โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

TTB คาดกำไรQ2ที่ 4.9 พันล. มองว่าสินเชื่อยังไม่ฟื้นในระยะสั้น

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 14.22 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 07.22 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึง TTB ว่า TTB จะถูกกดดันอย่างหนักจากสินเชื่อที่หดตัว และ NIM ยังถูกกดดันจากนโยบายการขยายสินเชื่ออย่างระมัดระวังในขณะที่โครงการคุณสู้ เราช่วยก็เป็นปัจจัยที่ฉุดให้ NIM ยิ่งลดลงไปอีก เราคาดว่ากําไรในไตรมาส 2/2568 จะอยู่ที่ 4.9 พันล้านบาท (-3% ไตรมาสก่อนหน้า และ-8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน), -6% ในครึ่งแรกของปี 2568 ราคาหุ้น TTB outperform ดัชนี SET ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งสะท้อนถึงอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจ และ โครงการซื้อหุ้นคืน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 เนื่องจากเรามองว่าสินเชื่อจะยังไม่ฟื้นในระยะสั้น เราจึงปรับลดสมมติฐานอัตราการขยายตัวของสินเชื่อปี 2568F/2569F ลง และ ปรับลดประมาณการกําไรปี 2568F/2569F ลงปีละ 6% ทั้งนี้เนื่องจาก ROE ลดลงจึง de-rate PBV เป็น 0.75x (จาก 0.8x) ทําให้ได้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568F ใหม่ที่ 1.88 บาทจากเดิม 2.02 บาทโดยยังคงคําแนะนําถือ

Impact
สินเชื่อที่หดตัว และ NIM ที่ลดลงฉุดรายได้ คาดว่า TTB จะยังคงใช้นโยบายขยายสินเชื่ออย่างระมัดระวัง และ ไม่คิดว่าสินเชื่อจะกลับมาฟื้นตัวได้ในระยะสั้นในภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนดังนั้น เราจึงปรับลดสมมติฐานอัตราการขยายตัวของสินเชื่อในปี 2568F/2569F เป็น -6%/+3% จากเดิม 0%/+3% นอกจากนี้ เรายังใช้สมมติฐานว่าสินเชื่อจะหดตัวประมาณ 2% ไตรมาสก่อนหน้า และ 3.5% YTD ในไตรมาส 2/2568 ในขณะเดียวกัน ทั้ง yield และมาร์จิ้นยังคงถูกกดดันจากการลดดอกเบี้ย และ yield ที่ลดลงจากโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” คงการตั้งสํารองฯ (credit cost) ไว้ที่ระดับสูงเพื่อเพิ่มสํารองส่วนเกิน (management overlay) ธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่งแสดงความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศในครึ่งแรกของปี 2568 และ เชื่อว่า TTB จะอยู่ในสถานะที่ลําบากกับการเผชิญอุปสรรคในระยะต่อไป ซึ่งในสถานการณ์นี้ เราคิดว่า TTB จําเป็นต้องเพิ่มสัดส่วนสํารองหนี้เสีย/สินเชื่อ (LLR/Loan) เพื่อรองรับความไม่แน่นอน ทั้งนี้ TTB เผยว่าธนาคารพยายามจะเพิ่มสัดส่วน LLR/สินเชื่อให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับธนาคารอื่น ๆ โดยสัดส่วน LLR/สินเชื่อใน 1QL8 อยู่ที่ 4.9% ในไตรมาส 1/2568 (ค่าเฉลี่ยของธนาคารอื่น ๆ อยู่ที่ 6.8%) คาดว่า credit cost น่าจะยังอยู่ในระดับสูงที่ 1.5% (จาก 1.5% ในไตรมาส 1/2568 และเป้าปีนี้ที่ 1.25-1.35%) คาดว่ากําไรในไตรมาส 2/2568 จะอยู่ที่ 4.9 พันล้านบาท (-3% ไตรมาสก่อนหน้า, -8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ -6% ในครึ่งแรกของปี 2568)

กําไรที่คาดว่าจะลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าสะท้อนถึง
1.) NII ที่ลดลงจากการที่สินเชื่อหดตัวกดดันให้ NIM -8bps จากไตรมาสก่อนหน้า
2.) FVTP ลดลง ส่วนกําไรที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนจะเป็นเพราะสินเชื่อหดตัว 7% จากช่วงเดียวกันปีก่อนและ NIM ลดลง 15bps จากช่วงเดียวกันปีก่อนนอกจากนี้ เราใช้สมมติฐาน credit cost ในไตรมาส 2/2568 ที่ 1.4% (จาก 1.5%ในไตรมาส 1/2568 และ 1.6% ในไตรมาส 2/2568)ในขณะเดียวกัน โครงการคุณสู้เราช่วยจะทําให้ NPL ของธนาคารอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ที่ +2% จากไตรมาสก่อนหน้า และ-1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ทั้งนี้ เมื่ออิงตามประมาณการกําไรในไตรมาส 2/2568 ของเรา กําไรในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 จะคิดเป็น 52% ของประมาณการกําไรเต็มปี
ปรับลดประมาณการกําไรปี 2568F/2569F ลง -6%/-6% และ ปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 1.88 บาท

เราปรับสมมติฐานดังนี้
1.) ปรับเพิ่ม credit cost ปี 2568F/2569F เป็น1.5%/1.4% (จากเดิม 1.45%/1.3%)
2.) ปรับลดอัตราการขยายตัวของสินเชื่อเป็น -6%/+3% (จากเดิม 0%/+3%)เรายังคงสมมติฐาน NIM ปี 2568F/2569F ไว้ที่ 3%/3% และ อัตราการขยายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมไว้ที่ 2%/3% ทั้งนี้ เนื่องจาก ROE ลดลง เราจึง de-rate PBV เป็น 0.75x (จาก0.8x) ทําให้ได้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568 ใหม่ที่ 1.88 บาท จากเดิม 2.02 บาท โดยยังคงคําแนะนําถือ

ราคาปิด ณ วันที่ 8 กรกฎาคม 2568: 1.89 บาท
ราคาเป้าหมายใน 12 เดือน (บาทต่อหุ้น): 1.88 บาท
คงประมาณการ / ปรับเพิ่ม (ปรับลด): ปรับลด 6.9%
อัพไซด์ / ดาวน์ไซด์: ดาวน์ไซด์ 0.5%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...