“ชัยยศ” มอง SET ไซด์เวย์ ชู AOT-ERW เด่น รับ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง”-จับตาประชุมกนง.บ่ายนี้
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 06.08 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 04.38 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยในรายการ "ข่าวหุ้นเจาะตลาด" วันนี้ (25 มิ.ย.68) ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยดัชนีมีแนวโน้ม “แกว่งตัว” ภายหลังการปรับขึ้นแรงกว่า 3% ในวันก่อนซึ่งสูงกว่าตลาดรอบบ้านที่ส่วนใหญ่บวกกันเพียงประมาณ 2% เท่านั้น
การปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อวานนี้ถูกมองว่าอาจเป็นผลมาจากภาพของการ Cover Short โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการที่ดัชนี SET50 Futures (DEX) ปรับตัวลงมาต่อเนื่องทำให้ผู้ที่ถือสถานะ Short ต้องเร่งปิดสถานะ ประกอบกับมีเม็ดเงินในประเทศจากกลุ่มนักลงทุนกองทุนและบัญชีบล.เทรดเข้ามาเร่งซื้อในช่วงปลายไตรมาส ซึ่งมักเกิดขึ้นตามธรรมชาติของการทำ Window Dressing
อย่างไรก็ตามบล.กรุงศรีชี้ว่า ปัจจัยสนับสนุนตลาดยังคงมี ได้แก่ การคลี่คลายของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งช่วยกดดันราคาน้ำมันให้ลดลงกว่า 6% และแนวโน้มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ที่รัฐบาลเตรียมผลักดันในช่วงครึ่งปีหลัง ดังนั้นด้วยแรงซื้อที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในวงกว้างทำให้วันนี้ตลาดอาจเผชิญแรงขายทำกำไรในระยะสั้น
นอกจากนี้ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามโดยเฉาะหุ้น KTC มองว่าปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งมาก และมีผลกำไรที่มั่นคงในแต่ละไตรมาส (ประมาณ 1,000-1,800 ล้านบาท) และถือเป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ที่มีกำไรมีเสถียรภาพสูงปัจจุบันซื้อขายที่ P/E เพียงประมาณ 9 เท่า ซึ่งถือว่าราคาถูกลงมากจากช่วงก่อนหน้า
ดังนั้นการปรับตัวลงแรงของ KTC ไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐาน แต่เกิดจาก ปัจจัยเฉพาะบุคคล เช่น ปัญหาเรื่องสภาพคล่องของบุคคลที่ถือหุ้น หรือการถูก Force Sale (อาจมีการจำนำหุ้นนอกระบบบางส่วน) สำหรับนักลงทุนที่ชื่นชอบ KTC นี่อาจเป็น จังหวะในการทยอยสะสมแต่ควรเฝ้ารอดูให้แรงขายจาก Force Sale ชะลอตัวลงก่อน
โดยราคาเป้าหมาย ให้ราคาพื้นฐานของ KTC ไว้ที่ 58 บาท อย่างไรก็ตาม ควรติดตามผลประกอบการไตรมาส 2/68 ว่ากำไรจะยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับ 1,800 ล้านบาทได้หรือไม่
ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันนี้ บล.รุงศรีคาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมวันนี้ เนื่องจากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาแล้ว 2 ครั้งติดต่อกัน จึงไม่น่าจะลดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3
อย่างไรก็ตามหากมีการลดดอกเบี้ยอีก 0.25% จะถือเป็นเรื่องที่ตลาดเซอร์ไพรส์ และจะส่งผลดีต่อตลาด โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์ เช่น กลุ่มโรงไฟฟ้า,ไฟแนนซ์ ซึ่งจะช่วยหนุนให้ตลาดมีโอกาสรีบาวด์ได้ต่อ
ส่วนกลยุทธ์ลงทุนวันนี้:แนะนำในธีม "เที่ยวไทยคนละครึ่ง" โดยมองข้ามผลประกอบการไตรมาส 2/68 ที่เป็นช่วง Low Season ไป และคาดว่าหุ้นในกลุ่มนี้หลายตัวได้ปรับฐานลงมาลึกและน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยรายได้และกำไรน่าจะฟื้นตัวได้ในไตรมาส 3/68 หากโครงการ "เที่ยวไทยคนละครึ่ง" เข้ามาช่วย โดยหุ้นที่แนะนำ AOT ราคาพื้นฐานที่ 35 บาท ,ERW ราคาพื้นฐานที่ 2.30 บาท