจซ้ำ หวั่นเป็นอันตราย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th