โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรงเรียนชายแดนบุรีรัมย์ซ้อมอพยพรับมือข้อพิพาทไทย-กัมพูชา หวั่นปะทะซ้ำรอยปี 54

แนวหน้า

เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 17.00 น.

โรงเรียนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในบุรีรัมย์เร่งซักซ้อมแผนอพยพนักเรียนและจัดเตรียมหลุมหลบภัยอย่างเข้มข้น หลังข้อพิพาทเรื่องเขตแดนบริเวณช่องบก ปะทุขึ้นอีกครั้ง ผู้บริหารโรงเรียนและชาวบ้านยอมรับวิตกกังวลเป็นพิเศษ เพราะบทเรียนจากการปะทะในปี 2554 ชี้ชัดว่าความรุนแรงอาจเพิ่มขึ้นจากอาวุธที่ทันสมัยขึ้นในปัจจุบัน

วันที่ 5 มิ.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากมีกระแสข่าวความขัดแย้งเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อน 12 ตารางกิโลเมตร ในเขต "สามเหลี่ยมมรกต" ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสามประเทศ (ไทย-กัมพูชา-ลาว) ที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดนอย่างเป็นทางการ

กระแสข่าวดังกล่าวได้สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีแนวเขตติดกับประเทศกัมพูชาบริเวณจุดผ่อนปรนช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร เนื่องจากชาวบ้านยังคงจดจำเหตุการณ์ปะทะกันเมื่อปี 2554 ที่สร้างความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส และหวั่นเกรงว่าหากเกิดการปะทะขึ้นอีกครั้งในตอนนี้ อาจมีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม

แม้ประชาชนในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จะยังคงใช้ชีวิตตามปกติ และโรงเรียนยังคงเปิดการเรียนการสอน แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยมีการปรับปรุงหลุมหลบภัยภายในโรงเรียน และให้นักเรียนซักซ้อมแผนการอพยพอย่างต่อเนื่อง

นางสาวอรพรินทร์ กมลชิด ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกกะชาย ต.โคกกะชาย อ.บ้านกรวด เปิดเผยว่า โรงเรียนได้ปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังของกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์เขต 2 อย่างเคร่งครัด มีการจัดทำแผนเผชิญเหตุและมาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษา โดยให้นักเรียนได้ซักซ้อมการอพยพเป็นระยะมาตั้งแต่เหตุการณ์ปะทะในปี 2554

"ผู้ปกครองนักเรียนได้สอบถามเข้ามายังโรงเรียนเป็นระยะถึงสถานการณ์ความขัดแย้ง ซึ่งเราได้มีการประสานงานกับผู้นำชุมชนและผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมหากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น" นางสาวอรพรินทร์กล่าว

ด้านนางสุภาพ วงศาจันทร์ รักษาการหัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านสายโท 9 อ.บ้านกรวด ยอมรับว่ามีความน่ากลัว เพราะอาวุธในปัจจุบันมีความทันสมัยมากขึ้น "เรามีการเชื่อมโยงกันทางโซเชียลกับชุมชนและผู้ปกครองเด็ก เพื่อให้ศึกษาเส้นทางการอพยพล่วงหน้า มีการวางแผนชัดเจนว่าแต่ละหมู่บ้านจะต้องวิ่งเส้นทางอพยพไปทางไหน เป้าหมายอยู่ที่ไหน เพื่อไม่ให้เกิดการสับสนหรือไปกระจุกรวมกันเกินไปเหมือนครั้งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 54 ส่วนความตื่นตระหนกของชาวบ้านในตอนนี้ไม่ค่อยมากนัก เพราะมีระบบโซเชียลคอยประสานกันตลอดเวลา" นางสุภาพกล่าวเสริม

นางสาวหนูแตน สิทธิ์วงศ์ อายุ 45 ปี ผู้ปกครองเด็กในพื้นที่ แสดงความวิตกกังวลอย่างชัดเจน โดยเล่าว่าในเหตุการณ์ปะทะครั้งก่อน มีลูกระเบิดตกลงในหมู่บ้านถึง 21 ลูก หากเกิดขึ้นในช่วงที่เด็กเปิดเทอมเช่นนี้ ยิ่งน่าเป็นห่วง "ส่วนตัวอยากจะฝากถึงรัฐบาลกัมพูชา ถ้าจะทำอะไรให้คิดถึงชีวิตมนุษย์ด้วย" นางสาวหนูแตนกล่าวทิ้งท้ายด้วยความอัดอั้น - 001

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...