โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

'ซิปเม็กซ์' ยันส่งข้อมูลให้ ก.ล.ต.ตลอด จ่อระดมทุน 2,000 ล้านบาท คืนสภาพคล่อง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 ส.ค. 2565 เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 01 ส.ค. 2565 เวลา 09.50 น.

‘ซิปเม็กซ์’ ยันที่ผ่านมาส่งข้อมูลให้ ‘ก.ล.ต.’ ตลอด จ่อระดมทุน 2,000 ล้านบาท คืนสภาพคล่อง

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม นายเอกลาภ ยิ้มวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซิปเม็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (ZIPMEX) เปิดเผยความคืบหน้าของบริษัทกรณีการระงับทำธุรกรรมของผลิตภัณฑ์ซิปอัพ พลัส ซึ่งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ ทำให้มีสินทรัพย์ของลูกค้าติดอยู่ในซิปอัพ พลัส รวมถึงกรณีการยื่นขอพักชำระหนี้ (Moratorium) ของซิปเม็กซ์ สิงคโปร์ ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการยื่นล้มละลาย แต่เป็นการยื่นขอพักชำระหนี้ต่อศาลสิงคโปร์ เพื่อให้ธุรกิจยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และคำสั่งของศาลสิงคโปร์ไม่ได้มีผลกระทบต่อบริษัทในประเทศไทย ทำให้ลูกค้าที่เกี่ยวข้องยังมีสิทธิในการเรียกร้องสินทรัพย์คืนตามปกติ

นายเอกลาภยืนยันว่า ตนเองไม่ได้หนีไปไหนทั้งนั้น เพราะขณะนี้มีเป้าหมายเดียวคือเร่งแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด และทำให้นักลงทุนสามารถใช้งานระบบธุรกรรมได้ตามปกติ รวมถึงที่ผ่านมาบริษัทได้ชี้แจงข้อมูลกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อย่างต่อเนื่อง แบบมีข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ได้นิ่งเฉยแต่อย่างใด

นายเอกลาภกล่าวว่า แนวทางการแก้ไขที่รวดที่สุดในตอนนี้คือ การหาแหล่งเงินทุน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้บริษัท และนำมาบริหารจัดการสินทรัพย์คืนให้ลูกค้า โดยผ่านวิธีการระดมทุน หรือหานักลงทุนเข้ามาลงทุนในบริษัทเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้บริษัทมีนักลงทุนสนใจเข้ามาลงทุนแล้ว 2 ราย ผ่านการทำเอ็มโอยู และรายแรกมีการวางเงินมัดจำไว้แล้ว รวมถึงบริษัทยังมีการเปิดรับนักลงทุนที่สนใจเข้ามาลงทุนในบริษัทเพิ่มเติมอีก เพื่อระดมทุนให้ได้อย่างต่ำที่สุดประมาณ 2,000 ล้านบาท

“สำหรับการนำสินทรัพย์ดิจิทัลกลับคืนมาให้กับผู้เสียหาย เบื้องต้นซิปเม็กซ์สิงคโปร์จะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดจากบริษัท Celsius มูลค่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐ กระจายคืนให้กับลูกค้าทั่วโลกบางส่วนที่มีทั้งหมดประมาณ 120,000-130,000 ราย แบ่งเป็น คนไทยที่ลงทุนในซิปอัพ พลัส ประมาณ 70% หรือนับเป็นจำนวน 60,000-70,000 ราย ซึ่งมีนักลงทุนสูงสุดอยู่ประมาณ 30-40 ล้านบาทต่อ 1 คน โดยนับตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 1 สิงหาคมนี้ จนถึงกลางเดือนเดียวกัน บริษัทจะทยอยเปิดให้บริการซีวอลเลท เพื่อให้นักลงทุนสามารถถอนเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีออกจากกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้ เริ่ม 3 เหรียญแรก ได้แก่ 1.โซลาน่า 2.คาราโน่ และ 3.เอ็กซ์อาร์พี ก่อนจะสามารถถอนเหรียญบิตคอยน์ อีเธอเรียม และเหรียญอื่นๆ ออกได้เกือบทั้งหมด” นายเอกลาภกล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายเอกลาภกล่าวว่า จากประเด็นบนสื่อโซเชียลมีเดียที่เกิดขึ้นภายหลังจากการไลฟ์แถลงการณ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ทางบริษัทขอเรียนให้ทราบว่า ตั้งแต่ซิปเม็กซ์เปิดกิจการ จนถึงเริ่มให้บริการในประเทศไทย บริษัทได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของสำนักงาน ก.ล.ต. และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ อย่างเคร่งครัด ผ่านหน่วยงาน Compliance ของบริษัท ทั้งในแง่ของการประสาน และการขอคำปรึกษาจากสำนักงาน ก.ล.ต.ในด้านต่างๆ ตลอดจนการออกผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ซิปอัพในอดีต หรือซิปอัพ พลัส ในปัจจุบัน ซึ่งบริษัทถือว่าการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต.เป็นสิ่งสำคัญที่บริษัท ยึดเป็นรากฐานในการดำเนินกิจการมาโดยตลอด รวมถึงบริษัทมีการประสานงานทั้งในรูปแบบของลายลักษณ์อักษร และทางวาจาอย่างโปร่งใส ขอให้ทุกท่านมั่นใจว่าซิปเม็กซ์ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการปฏิบัติในกรอบกติกาของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

“บริษัทรับรู้ข้อมูลว่า ในวันที่ 17 มิถุนายน บริษัท Babel Finance มีการระงับการถอน แต่ได้มีการหารือกันในกรณีนี้ เพื่อความโปร่งใส บริษัทชี้แจงว่าได้มีการถอนเงิน 2 ล้านเหรียญสหรัฐ มาจากทาง Babel Finance ได้สำเร็จ จากนั้นในวันที่ 20 มิถุนายน การประชุมได้มีสถานการณ์เป็นไปในเชิงลบมากขึ้น สะท้อนผ่านการพูดถึงคำว่า ‘ล้มละลาย’ และประสบปัญหาสภาพคล่องเป็นอย่างสูง ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะยังไม่สามารถคืนสินทรัพย์ให้กับบริษัทได้ ทำให้ภายในวันเดียวกัน (20 มิถุนายน) เวลา 16.30 น. บริษัทได้ตัดสินใจแจ้งกับสำนักงาน ก.ล.ต.เพื่อหยุดให้บริการซิปอัพ พลัส ชั่วคราว” นายเอกลาภกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...