โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

5 หุ้น Global Play ตัวท็อปเหมาะ “ทยอยซื้อ” รับอานิสงส์ จีน-สหรัฐฯ คลายล็อกสงครามการค้า

Wealthy Thai

อัพเดต 22 ธ.ค. 2568 เวลา 14.52 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 02.34 น.

จากสถานการณ์ล่าสุดที่สหรัฐและจีนเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายมาตรการกีดกันทางการค้า โดยล่าสุด จีนประกาศลดข้อจำกัดการส่งออกแร่หายาก เช่น แม็กเนต ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในผลิตภัณฑ์ด้านพลังงาน, อาวุธ และเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ก็มีแนวโน้มผ่อนคลายมาตรการควบคุมการส่งออกชิปเซมิคอนดักเตอร์ให้กับจีน นับเป็นพัฒนาการสำคัญที่ช่วยคลายความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ และส่งผลเชิงบวกต่อบรรยากาศการค้าและการลงทุนทั่วโลก
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำทยอยซื้อ PTT, PTTEP, PTTGC, BCP, SCC ซึ่งเป็นกลุ่ม Global Play ที่ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มสงครามการค้าที่ลดลง
เริ่มด้วย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ แนะนํา “Outperform” ด้วยราคาเป้าหมาย 41.00 บาท เนื่องจากราคาหุ้นมี Upside ที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับราคาเป้าหมาย และให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ดีในระดับ 6-7% ในระยะ 3 ปี โดยโครงการซื้อหุ้นคืนจะช่วยจํากัด downside ของราคาหุ้น
ทั้งนี้ คาดว่ากําไรไตรมาส 2/68 จะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่จะปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน จากกําไรที่ดีขึ้นของธุรกิจน้ำมันและค่าการกลั่นที่สูงขึ้นของบริษัทร่วม กําไรจากการดําเนินงานจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ลดลง
ต่อที่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP บล.หยวนต้า แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 116.00 บาท เพราะภาพรวมกำไรปี 2568 ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดีเทียบกับคู่แข่ง และเชื่อว่า Downside ราคาน้ำมันจะไม่ต่ำกว่า US$60/bbl มากนัก เนื่องจากไม่คุ้มค่าการผลิตของ Shale Oil
ส่วนแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 2/68 เบื้องต้นคาดระดับ 1.4-1.5 หมื่นล้านบาท โดยแม้ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นจากแผนปิดซ่อมบำรุงลดลงและรอบส่งมอบน้ำมันของโครงการในโอมานแอลจีเรียเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดกำไรลดลงจากไตรมาสก่อน จากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันและต่ำลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิต
ขณะที่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC บล.หยวนต้า แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 21.70 บาท จากผลประกอบการผ่านจุดแย่สุดในปี 2567 มาแล้ว, Valuation ไม่แพงซื้อขายบน PBV 0.3 เท่า เกือบ -2SD, ได้ Sentiment บวกจาก Theme การลงทุน China Play หลังจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้ แนวโน้มไตรมาส 2/68 ไม่เด่น จาก Spread อะโรมาติกส์อ่อนแอ, โรงงานโอเลฟินส์หยุดซ่อม, ขาดทุนสต็อกน้ำมัน
ด้าน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP บล.หยวนต้า แนะนำ “Trading” ด้วยราคาเป้าหมาย 36.00 บาท เพื่อรอจังหวะลงทุนเมื่อหุ้นมี Upside มากกว่านี้ สำหรับไตรมาส 2/68 เบื้องต้นคาดลดลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากประโยชน์จากต้นทุนน้ำมัน Dated Brent ของโรงกลั่นพระโขนงลดลง, ผลการดำเนินงานของธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ (OKEA) ชะลอตัว ทั้งจากปริมาณขายและราคาขาย หลังผ่าน High Season ในฤดูหนาว, มีโอกาสขาดทุนสต็อกน้ำมันจากการปรับฐานของราคาน้ำมันในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม คงประมาณการปี 2568 ที่ 4.2 พันล้านบาท เติบโตสูงจากปีก่อน
ปิดท้ายด้วย บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ แนะนํา “Outperform” ด้วยราคาเป้าหมาย 192 บาท โดยคาดว่าโมเมนตัมของกําไรจะยังคงเป็นบวกต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยไตรมาส 2/68 (QTD) ส่วนต่างราคา HDPE/PP เพิ่มขึ้น เนื่องจากการลดลงอย่างมากของต้นทุนวัตถุดิบแนฟทา และราคาปูนซีเมนต์ที่มีผลบังคับใช้ที่สูงขึ้น
ส่งผลให้คาดกําไรหลักไตรมาส 2/68 จะอยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 111% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากขาดทุนคงที่ของ LSP ที่สูงขึ้น ทั้งนี้ โมเมนตัมจะยังคงดําเนินต่อไปในครึ่งหลังของปี 2568 โดยได้แรงหนุนจากส่วนต่างราคาเคมีภัณฑ์ที่ดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน ราคาปูนซีเมนต์ที่มีผลบังคับใช้ที่สูงขึ้น และโครงการลดต้นทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...