โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โจงกระเบน

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 28 มี.ค. 2567 เวลา 07.25 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2567 เวลา 01.00 น.

‘โจงกระเบน’ เป็นวิธีนุ่งผ้าแบบหนึ่งของคนไทยสมัยโบราณ ทำโดยม้วนชายผ้านุ่งแล้วสอดไปใต้หว่างขา ดึงขึ้นไปเหน็บขอบผ้านุ่งด้านหลังระดับบั้นเอว เรียกวิธีนุ่งผ้าเช่นนั้นว่า ‘นุ่งผ้าโจงกระเบน’ (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน)

ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) อธิบายไว้ในหนังสือ “สำนวนไทย” ว่า

“ในสมัยโบราณการนุ่งผ้านุ่ง กล่าวกว้างๆ มี 2 อย่าง อย่างหนึ่งนุ่งม้วนชายโจงกระเบน อีกอย่างหนึ่งนุ่งปล่อยชายลงไปไม่โจงกระเบน เรียกว่า นุ่งลอยชาย”

ตัวละครในวรรณคดีทั้งที่เป็นคนและสัตว์ ทุกเพศทุกวัยล้วนนุ่งโจงกระเบนกันทั่วหน้า ในเสภาเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” ตอนที่นางวันทองเตรียมตัวไปหาพลายงามลูกชาย (ที่ฝากค้างคืนกับท่านสมภารวัดเขา ก่อนที่นางจะชี้ทางไปเมืองกาญจนบุรีให้ลูกหนีขุนช้างพ่อเลี้ยงไปอยู่กับย่าทองประศรี) กวีบรรยายว่า

“นางวันทองร้องไห้เมื่อใกล้รุ่ง น้ำค้างฟุ้งฟ้าแดงเป็นแสงเสน

ด้วยวัดเขาเข้าใจเคยไปเจน โจงกระเบนมั่นเหมาะห่มเพลาะดำ”

โจงกระเบนนุ่งได้ทั่วถึงทั้งที่สาวอย่างนางวันทองและสูงวัยอย่างนางทองประศรี ตอนที่นางทะเลาะกับขุนแผนลูกชายเรื่องพลายงามหรือพระไวยหลานชาย เมื่อโกรธจัดนางทองประศรีก็ออกอาการ ดังนี้

“มึงไม่ไปเสียให้พ้นเรือน กูมิต่อยให้เปื้อนก็จึงว่า

มือเหน็บชายกระเบนร้องเกนมา กล้าดีก็มาอย่ารั้งรอ”

ขุนแผนยามโกรธจัดก็ฉวยดุ้นแสมจะตีพระไวย ทำเอาพระพิจิตรและนางบุษบาซึ่งเป็นพ่อตาแม่ยายของพระไวยต้องช่วยกันห้ามเป็นพัลวัน พ่อตาฉุดชายกระเบนขุนแผนไว้ ในขณะที่แม่ยายรีบแย่งดุ้นแสมไปจากมือ

“พระพิจิตรบุษบาก็ตกใจ ร้องห้ามลูกไปจนเสียงแห้ง

*ฉุดชายกระเบนรั้งกำลังแรง บุษบาคร่าแย่งเอาไม้ไป”*

มิใช่มีแต่คนไทยที่นุ่งโจงกระเบน คนมอญแจวเรือจ้างอย่าง ‘มะถ่อธะบม’ กำลังนอนหลับในเรือที่ค้างอยู่บนเลน ตกใจตื่นเนื่องจากได้ยินเสียงคนมาเรียก เมื่อรู้ว่าขุนแผนเร่งให้พาข้ามฟากไปสืบหาช้างตามรับสั่งกษัตริย์ ก็แก้ผ้าลงลุยโคลนรีบเข็นเรือออกมา พอพายเรือมาถึงท่า เห็นขุนแผนยืนอยู่กับสาวงามก็นึกในใจว่า

“แปลกใจเอ๊ะหลอกดอกกระมัง ลักผู้หญิงชาววังที่ไหนมา

หลอกเราใช้เล่นให้เข็นเรือ ยกเงื้อพายแร่ทั้งแก้ผ้า”

สภาพนุ่งลมห่มฟ้าทำให้นางวันทองสุดทน ขุนแผนร้องบอกให้มะถ่อธะบมรีบนุ่งผ้ามิให้อุจาดตา

“วันทองน้องอายไม่ลืมตา หม่อมขาดูเอาเถิดอ้ายนอกทาง

ขุนแผนร้องเบื่อมันเหลือเถน โจงกระเบนเสียก่อนเจ้าเรือจ้าง”

ตัวละครบางตัวถือโอกาสใช้หางกระเบนล้างแค้นเอาคืนซึ่งๆ หน้า ดังกรณีของ ‘เจ้าเงาะ’ ที่ถูกท้าวสามลพ่อตากลั่นแกล้งสารพัด และนางรจนาเมียรักก็ถูกพี่สาวเย้ยหยันทุกครั้งที่มีโอกาส บทละครนอกเรื่อง “สังข์ทอง” เล่าว่า

“เมื่อนั้น เจ้าเงาะก้มกราบยิบสักสิบหน

แกล้งเลียนล้อต่อหน้าท้าวสามล เฝ้าก่นหัวเราะหริกกระดิกเท้า

เห็นพ่อตาทำไมก็ทำมั่ง เหมือนบ้าหลังจริงจริงยิงฟันขาว

ทำโจงกระเบนใหม่ไว้หางยาว แกล้งปัดหัวพี่สาวของเมียไป”

น่าสังเกตว่าไพร่พลลิงของพระรามในบทละครในเรื่อง “รามเกียรติ์” ก็ยังนุ่งผ้าโจงกระเบนออกทำศึกเช่นกัน

“บ้างนุ่งผ้าตาโถงโจงกระเบน แกว่งหอกกลอกเขนขึ้นขี่หมี

แล้วเทียมราชรัถาด้วยพาชี มาเทียบที่เกยหน้าพลับพลาไชย”

แม้แต่ท่ารำชื่อ “โจงกระเบนตีเหล็ก” ที่รำโดยมือข้างหนึ่งจีบหงายระดับแง่ศีรษะ มืออีกข้างหนึ่งแบมือหงาย งอข้อศอก ระดับข้างลำตัว เอียงศีรษะข้างเดียวกับมือต่ำ (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน) ก็บอกถึงประวัติการแต่งกายของไทยที่นิยมนุ่งโจงกระเบนในชีวิตประจำวันมานานแล้ว

ฉบับนี้ ‘โจงกระเบน’ ฉบับหน้า ‘ลอยชาย’

พลาดแล้วจะใสเจีย •

จ๋าจ๊ะ วรรณคดี | ญาดา อารัมภีร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โจงกระเบน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...