โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 20 ตุลาคม 2567

สวพ.FM91

อัพเดต 20 ต.ค. 2567 เวลา 23.08 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2567 เวลา 22.36 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 20 ตุลาคม 2567

>> รถเก๋งเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า มีผู้เสียชีวิตร่างติดค้างในยานพาหนะ

06.06 น. รับแจ้งจาก ศูนย์สั่งการนเรนทรปัตตานี มีอุบัติเหตุ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนกับเสาไฟฟ้า และมีผู้บาดเจ็บติดภายในรถ ริมถนนทางหลวงหมายเลข 42 ในพื้นที่บ้านมะนังยง ต.ตันหยงดาลอ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล วอลโว่ สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง พบว่าภายในมีผู้เสียชีวิชาย 1 ราย ทางอาสาสมัครดำเนินการใช้เครื่องมือตัดถ่างเพื่อนำร่างออกจากยานพาหนะแล้วตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 38 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะหริ่ง

>> รถกระบะเสียหลักชนเสาไฟฟ้า ผู้ขับขี่เสียชีวิตติดภายในยานพาหนะ

09.30 น. รับแจ้งจาก สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี เกิดอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งชนเสาไฟฟ้า และมีผู้บาดเจ็บสาหัสติดค้างในยานพาหนะ ถนนรักศักดิ์ขมูล บริเวณหน้าซอยสมอทอง 9 ในพื้นที่ อ.เมือง จ.จันทบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีดำ ป้ายทะเบียน จันทบุรี ลักษณะชนเสาป้ายบอกทางและเสาไฟฟ้า สภาพประตูฝั่งคนขับพังยับ และพบว่าผู้ขับขี่ได้เสียชีวิตติดค้างในตัวรถ ทางอาสาสมัครจึงดำเนินการใช้เครื่องมือตัดถ่างเพื่อนำร่างออกมา และตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 22 ปี

พ.ต.ท.ศรีจันท์ เรือนเงิน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี เผยว่า ก่อนเกิดเหตุ นายวัชรพล เพิ่งจะขับรถกระบะออกมาจากบ้านเพื่อน ซึ่งอยู่ในพื้นที่เทศบาลเมืองท่าช้าง มุ่งหน้ากลับบ้านที่เปิดเป็นร้านขายของชำในซอยหลังวัดโค้งสนามเป้า ห่างจากจุดเกิดเหตุอีกเพียง 2 กิโลเมตร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถเกิดเสียหลักหลุดโค้งพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่างแรง จนทำให้เสียชีวิต ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน

>> ตำรวจยึดรถ บอสพอล-บอสกันต์ เพิ่มเติม 4 คัน ขณะที่พนักงานสอบสวนชุดเล็กประชุมสรุปรายงานผลการสอบสวน

10.00 น. ที่ กองบังคับการปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดี ดิ ไอคอน กรุ๊ป โดยในช่วงเช้าของวันนี้ ยังมีผู้เสียหายเดินทางเข้ามาแจ้งความอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางพนักงานสอบสวนยังคงทำงานตามปกติ ขณะที่ตำรวจ ปคบ.ได้ทำการอายัดรถของกลางเพิ่มเติมอีกจำนวน 4 คัน ประกอบด้วยรถของบอสพอล หรือนายวรัตน์พล วรัทน์วรกุล 3 คัน และรถตู้เบนซ์ของ กันต์ กันตถาวร อีกจำนวน 1 คัน ซึ่งเป็นรถที่กันต์ได้รับจากบอสพอลเป็นของขวัญวันเกิด ก่อนตกเป็นผู้ต้องหาไม่กี่เดือน

สำหรับจำนวนยอดผู้เสียหายรวมตอนนี้มีกว่า 4,743 คนแล้ว มูลค่าความเสียหาย เกือบ 1,400 ล้านบาท อย่างไรก็ตามสำหรับความคืบหน้าการออกหมายจับผู้ต้องหาร่วมขบวนการฉ้อโกงประชาชนรอบสองมีรายงานว่า ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้เนื่องจากสำนวนคดีในส่วนของ 18 ผู้บริหารหลักยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งพนักงานสอบสวนจำเป็นต้องดำเนินการเร่งสรุปสำนวนเพื่อให้ทันครบกำหนดฝากขังเสียก่อน ประกอบกับยังมีผู้เสียหายในพื้นที่ต่างจังหวัดและต่างประเทศจำนวนมากอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เตรียมเข้าแจ้งความ และยังมีผู้เสียหายกลุ่มนอกราชอาณาจักรอีกจำนวนหนึ่งซึ่งหากผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีไม่ทันในวันพฤหัสบดีที่ 31 ต.ค. 67 ทางพนักงานสอบสวนจำเป็นต้องตัดสำนวนเนื่องจากจะได้เร่งสรุปความเห็นและดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 18 คน ก่อน ส่วนผู้เสียหายที่มาในวันที่ 1 พ.ย. 67 ก็จะถูกตั้งเลขคดีใหม่เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า

อย่างไรก็ตามสำหรับช่วงเช้าวันนี้พนักงานสอบสวนคณะทำงานชุดเล็กของปคบ.ได้ประชุมความคืบหน้าทางคดีเพื่อสรุปสำนวนรายละเอียดของเมื่อวานที่ผ่านมาเพื่อเตรียมรายงานที่ประชุมคณะทำงานชุดใหญ่ซึ่งมีพลตำรวจโทอัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผบ.ตร.หัวหน้าชุดคลี่คลายคดีดังกล่าว

>> ผอ.ทัณฑสถานหญิงกลาง ยัน "แม่ตั๊ก" ไม่ได้ป่วย หลังมีกระแสข่าวเป็นเนื้องอกในมดลูก

10.19 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผู้อำนวยการกองทัณฑวิทยา รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง ในฐานะรองโฆษกกรมราชทัณฑ์ พูดถึงที่มีกระแสข่าวว่า "แม่ตั๊กปวดท้องหนัก ตรวจพบเนื้องอกในมดลูก ส่งตัวรักษาที่รพ.ราชทัณฑ์" โดยยืนยันกับทีมข่าวช่อง 3 ว่าตอนนี้ นางสาว กรกนก สุวรรณบุตร หรือ แม่ตั๊ก ยังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลาง ไม่ได้มีการย้ายไปไหน และชี้แจงว่า แม่ตั๊ก อาการปกติดี และเมื่อคืน (19 ตุลาคม) ไม่มีการส่งผู้ต้องขังรายใดไปโรงพยาบาลราชทัณฑ์

พร้อมขอฝากเตือนประชาชนให้ระวังข่าวปลอมหรือเฟคนิวส์ เพราะก่อนหน้านี้มีการนำภาพของ นายกันต์ กันตถาวร ที่สวมชุดนักโทษ ซึ่งอาจจะสร้างความเข้าใจผิดในสังคม ทางกรมราชทัณฑ์ ข้อชี้แจงว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพในละคร ศีล 5 คนกล้า ท้าอธรรม ที่ออกอากาศตอนจบไปเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2558 ยืนยันภาพดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องกับกรมราชทัณฑ์ และไม่ใช่ภาพจากในเรือนจำอย่างแน่นอน

>> โหดคว้าไม้ด้านขวานฟาดหัวหนุ่มญาติกันดับคาบ้าน แล้วยืนรอมอบตัว อ้างหากไม่ชิงลงมือก่อน ตัวเองจะกลายเป็นศพแทน

14.00 น. สภ.เมืองภูเก็ต รับแจ้งชายถูกทำร้ายเสียชีวิตภายในบ้านพัก หมู่ 7 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต จึงประสานแพทย์ รพ.วชิระภูเก็ต แล้วรุดไปตรวสอบ

ที่เกิดเหตุพบศพชาย นอนคว่ำหน้าจมกองเลือด มีบาดแผลฉกรรจ์โดนตีด้วยของแข็งบริเวณศีรษะและท้ายทอย มีไม้ด้ามขวานยาวประมาณ50 ซม.มีคราบเลือดติดตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ทราบชื่อต่อมาคือนายมูเต อายุ 37 ปี ชาวเมียนมา ส่วนคนก่อเหตุคือนายเนโต อายุ 42 ปี ญาติชาวเมียนมา รอมอบตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ

สอบสวนทราบว่า ทั้งคู่หลบหนีเข้าเมืองมาทำงานทั้งคู่ โดยนายเนโต อ้างว่าถูกผู้ตายใช้ไม้ตีศีรษะเหมือนกัน เลยคว้าไม้ตีนายมูเตจนตาย เนื่องจากกลัวตัวเองถูกตีตายก่อนเลยชิงลงมือ จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวไปสอบสวนแจ้งข้อหาส่งดำเนินคดี ส่วนศพผู้ตายนำส่งรพ. รอให้ญาติมารับศพกลับไปประกอบพิธีต่อไป

>> สกัดจับวุ่น กลุ่มผู้เสียหายรวมกันจับโจรขโมยรถ มัดตัวอุ้มขึ้นกระบะนำส่งโรงพัก ชาวบ้านเข้าใจผิดคิดว่าอุ้มลักพาตัว

16.00 น. ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ได้รับการประสานจาก ตำรวจ สภ.ท่าม่วง เฝ้าสกัดจับรถกระบะเชฟโรเลต สีขาว มีกลุ่มชายหลายคนจับตัวชายวัยรุ่นไว้บนรถ ลักษณะคล้านอุ้มลักพาตัวมุ่งหน้ามาตามถนนเลียบริมแม่น้ำแม่กลอง เส้นทางวัดบ้านถ้ำ อ.ท่าม่วง มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองกาญจนบุรี จึงแจ้งจุดตรวจแม่กลองนำกำลังสกัดจับ

ต่อมา เจ้าหน้าที่พบรถคันที่รับแจ้งเข้าผ่านเข้ามา จึงส่งสัญญาณเรียกจอด พบมีชายอายุ 27 ปี เป็นคนขับ มีแฟนสาวนั่งมาด้วย ส่วนเบาะหลังมีนายจารึก อายุ 36 ปี นั่งอยู่สภาพถูกเชือกมัดมือไพล่หลัง ระหว่างนั้นมีรถกระบะขับตามมาจอดอีกคันพร้อมชายวัยรุ่น 4 คนลงจากรถมาแจ้งว่า นายจารึก ที่ถูกจับมัดเป็นคนร้ายหลอกยืมรถจักรยานยนต์แฟนสาวไปเมื่อ 2 เดือนก่อน โดยมีเอกสารแจ้งความยืนยัน แต่ชาวบ้านคงเข้าใจผิดคิดว่าอุ้มลักพาตัว

ด้านนายจารึก ยอมรับ หลอกยืมรถจักรยานยนต์จากผู้เสียหายทั้ง 2 รายจริง โดยนำรถจักรยานยนต์ไปจำนำในราคา 3 พันบาท จากนั้นตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาไปสอบสวน พร้อมให้ผู้เสียหายไปแจ้งอีกครั้ง ก่อนส่งดำเนินคดีจตามกฎหมายต่อไป

>> ตำรวจทางหลวงขอนแก่น ไล่ล่ารถขนยาบ้าเกือบ 3 แสนเม็ด ทิ้งของกลาง พยายามหลบหนี

16.30 น. ขณะที่ตำรวจทางหลวง ออกตรวจถึง ทล.2 มิตรภาพ หลัก กม.386 สี่แยก อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น พบรถลักษณะมีพิรุธ จึงได้เรียกให้ผู้ขับขี่แสดงตัวเพื่อตรวจสอบและได้ใช้อุปกรณ์ Stop Sick วางหน้าล้อรถยนต์คันดังกล่าวเพื่อหยุดยั้งป้องกันการขับหลบหนี แต่ในขณะนั้นรถยนต์คันของกลางได้เร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ขับไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิดได้ประมาณ 10 กม.

จากนั้นผู้โดยสารในรถคันดังกล่าวเปิดประตูรถแล้วทิ้งสิ่งของบางอย่างออกจากรถลงข้างทางแล้วขับต่อไป อีก 4-5 กม. รถ ของผู้ต้องสงสัยได้เสียหลักตกข้างทาง พบผู้ขับขี่เปิดประตูฝั่งคนขับวิ่งหลบหนีเข้าป่าอ้อยไป ไม่สามารถติดตามได้ทัน และพบนายพรหมมาศ เปิดประตูฝั่งซ้ายวิ่งหลบหนีเข้าบ้าอ้อยตามไปด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดได้วิ่งไล่ติดตามและได้ควบคุมตัวมาได้ จากนั้นได้ให้นายพรหมมาศชี้จุดที่ทิ้งสิ่งสิ่งของ ลงข้างทาง พบยาบ้าเกือบ 3 แสนเม็ด นายพรหมมาศแจ้งว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายไทยให้นำยาบ้ามาจาก อ.ปากชม จ.เลย เพื่อนำไปส่งที่ จ.ขอนแก่น แต่ยังไม่ทราบจุดหมายที่แน่ชัด จะได้ค่าจ้าง 10,000 บาท เมื่อนำส่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่สุดท้ายไปไม่รอด ถูกตำรวจตามรวบได้เสียก่อน โดยเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามผู้ต้องหาอีกรายมาดำเนินคดีต่อไป

>> ตำรวจสอบสวนกลาง อัปเดตยอดผู้เสียหาย ดิ ไอคอน จำนวน 5,648 ราย มูลค่าความเสียหาย 1,611 ล้านบาท ยึดทรัพย์สินรวม 225 ล้านบาท

18.55 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวน (CIB) ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน กรณีผู้เสียหายจำนวนมากมาร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวก ซึ่งมีพฤติการณ์การกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนและความผิดฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง ต่อมาศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา รวมจำนวน 18 ราย และตำรวจสอบสวนกลางได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 18 รายแล้ว อยู่ระหว่างการฝากขัง ตำรวจสอบสวนกลาง จึงขอแจ้งความคืบหน้าดังนี้

ยอดผู้เสียหาย หลอกลวงลงทุน ของ บริษัท “ดิไอคอนกรุ๊ป” ที่มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม วันที่ 19 ตุลาคม 2567 มีผู้เสียหายที่สอบปากคำแล้ว จำนวน 165 ราย มูลค่าความเสียหาย 55.7 ล้านบาทเศษ ยอดรวมสะสม ระหว่างวันที่ 10 – 20 ตุลาคม 2567 สรุปยอด ณ เวลา 15.00 น. มีจำนวนผู้เสียหายที่สอบปากคำแล้ว 2,875 ราย มูลค่าความเสียหายเฉพาะที่สอบปากคำแล้วรวม 979 ล้านบาทเศษ
ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) สรุปข้อมูลการรับแจ้งความร้องทุกข์ในคดีดิ ไอคอน กรุ๊ป จากศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ตำรวจภูธรจังหวัดและกองบังคับการตำรวจนครบาล ประจำวันที่ 19 ตุลาคม 2567 รวมผู้เสียหาย 892 ราย มูลค่าความเสียหาย 207 ล้านบาทเศษ ยอดรวมสะสม ระหว่างวันที่ 18 – 19 ตุลาคม 2567 มีจำนวนผู้เสียหายที่สอบปากคำแล้ว 2,773 ราย มูลค่าความเสียหายรวม 632 ล้านบาทเศษ

ปัจจุบัน ยอดรวมผู้เสียหายที่เข้าให้ปากคำกับศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ในคดีดิไอคอน กรุ๊ป จากศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 5,648 ราย มูลค่าความเสียหาย 1,611 ล้านบาทเศษ

>> รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์กลางถนน 2 คุณลุงเจ็บสาหัส กู้ชีพ-กู้ภัยเร่งนำส่ง รพ.

20.11 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิเพชรเกษม สาขานครศรีธรรมราช มีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะ ชนกับจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนสายสุราษฎร์ธานี - นครศรีธรรมราช บริเวณเยื้องกับปั้มน้ำมันเชลล์ มดแดงจอมทอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว จอดอยู่บนถนนในสภาพหน้ารถพังเสียหาย ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ-แดง ล้มคว่ำ อยู่ข้างทาง และห่างออกไป พบร่างผู้บาดเจ็บรวม 2 ราย นอนอยู่กลางถนน 1 ราย และนอนอยู่ในคูเกาะกลางถนน 1 ราย

หน่วยรถพยาบาล รถกู้ภัย พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยตรวจสอบ พบว่าผู้บาดเจ็บอาการสาหัสทั้ง 2 ราย จึงดำเนินการช่วยเหลือและนำส่ง รพ.สิชล เป็นชายไทย อายุ 64 ปี และ อายุ 59 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สิชล

>> อุบัติเหตุรถทัวร์ (บัสนำเที่ยว) ชนกับรถกระบะ และรถบรรทุกมีผู้บาดเจ็บหลายราย ถนนมิตรภาพ ช่วงมอกลางดง

22.20 น. รับแจ้งจากหน่วยกู้ชีพกลางดง มีอุบัติเหตุ รถทัวร์ชนกับรถบรรทุก และมีผู้บาดเจ็บหลายราย ถนนมิตรภาพ ฝั่งขาเข้า กทม. ช่วงหลัก กม.ที่ 35+700 บริเวณมอกลางดง ในพื้นที่ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ชนกันรวม 5 คัน เป็นรถทัวร์ สีขาว - เหลือง (เป็นบัสนำเที่ยว) ทะเบียน กาญจนบุรี ชนกับรถกระบะ 2 คัน แล้วเสียหลักไปชนกับรถบรรทุก 6 ล้อ และรถบรรทุกพ่วง ที่จอดอยู่ข้างทาง ทำให้มีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในรถบัส 2 ราย จึงใช้อุปกรณ์ตัด-ถ่างช่วงออกมาได้สำเร็จ ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 43 ราย มากับรถบัส 42 ราย และ รถบรรทุก6ล้อ 1 ราย ทางเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ให้การปฐมพยาบาลและเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาล ส่งโรงพยาบาลมวกเหล็ก 2 ราย, ส่งโรงพยาบาลปากช่องนานา 39 ราย และไม่ประสงค์โรงพยาบาล 2 ราย ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กลางดง

>> เพลิงไหม้รถจักรยานยนต์ ซอยเพชรเกษม 110 เสียหายวอดทั้งคัน

22.27 น สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถจักรยานยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเพชรเกษม 110 แยก 19 ถนนเพชรเกษม แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุ เป็นเพลิงลุกไหม้รถจักรยานยนต์ ไม่ทราบสี ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหนองแขม

>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศอินโดนีเซีย

23.13 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.6 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ทางตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ประมาณ 514 กม. ขณะนี้ยังไม่รายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...