ผู้ชุมนุมสนับสนุน สถาบันกษัตริย์คืนสู่เนปาล กลุ่มสนับสนุนสถาบันกษัตริย์ต้อนรับอดีตกษัตริย์เนปาล ท่ามกลางความไม่พอใจต่อระบบการเมืองในปัจจุบัน
The Structure
อัพเดต 10 มี.ค. 2568 เวลา 12.30 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. 2568 เวลา 05.30 น. • The Structureกลุ่มผู้สนับสนุนสมเด็จพระราชาธิบดีคยาเนนทรพีรพิกรมศาหเทว์ (Gyanendra Shah) ประมาณ 10,000 คนรวมตัวกันที่บริเวณทางเข้าหลักของสนามบินนานาชาติ Tribhuvan เมื่อวันอาทิตย์ (9 มี.ค.) ขณะที่พระองค์เดินทางกลับกรุงกาฐมาณฑุ โดยเรียกร้องให้คืนสถาบันกษัตริย์ที่ถูกโค่นอำนาจไป ท่ามกลางความไม่พอใจต่อสถานการณ์ในประเทศ
“เสด็จกลับมาเถิดพระราชา ช่วยประเทศชาติ ทรงพระเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน พระราชาอันเป็นที่รักของพวกเรา เราต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์” ฝูงชนตะโกน
สมเด็จพระราชาธิบดีคยาเนนทราขึ้นครองราชย์ในปี 2001 หลังจากกษัตริย์พิเรนทรพีรพิกรมศาหเทวะ พี่ชาย และครอบครัวของเขาถูกสังหารในคดีฆาตกรรมหมู่ที่กวาดล้างราชวงศ์ไปเกือบหมด
พระองค์ทรงครองราชย์เป็นประมุขแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญโดยไม่มีอำนาจบริหารหรืออำนาจทางการเมืองจนกระทั่งปี 2005 พระองค์ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จโดยทรงกล่าวว่าทรงกระทำการเพื่อปราบกลุ่มกบฏลัทธิเหมาที่ต่อต้านสถาบันกษัตริย์ พระองค์ได้ทรงยุบรัฐบาลและรัฐสภา จำคุกนักการเมืองและนักข่าว และตัดการติดต่อสื่อสาร ประกาศภาวะฉุกเฉิน และใช้กองทัพปกครองประเทศ
การเคลื่อนไหวดังกล่าวได้จุดชนวนให้เกิดการประท้วงบนท้องถนนครั้งใหญ่ ส่งผลให้พระองค์ต้องมอบอำนาจให้กับรัฐบาลในปี 2006 ต่อมารัฐบาลได้ลงนามในข้อตกลงสันติภาพกับกลุ่มกบฏลัทธิเหมาซึ่งยุติสงครามกลางเมืองยาวนานกว่าทศวรรษที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน
ในปี 2008 พระองค์ได้สละราชสมบัติ เมื่อรัฐสภาเนปาลลงมติยกเลิกระบอบกษัตริย์ที่ปกครองเนปาลมานานกว่า 240 ปี ทำให้เนปาลกลายเป็นรัฐโลกวิสัย หรือ รัฐฆราวาส (secular state)
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่นั้นมา เนปาลได้จัดตั้งรัฐบาลมาแล้ว 13 รัฐบาล และประชาชนในประเทศก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดกับสาธารณรัฐนี้ พวกเขาบอกว่าเนปาลล้มเหลวในการสร้างเสถียรภาพทางการเมือง และโทษว่าเป็นต้นเหตุของเศรษฐกิจที่ตกต่ำและการทุจริตคอร์รัปชันที่แพร่หลาย
ผู้เข้าร่วมการชุมนุมกล่าวว่าพวกเขาหวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในระบบการเมืองเพื่อหยุดยั้งประเทศไม่ให้เสื่อมถอยลงไปอีก
“เราอยู่ที่นี่เพื่อสนับสนุนกษัตริย์อย่างเต็มที่และรวมตัวสนับสนุนพระองค์จนถึงการสถาปนาพระองค์ขึ้นครองบัลลังก์อีกครั้ง” Thir Bahadur Bhandari วัย 72 ปี กล่าวกับสำนักข่าว Associated Press
ในกลุ่มผู้ชุมนุมยังมีคนที่เคยเข้าร่วมการประท้วงต่อต้านกษัตริย์เมื่อปี 2006 แต่ปัจจุบันสนับสนุนสถาบันกษัตริย์ รวมอยู่ด้วย
“สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นกับประเทศคือการทุจริตคอร์รัปชันครั้งใหญ่ และนักการเมืองที่อยู่ในอำนาจทุกคนไม่ได้ทำอะไรเพื่อประเทศเลย” “ผมเข้าร่วมการประท้วงล้มล้างสถาบันกษัตริย์ด้วยความหวังว่ามันจะช่วยประเทศได้ แต่ผมคิดผิด และประเทศชาติยิ่งตกต่ำลง ผมจึงเปลี่ยนใจ” Kulraj Shresthaกล่าว
คยาเนนทราไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อข้อเรียกร้องให้คืนบัลลังก์ แม้จะมีการสนับสนุนเพิ่มมากขึ้น แต่โอกาสที่กยาเนนดราจะกลับคืนสู่อำนาจนั้นริบหรี่
Lok Raj Baral นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวกับสำนักข่าว AFP ว่าเขาไม่เห็นความเป็นไปได้เลยที่สถาบันพระมหากษัตริย์จะได้รับการฟื้นคืน เนื่องจากสถาบันพระมหากษัตริย์เป็น “สาเหตุของความไม่มั่นคง”
“สำหรับกลุ่มที่ไม่พอใจสถานการณ์ทางการเมืองบางกลุ่ม สถาบันกษัตริย์ได้กลายเป็นที่หลบภัย เนื่องจากความไร้ความสามารถของนักการเมืองที่เริ่มเห็นแก่ตัวมากขึ้น ความหงุดหงิดดังกล่าวปรากฏให้เห็นในการชุมนุมและการเดินขบวนประท้วงดังกล่าว” เขากล่าว