โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ร้อง ม.157 บิ๊กแข่งขันการค้า ไม่มีอำนาจเรียกแพลตฟอร์มออนไลน์ไกล่เกลี่ย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ก.พ. 2567 เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. 2567 เวลา 00.53 น.

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 เวลา 14.35 น. ทาง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้รับหนังสือกล่าวโทษ เจ้าหน้าที่ระดับสูงในสำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า

ปปช

สาระสำคัญ การปฏิบัติหน้าที่ของบอร์ดแข่งขันการค้า ทำหน้าที่เป็นผู้คุ้มกฎ หรือผู้กำกับดูแลให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยไม่ได้มีหน้าที่ในการจัดการเจรจาไกล่เกลี่ย ซึ่งอาจมีผลทำให้เป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ของการทำงานของบอร์ดแข่งขันการค้า สุ่มเสี่ยงต่อการทำงานผิดไปจากมาตรฐานสากล และสุ่มเสี่ยงผิดต่อ ม.157

ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 157

สำหรับรายละเอียดของหนังสือคำร้องดังกล่าวระบุว่า บุคคลคนหนึ่งที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ อยู่ภายในคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ได้มีการกระทำอันเป็นความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 ทำให้เกิดความเสียหายในการบังคับใช้กฎหมาย

โดยบุคคลผู้ถูกกล่าวโทษ ไม่บังคับใช้กฎหมายตามที่ได้มีการบัญญัติไว้ และไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ อันถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจรายใหญ่ที่ใช้อำนาจเหนือตลาด ได้ประโยชน์จากการไม่ถูกลงโทษจากการกระทำความผิดตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ อันจะทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด สามารถกำหนดกฎเกณฑ์ที่ไม่เป็นธรรม ออกมาใช้บังคับแก่ผู้ประกอบการธุรกิจรายเล็ก

ทั้งนี้ กฎหมายมิได้บัญญัติไว้ให้ผู้ประกอบการธุรกิจรายใหญ่ซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด กระทำตามอำเภอใจแก่ผู้ประกอบการรายเล็กได้ อันเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายกับรัฐ ในการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานรัฐ คือ สำนักงานคณะกรรมการกิจการทางการค้า ซึ่งหน่วยงานที่ผู้ถูกกล่าหารับผิดชอบ ไม่บังคับใช้กฎหมายตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ เมื่อพบว่ามีผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดได้กระทำความผิดเกิดขึ้น และความผิดสำเร็จแล้ว ทำให้รัฐได้รับความเสียหาย

และตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า 2560 มาตรา 50 และมาตรา 57 กำหนดบทลงโทษทางอาญา ตามมาตรา 72 และโทษทางปกครอง ตามมาตรา 82 มีทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ

มีอำนาจเหนือตลาด-ความผิดสำเร็จ

หนังสือกล่าวโทษระบุว่า บุคคลหนึ่งไม่บังคับใช้กฎหมายตามหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติให้อำนาจไว้ เมื่อพบว่าผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด ได้กระทำความผิดสำเร็จแล้ว ตามมาตรา 50 (2) (4) และมาตรา 57 (2) (3) โดยปรากฏข้อเท็จจริง ถึงพฤติการณ์การกระทำความผิด

โดยเหตุแห่งการกระทำผิด เกิดขึ้นประมาณปลายปี 2566 เป็นข้อเท็จจริงที่ได้จากข่าวแจกของสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) ที่ได้พิมพ์เผยแพร่ออกมา ปรากฏในเว็บไซต์ www.tect.or.th. ฉบับหนึ่งในเดือนธันวาคม 2566 ที่ระบุว่า สำนักงาน กขค.ได้เรียกผู้ให้บริการแพลตฟอร์มชื่อดัง และผู้ค้าเจรจาหาทางออก

โดยมีรายละเอียดของข่าวแจกว่า เมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคม 2566 ผู้ถูกกล่าวโทษได้รับทราบปัญหาของผู้ค้าในแพลตฟอร์มชื่อดัง ที่อาจเข้าข่ายพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม เช่น ปัญหาร้านค้าโดนระงับบัญชี/ปิดบัญชี และไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ หรือปัญหาการคิดค่าขนส่งย้อนหลัง จึงได้มีการเชิญตัวแทนแพลตฟอร์ม พร้อมทั้งตัวแทนร้านค้าที่ได้รับผลกระทบเข้ามาเจรจา เพื่อทำความเข้าใจร่วมกัน และให้แพลตฟอร์มได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดเป็นคดีความ

หนึ่งในตัวแทนร้านค้าได้กล่าวขอบคุณสำนักงาน กขค. ที่ช่วยเป็นสื่อกลางในการพูดคุยครั้งนี้ ช่วยให้ได้พบกับเจ้าหน้าที่แพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดัง ทำให้รู้สึกโล่งใจ เพราะได้รับความชัดเจนในเรื่องของการถอนเงินกับเรื่องการคิดค่าขนส่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของสำนักงานดังกล่าวให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี

ผู้ค้าอีกรายที่ประสบปัญหากล่าวว่า รู้สึกขอบคุณทางสำนักงาน กขค. และมั่นใจในสำนักงาน กขค. ว่าจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ แพลตฟอร์มนี้เป็นแพลตฟอร์มที่ขายดี สามารถขายสินค้าได้มาก แต่เมื่อเกิดปัญหากลับไม่ทราบว่าจะสามารถพูดคุย แจ้งปัญหา หรือร้องเรียนกับหน่วยงานใดได้บ้าง ตอนนี้ทราบแล้วว่าถ้าเกิดปัญหาจะติดต่อเพื่อแจ้งเรื่องกับหน่วยงานใด จึงรู้สึกขอบคุณทางสำนักงาน กขค. เป็นอย่างมาก

รวมทั้งผู้ค้าที่ประสบปัญหาการคิดค่าขนส่งย้อนหลังกล่าวว่า ขอบคุณสำนักงาน กขค. อย่างมากที่ให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ เพราะถ้าหากไม่ได้รับความช่วยเหลือ คงไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้

อำนาจอยู่ที่ “บอร์ด” ไม่ใช่บุคคล

ข้อความทั้งหมดดังกล่าวข้างต้น ตามข่าวแจกเห็นได้ชัดเจนว่า ผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดังถือได้ว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่ง “มีอำนาจเหนือตลาด” ได้กระทำความผิดสำเร็จแล้ว จากข้อความที่ระบุว่า “ผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์ม …ได้กระทำความผิด โดยระงับบัญชี ปิดบัญชี ของผู้ค้าที่ลงทะเบียนเป็นผู้ขาย ในแพลตฟอร์ม และห้ามร้านค้าหรือผู้ค้าถอนเงินออกจากระบบ หรือการคิดค่าขนส่งย้อนหลัง การกระทำดังกล่าวของผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์ม…

ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด ที่ได้กระทำกับผู้ค้าที่ลงทะเบียนเป็นผู้ขายในแพลตฟอร์ม เป็นการกระทำที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมายให้ผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มจะกระทำได้ เป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจ เป็นการกระทำความผิดสำเร็จแล้ว ตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า 2560 มาตรา 50 (2) (4) และมาตรา 57 (2) (3)”

ซึ่งหนังสือกล่าวโทษระบุด้วยว่า การกระทำความผิดสำเร็จแล้วของผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์ม เป็นการกระทำความผิดตาม พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 50 (2) (4) และมาตรา 57 (2) (3) ที่มีการกำหนดบทลงโทษไว้เป็น บทกำหนดโทษทางอาญา และโทษทางปกครอง ซึ่งมีบทลงโทษจำคุกและปรับไว้ตามมาตรา 72 และมาตรา 42

โดยคดีจะเลิกกันเมื่อผู้กระทำความผิดหรือผู้ต้องหา ยอมชำระค่าปรับ และผู้มีอำนาจในการเปรียบเทียบปรับ คือ บอร์ดแข่งขันการค้าต้องเป็นผู้ดำเนินการ ไม่ใช่กระทำการในนามบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

นักวิชาการฟันธง-ไม่มีอำนาจไกล่เกลี่ย

การกระทำของผู้ถูกกล่าวโทษ ที่มีการเรียกผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดัง และผู้ค้าที่ลงทะเบียนเป็นผู้ขายในแพลตฟอร์มหลายราย ที่ถูกระงับบัญชี ปิดบัญชี และห้ามผู้ค้าถอนเงินออกจากระบบ หรือมีการคิดค่าขนส่งย้อนหลัง มาพบเพื่อทำการยุติข้อพิพาท “อันถือว่าเป็นการไกล่เกลี่ย ระงับข้อพิพาท” ซึ่งไม่มีกฎหมายบัญญัติให้มีอำนาจกระทำได้

รวมทั้งสำนักงาน กขค. เป็นหน่วยงานของรัฐที่ต้องใช้กฎหมายบังคับแก่ผู้กระทำความผิด หากจะทำให้คดีเลิกกันก็ต้องปฏิบัติมาตรา 75 เท่านั้น ผู้ถูกกล่าวหาถือว่าเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 5 ส่วนสำนักงาน กขค.เป็นหน่วยงานของรัฐ ตามมาตรา 27 และมีเลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เป็นผู้รับผิดชอบการปฏิบัติงานของสำนักงาน กขค. ตามมาตรา 30 ที่บัญญัติไว้ว่า “ให้สำนักงานมีเลขาธิการเป็นผู้รับผิดชอบการปฏิบัติงานของสำนักงาน ขึ้นตรงต่อประธานกรรมการ และเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน”

ท้ายสุดของเอกสารกล่าวโทษมีบทสรุปว่า การกระทำของสำนักงาน กขค. ผู้ถูกกล่าวโทษได้กระทำการเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดังในประเทศไทย จากการไม่ถูกลงโทษตามกฎหมาย ทำให้ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพ ทำให้ประชาชนที่ติดตามการทำงานของสำนักงาน กขค. ไม่เชื่อมั่นในการทำงานอันเป็นหน่วยงานของรัฐ

โดยมีความเห็นของอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านหนึ่งที่ได้ให้ความเห็นลงไว้ในเพจเฟซบุ๊กของสำนักงาน กขค. สรุปไว้ว่า สำนักงาน กขค. เป็นหน่วยงานมีหน้าที่บังคับใช้ กฎหมาย ไม่ใช่มีหน้าที่ใกล่เกลี่ยข้อพิพาท

จากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย รวมทั้งพยานเอกสารนำมาสู่การกล่าวโทษว่า มีการกระทำความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้โปรดดำเนินการตามกฎหมาย ดำเนินการสอบสวนตามคำกล่าวโทษ เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานของหน่วยงานในการบังคับใช้กฎหมายแก่ผู้กระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า 2560 อย่างเคร่งครัด

ป.ป.ช.ยึดหลักการให้ความเป็นธรรม

ทั้งนี้ กฎหมาย ป.ป.ช.ฉบับปรับปรุงใหม่ ปี 2561 ห้ามเปิดชื่อผู้ร้องกล่าวโทษ และผู้ถูกกล่าวโทษ โดยอนุญาตให้เปิดเผยสาระของคำกล่าวโทษได้ แต่ห้ามเปิดชื่อพยาน

ซึ่งตามหลักการทำงานของ ป.ป.ช. ผู้ถูกร้องยังไม่ถือเป็นผู้กระทำความผิด เพราะยังไม่ได้สืบพยานเอกสารหลักฐาน จึงต้องเปิดให้ผู้ถูกกล่าวหาแก้ข้อกล่าวหาก่อน เพื่อป้องกันการกลั่นแกล้งกัน ขัดแย้งภายใน หรือเรื่องส่วนตัว หรือไม่ ซึ่งรอบแรกเป็นขั้นตอนตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นก่อน ไม่เกี่ยวกับผู้ถูกร้อง รอบหลังคือขั้นตอนไต่สวน ถ้ามีมูลเค้าลางจึงจะชี้มูลความผิดได้ หลังจากมีการประมวลข้อมูลรอบแรกมาแล้ว

หลังจากนี้ รอบแรก ป.ป.ช.จะไม่ไปยุ่งผู้ถูกร้องกล่าวโทษ เพราะไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จประการใด ป.ป.ช.ก็มีระบบการพิจารณา โดยสรุปคือจะต้องรวบรวมข้อมูลจากผู้ร้อง เอกสารหลักฐานข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายมาประมวล หรือสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นก่อนว่า มีน้ำหนักเป็นไปได้ตามที่ร้องหรือไม่ จากนั้นจึงจะแจ้งข้อกล่าวหาไปยัง “ผู้ถูกกล่าวโทษ” เพื่อให้เข้ามาแก้ข้อกล่าวหาเป็นประเด็น ๆ เช่น ร้อง 10 เรื่อง ผิด 1 เรื่อง ให้แก้ 1 เรื่อง

โดยระหว่างนี้ที่ยังไม่มีคำตัดสินที่เป็นข้อยุติ ให้ถือว่า “ผู้ถูกกล่าวหา” ยังไม่ได้กระทำความผิดใด ๆ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ร้อง ม.157 บิ๊กแข่งขันการค้า ไม่มีอำนาจเรียกแพลตฟอร์มออนไลน์ไกล่เกลี่ย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...