โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพแสงลึกลับยุคเกิดจักรวาล อาจเป็นกาแล็กซีชนกัน

Environman

เผยแพร่ 06 มี.ค. 2567 เวลา 13.00 น.

นักวิทยาศาสตร์จับภาพแสงประหลาดจากยุคกำเนิดจักรวาล เชื่ออาจเกิดจากการชนกันของกาแล็กซียุคแรก ๆ

การสังเกตใหม่จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (JWST) ได้เผยภาพแสงจากไฮโดรเจนในเอกภพยุคแรกที่ทำให้นักดาราศาสตร์ประหลาดใจ ซึ่งอธิบายไม่ได้ว่าอะไรคือต้นกำเนิดของแสงนี้และดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรเป็นคำตอบได้เลยเพราะว่าสว่างเกินไป

ก่อนอื่นเราอาจจะต้องย้อนกลับไปในช่วงเวลาอันยาวนานของประวัติศาสตร์จักรวาลซึ่งเริ่มต้นหลังจากบิ๊กแบงเมื่อประมาณ 1 พันล้านปี ในตอนนั้นอวกาศเต็มไปด้วยก๊าซบริสุทธิ์จำนวนมากจนกั้นแสงที่ปล่อยออกมาจากอะตอมไฮโดรเจน

แต่เมื่อเวลาผ่านไป แสงเหล่านั้นก็เริ่มส่องออกมาจากกาแลคซีหลายแห่งในเอกภพยุคแรกเริ่มจนสังเกตได้ นักวิทยาศาสตร์จึงตั้งชื่อแสงนั้นว่าว่าการปล่อยไลแมน-อัลฟา (Lyman-alpha emission) ถ้าให้เข้าใจง่าย ๆ มันก้คือแสงประเภทหนึ่งนั่นเอง

แต่อะไรที่เป็นตัวการทำให้แสงนี้หลุดออกจากกลุ่มก๊าซที่ปกปิดมันไว้ได้นั้นยังคงเป็นปริศนา แต่ Callum Witten จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และเพื่อนร่วมงานคิดว่าพวกเขาได้พบคำตอบที่เป็นไปได้แล้ว ด้วยการตรวจสอบภาพถ่าย JWST ของกาแลคซีไกลโพ้นเก้าแห่ง ซึ่งทั้งหมดปล่อยไลแมน-อัลฟาออกมา

ทีมงานพบว่าแต่ละดาราจักรมีดาราจักรที่เล็กกว่าอยู่รอบ ๆ ซึ่งกาแล็กซีรองเหล่านั้นสลัวเกินกว่าจะสังเกตเห็นได้จากกล้องโทรทรรศน์รุ่นก่อน ๆ และในตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกมันทั้งหมดกำลังจะรวมเข้ากับคู่ที่สว่างกว่าของพวกมัน

การรวมตัวกันของกาแล็กซีทำให้เกิดการระเบิดต่าง ๆ จากดาวฤกษ์ ฝุ่น ก๊าซ หรือสสารต่าง ๆ และที่สำคัญมันปลดปล่อยแสงออกมา ซึ่งรวมถึงการปล่อยไลแมน-อัลฟาด้วยเช่นกัน นอกจากนี้มันยังสร้างลมที่ทรงพลังซึ่งพัดก๊าซคอสมิกของกาแล็กซีออกไปได้ และทำให้สภาพอากาศโปร่งใส นี่เองเป็นสาเหตุให้ การปล่อยไลแมน-อัลฟา หลุดรอดออกมาได้

“เรารู้ว่ามีโอกาสที่เราจะพลาดกาแลคซีที่มีแสงจางกว่า แต่เราไม่รู้ว่าจะมีกาแลคซีที่สว่างกว่าจำนวนมากอยู่ใกล้กาแลคซีเหล่านี้” Witten บอก “เราไม่รู้เลยว่าพวกเขา(กาแล็กซี)กำลังช่วยให้การแสงนี้ออกไปได้”

ยังมีคำอธิบายที่เป็นไปได้อื่น ๆ เช่น ความปั่นป่วนที่จากหลุมดำ ณ ใจกลางกาแลคซีเหล่านี้ แต่ดูเหมือนว่าการรวมตัวของกาแล็กซีจะมีบทบาทสำคัญมากที่สุด ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็กำลังมองหากาแล็กซีอื่น ๆ ที่เกิดการรวมตัวกันเพื่อทำความเข้าใจกระบวนการนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

“เพื่อพิสูจน์สมมติฐานนี้จริง ๆ เราจะต้องดูว่าสิ่งนี้จะดำเนินต่อไปอย่างไรเมื่อเราตรวจพบ(กาแล็กซีรวมตัวกัน)อีกนับสิบหรือหลายร้อยแห่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า” Aayush Saxena จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ผู้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้กล่าว

“ถ้าเรายังคงค้นหากาแลคซีที่รวมตัวกันเหล่านี้ต่อไป ความลึกลับนั้นก็จะคลี่คลายได้จริงๆ” เธอเสริม

ที่มา

https://buff.ly/3T3edwE

https://buff.ly/49hQrUh

https://buff.ly/3V4SLKc

Photo : Witten et al. 2023

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...