โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก OMEGA เทคโนโลยีกล้องสุดล้ำ เบื้องหลังในการตัดสินกีฬา Olympic

BT Beartai

อัพเดต 05 ส.ค. 2567 เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2567 เวลา 08.19 น.
รู้จัก OMEGA เทคโนโลยีกล้องสุดล้ำ เบื้องหลังในการตัดสินกีฬา Olympic

เคยสงสัยกันไหมครับ !? ว่าในงานแข่งกีฬาระดับโลกอย่างโอลิมปิกเขาจับเวลาตัดสินในจังหวะยาก ๆ กันอย่างไร อะไรคือเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง โดย ‘OMEGA’ แบรนด์นาฬิกาหรูจากสวิตเซอร์แลนด์ผู้อยู่เบื้องหลังการจับเวลาโอลิมปิกมาตั้งแต่ปี 1932 และในโอลิมปิก ปารีส 2024 ครั้งล่าสุด พวกเขานำเทคโนโลยีอะไรมาใช้กันบ้าง เราไปหาคำตอบกันได้ในบทความนี้เลยครับ

กล้อง Photo-Finish ความละเอียดสูง Scan’O’Vision ULTIMATE ตัดสินกันระดับ 40,000 ภาพ/วินาที

จากการแข่งขันกรีฑา วิ่ง 100 เมตรชาย เมื่อคืนวันที่ 4 สิงหาคม 2024 ที่ผ่านมา ซึ่งเหมือนเป็นการรวมเอานักกีฬาตัวตึงไว้ด้วยกัน โดยในช่วงท้าย โนอาห์ ไลล์ส (Noah Lyles) จากสหรัฐฯ ได้เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 9.79 วินาที ตามมาด้วยคิเชน ธอมป์สัน (Kishane Thompson) จากจาเมกา ที่ทำเวลาได้เท่า ๆ กันจนต้องมีการใช้วิธีตัดสินด้วยภาพถ่าย

ภาพจากรายการแข่งขัน วิ่ง 100 เมตรชาย เมื่อคืนวันที่ 4 สิงหาคม 2024 ที่ผ่านมา โนอาห์ ไลล์ส (Noah Lyles) จากสหรัฐฯ ได้เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 9.79 วินาที ตามมาด้วยคิเชน ธอมป์สัน (Kishane Thompson) จากจาเมกา ที่ทำเวลาได้เท่า ๆ กันจนต้องมีการใช้วิธีตัดสินด้วยภาพถ่าย

เบื้องหลังการตัดสินนี้ไม่ได้ใช้กล้องธรรมดาทั่ว ๆ ไปแต่อย่างใดครับ แต่เป็นกล้องความละเอียดสูง Photoelectric Cell ที่เรียกว่า ‘OMEGA Scan’O’Vision ULTIMATE’ สามารถรัวภาพได้สูงสุด 40,000 ภาพ/วินาที ที่ถูกติดตั้งไว้ที่เส้นชัย โดยนี่ยังเป็นครั้งแรกของโลกที่ใช้กล้องความเร็วสูงขนาดนี้ครับ อย่างในโอลิมปิก โตเกียว 2020 ก็ยังใช้เพียง 10,000 ภาพ/วินาที เรียกว่ารัวกันขนาดเห็นความต่างของภาพเพียงเสี้ยววินาทีได้สบาย

วิดีโอหลักการทำงานของกล้อง OMEGA Scan’O’Vision ULTIMATE ดูแล้วเข้าใจง่ายสุด ๆ

ซึ่งหลักการทำงานของเจ้ากล้องตัวนี้คือจะบันทึกภาพกว้างเพียง 1 พิกเซล ที่หน้าเส้นชัยเท่านั้น ทันทีที่นักกีฬาวิ่งผ่านก็จะเอาพิกเซลเพียง 1 พิกเซลนั้นมาเรียงต่อกันจากขวาไปซ้ายจนได้เป็นภาพ Photo-Finish ขึ้นมา ซึ่งเราก็จะวัดกันตรงนี้นี่ล่ะครับ ที่ไลล์สคว้าชัยชนะไปที่ 9.784 วินาที เฉือนธอมป์สันที่ 9.789 วินาที ไปเพียง 0.005 วินาที

ภาพตัวอย่างผลลัพธ์จากการเรียงภาพจากขวาไปซ้าย ของ ยูเซน โบลต์ (Usain Bolt) ผู้ทำลายสถิติโลกรายการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร. ชาย ในโอลิมปิก ปักกิ่ง 2008 รอบชิงชนะเลิศ

กล้อง Photo-Finish ตัวแรกถูกใช้ในโอลิมปิก ลอนดอน 1948

เทคโนโลยีกล้อง Photo-Finish ไม่ได้เพิ่งถูกนำมาใช้เร็ว ๆ นี้แต่อย่างใดครับ แต่ต้องย้อนกลับไปสมัยภาพขาวดำ กับโอลิมปิก ลอนดอน 1948 ที่เป็นการนำกล้อง ‘OMEGA Magic Eye’ มาใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งก็มีการพัฒนาต่อยอดเรื่อยมาจนถึงในปัจจุบัน

เทคโนโลยีต่าง ๆ ของ OMEGA ที่อยู่ในโอลิมปิก ปารีส 2024 ช่วยในการตัดสินกีฬากว่า 329 รายการ 32 ประเภท

ไม่เพียงแค่กล้อง Photo-Finish เท่านั้น ในการแข่งขันกีฬานานาชาติโอลิมปิก ปารีส 2024 ยังมีการใช้เทคโนโลยีล้ำ ๆ เข้ามามากมายครับ ไม่ว่าจะปืนส่งสัญญาณออกตัวอิเล็กทรอนิกส์ ที่เมื่อเหนี่ยวไก และมีเสียงดังขึ้น สัญญาณจะถูกส่งไปยังอุปกรณ์จับเวลาเพื่อความแม่นยำสูงสุด แก้ปัญหาจากสมัยก่อนที่คนจับเวลากับคนยิงให้สัญญาณเป็นคนละคนกันซึ่งอาจเกิดความผิดพลาดขึ้นได้สูง

ปืนส่งสัญญาณออกตัว

รวมไปถึงมีการบันทึก Live Data สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้วยระบบ ‘Computer Vision system’ ด้วยกล้องที่ถูกติดตั้งไว้รอบสนาม ซึ่งในกีฬาแต่ละประเภทจะมีการเทรน AI ที่แตกต่างกัน เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูลของแต่ละเหตุการณ์ และช่วยตัดสินผลแพ้ชนะได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยเจ้าเทคโนโลยีนี้สามารถบอกถึงสมรรถภาพของนักกีฬาได้โดยไม่ต้องสวมชุดติดเซนเซอร์แต่อย่างใด ยกตัวอย่างกีฬาวอลเลย์บอล ที่มีการบันทึกข้อมูลได้ทั้งระยะห่างของผู้เล่น ความเร็วของบอล และนักกีฬา รวมไปถึงเทคนิคที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน ความสูงของการกระโดด ประเภทการยิง การบล็อก และการตบลูก ซึ่งนอกจากกีฬาบนบกแล้วกีฬาทางน้ำก็ยังสามารถใช้งานได้เช่นกันครับ

สกอร์บอร์ดความละเอียดสูงแบบ Real-Time
สกอร์บอร์ดความละเอียดสูงแบบ Real-Time
สกอร์บอร์ดความละเอียดสูงแบบ Real-Time
สกอร์บอร์ดความละเอียดสูงแบบ Real-Time

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ OMEGA ยังมีการใช้กระดานคะแนน Electronic Photocells ที่เชื่อมต่อกับปืนให้สัญญาณ บล็อกออกตัวสำหรับนักกีฬาที่จะรู้ผลฟาวล์ทันทีเมื่อมีคนออกตัวก่อน 100 มิลลิวินาที (หนึ่งส่วนสิบวินาที) และอุปกรณ์มากมายที่ใช้วัดในกีฬาแต่ละประเภทครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...