โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กรมพัฒนาธุรกิจฯให้เกษตรกรใช้ต้นไม้เป็นหลักประกันเข้าถึงเงินทุน

INN News

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 10.30 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 03.30 น. • INN News

กรมพัฒนาธุรกิจฯ เปิดทางให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนใช้ “ต้นไม้” เป็นหลักประกันทางธุรกิจ จับมือหน่วยงานในพื้นที่ให้ความรู้

นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมไม้ยืนต้นเป็นหลักประกันทางธุรกิจ ณ วิสาหกิจชุมชนธนาคารต้นไม้ (ศูนย์การเรียนรู้ภูกะเหรี่ยง) จังหวัดนครนายก โดยกรมฯ พร้อมเดินหน้าส่งเสริมองค์ความรู้และสร้างความเข้าใจด้านหลักประกันทางธุรกิจให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน ตลอดจนผลักดันให้เกิดการ ใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรฐานรากทั่วประเทศ

กระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ และประชาชนในทุกระดับ โดยสนับสนุนการนำทรัพย์สินที่มีมูลค่ามาใช้เป็นหลักประกัน ซึ่งไม่เพียงแต่ ช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม และสร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจฐานรากโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการ SME วิสาหกิจชุมชน และเกษตรกร โดยการ นำทรัพย์สินอื่น คือ ไม้ยืนต้น มาใช้เป็นหลักประกัน ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ เกษตรกร และประชาชน ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น เสริมสร้างสภาพคล่อง เป็นทุนหมุนเวียนในธุรกิจ และการเกษตร

โดยจับมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงพื้นที่จังหวัดนครนายก ณ วิสาหกิจชุมชนธนาคารต้นไม้ (ศูนย์การเรียนรู้ภูกะเหรี่ยง) ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้การเกษตรที่ยึดหลัก เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางของรัชกาลที่ 9 เป็น “โครงการนำร่อง” เกี่ยวกับการปลูกพืชแบบผสมผสานหรือเศรษฐกิจพอเพียงร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เช่น สนับสนุนแหล่งเรียนรู้ หรือ กิจกรรมอบรมเกษตรกรในชุมชนและมีแนวคิดเกี่ยวกับ “ไม้ยืนต้นเป็นหลักทรัพย์” ที่สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกไม้ยืนต้น เช่น ไม้ผล (มะยงชิด มะม่วง) ไม้เศรษฐกิจ คือ ยางนา และการทำปุ๋ยชีวภาพ

อย่างไรก็ตาม นอกจากองค์ความรู้ที่จำเป็นเกี่ยวกับกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ การเพิ่มมูลค่าการปลูกต้นไม้ด้วยกลไกคาร์บอนเครดิต ที่กรมฯ และธ.ก.ส. ร่วมกันบรรยายให้ความรู้แล้ว ยังมีไฮไลท์สำคัญ คือ การสาธิตวิธีการวัดไม้ยืนต้นที่ต้องการนำมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจ เพื่อประเมินมูลค่าการให้สินเชื่อในเบื้องต้นของสถาบันการเงิน เช่น ต้นไม้ที่จะได้รับการประเมิน มูลค่าต้องมีอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป ปริมาณและราคาเนื้อไม้จะสัมพันธ์กับเส้นรอบวงต้นที่ความสูง 130 เซนติเมตรจากพื้นดิน เป็นต้น โดยต้นไม้ที่เกษตรกรนำมาใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจ กับสถาบันการเงิน เช่น ธ.ก.ส. (โครงการธนาคารต้นไม้) ได้แก่ มะขาม มะกอกป่า สะเดา ต้นเต็ง รัง ประดู่บ้าน ประดู่ป่า เป็นต้น รวมทั้ง การประเมินการกักเก็บคาร์บอนเครดิตของต้นไม้ให้เกษตรกร
ที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับรู้ถึงคุณสมบัติที่โดดเด่นของต้นไม้อีกด้วย

ทั้งนี้ กรมฯ เตรียมขยายผลแนวทางการส่งเสริมไปยังพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญทั่วประเทศ เพื่อยกระดับเกษตรกรไทยให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างเท่าเทียม เป็นธรรม และปลอดภัยในระยะยาว

ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568) มีผู้นำไม้ยืนต้นมาจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจแล้ว จำนวน 28 จังหวัด จำนวน 167,302 ต้น วงเงินค้ำประกันรวม 185,826,768.04 บาท ซึ่งต้นไม้ที่นำมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจ ประกอบด้วย ต้นสัก ยาง พะยอม ประดู่ป่า พะยูง พฤกษ์ มะขาม ไม้สกุลทุเรียน กฤษณา เป็นต้น

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...