24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 20 ตุลาคม 2567
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 20 ตุลาคม 2567
>> รถเก๋งเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า มีผู้เสียชีวิตร่างติดค้างในยานพาหนะ
06.06 น. รับแจ้งจาก ศูนย์สั่งการนเรนทรปัตตานี มีอุบัติเหตุ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนกับเสาไฟฟ้า และมีผู้บาดเจ็บติดภายในรถ ริมถนนทางหลวงหมายเลข 42 ในพื้นที่บ้านมะนังยง ต.ตันหยงดาลอ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล วอลโว่ สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง พบว่าภายในมีผู้เสียชีวิชาย 1 ราย ทางอาสาสมัครดำเนินการใช้เครื่องมือตัดถ่างเพื่อนำร่างออกจากยานพาหนะแล้วตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 38 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะหริ่ง
>> รถกระบะเสียหลักชนเสาไฟฟ้า ผู้ขับขี่เสียชีวิตติดภายในยานพาหนะ
09.30 น. รับแจ้งจาก สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี เกิดอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งชนเสาไฟฟ้า และมีผู้บาดเจ็บสาหัสติดค้างในยานพาหนะ ถนนรักศักดิ์ขมูล บริเวณหน้าซอยสมอทอง 9 ในพื้นที่ อ.เมือง จ.จันทบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีดำ ป้ายทะเบียน จันทบุรี ลักษณะชนเสาป้ายบอกทางและเสาไฟฟ้า สภาพประตูฝั่งคนขับพังยับ และพบว่าผู้ขับขี่ได้เสียชีวิตติดค้างในตัวรถ ทางอาสาสมัครจึงดำเนินการใช้เครื่องมือตัดถ่างเพื่อนำร่างออกมา และตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 22 ปี
พ.ต.ท.ศรีจันท์ เรือนเงิน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี เผยว่า ก่อนเกิดเหตุ นายวัชรพล เพิ่งจะขับรถกระบะออกมาจากบ้านเพื่อน ซึ่งอยู่ในพื้นที่เทศบาลเมืองท่าช้าง มุ่งหน้ากลับบ้านที่เปิดเป็นร้านขายของชำในซอยหลังวัดโค้งสนามเป้า ห่างจากจุดเกิดเหตุอีกเพียง 2 กิโลเมตร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถเกิดเสียหลักหลุดโค้งพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่างแรง จนทำให้เสียชีวิต ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน
>> ตำรวจยึดรถ บอสพอล-บอสกันต์ เพิ่มเติม 4 คัน ขณะที่พนักงานสอบสวนชุดเล็กประชุมสรุปรายงานผลการสอบสวน
10.00 น. ที่ กองบังคับการปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดี ดิ ไอคอน กรุ๊ป โดยในช่วงเช้าของวันนี้ ยังมีผู้เสียหายเดินทางเข้ามาแจ้งความอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางพนักงานสอบสวนยังคงทำงานตามปกติ ขณะที่ตำรวจ ปคบ.ได้ทำการอายัดรถของกลางเพิ่มเติมอีกจำนวน 4 คัน ประกอบด้วยรถของบอสพอล หรือนายวรัตน์พล วรัทน์วรกุล 3 คัน และรถตู้เบนซ์ของ กันต์ กันตถาวร อีกจำนวน 1 คัน ซึ่งเป็นรถที่กันต์ได้รับจากบอสพอลเป็นของขวัญวันเกิด ก่อนตกเป็นผู้ต้องหาไม่กี่เดือน
สำหรับจำนวนยอดผู้เสียหายรวมตอนนี้มีกว่า 4,743 คนแล้ว มูลค่าความเสียหาย เกือบ 1,400 ล้านบาท อย่างไรก็ตามสำหรับความคืบหน้าการออกหมายจับผู้ต้องหาร่วมขบวนการฉ้อโกงประชาชนรอบสองมีรายงานว่า ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้เนื่องจากสำนวนคดีในส่วนของ 18 ผู้บริหารหลักยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งพนักงานสอบสวนจำเป็นต้องดำเนินการเร่งสรุปสำนวนเพื่อให้ทันครบกำหนดฝากขังเสียก่อน ประกอบกับยังมีผู้เสียหายในพื้นที่ต่างจังหวัดและต่างประเทศจำนวนมากอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เตรียมเข้าแจ้งความ และยังมีผู้เสียหายกลุ่มนอกราชอาณาจักรอีกจำนวนหนึ่งซึ่งหากผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีไม่ทันในวันพฤหัสบดีที่ 31 ต.ค. 67 ทางพนักงานสอบสวนจำเป็นต้องตัดสำนวนเนื่องจากจะได้เร่งสรุปความเห็นและดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 18 คน ก่อน ส่วนผู้เสียหายที่มาในวันที่ 1 พ.ย. 67 ก็จะถูกตั้งเลขคดีใหม่เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า
อย่างไรก็ตามสำหรับช่วงเช้าวันนี้พนักงานสอบสวนคณะทำงานชุดเล็กของปคบ.ได้ประชุมความคืบหน้าทางคดีเพื่อสรุปสำนวนรายละเอียดของเมื่อวานที่ผ่านมาเพื่อเตรียมรายงานที่ประชุมคณะทำงานชุดใหญ่ซึ่งมีพลตำรวจโทอัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผบ.ตร.หัวหน้าชุดคลี่คลายคดีดังกล่าว
>> ผอ.ทัณฑสถานหญิงกลาง ยัน "แม่ตั๊ก" ไม่ได้ป่วย หลังมีกระแสข่าวเป็นเนื้องอกในมดลูก
10.19 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผู้อำนวยการกองทัณฑวิทยา รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง ในฐานะรองโฆษกกรมราชทัณฑ์ พูดถึงที่มีกระแสข่าวว่า "แม่ตั๊กปวดท้องหนัก ตรวจพบเนื้องอกในมดลูก ส่งตัวรักษาที่รพ.ราชทัณฑ์" โดยยืนยันกับทีมข่าวช่อง 3 ว่าตอนนี้ นางสาว กรกนก สุวรรณบุตร หรือ แม่ตั๊ก ยังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลาง ไม่ได้มีการย้ายไปไหน และชี้แจงว่า แม่ตั๊ก อาการปกติดี และเมื่อคืน (19 ตุลาคม) ไม่มีการส่งผู้ต้องขังรายใดไปโรงพยาบาลราชทัณฑ์
พร้อมขอฝากเตือนประชาชนให้ระวังข่าวปลอมหรือเฟคนิวส์ เพราะก่อนหน้านี้มีการนำภาพของ นายกันต์ กันตถาวร ที่สวมชุดนักโทษ ซึ่งอาจจะสร้างความเข้าใจผิดในสังคม ทางกรมราชทัณฑ์ ข้อชี้แจงว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพในละคร ศีล 5 คนกล้า ท้าอธรรม ที่ออกอากาศตอนจบไปเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2558 ยืนยันภาพดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องกับกรมราชทัณฑ์ และไม่ใช่ภาพจากในเรือนจำอย่างแน่นอน
>> โหดคว้าไม้ด้านขวานฟาดหัวหนุ่มญาติกันดับคาบ้าน แล้วยืนรอมอบตัว อ้างหากไม่ชิงลงมือก่อน ตัวเองจะกลายเป็นศพแทน
14.00 น. สภ.เมืองภูเก็ต รับแจ้งชายถูกทำร้ายเสียชีวิตภายในบ้านพัก หมู่ 7 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต จึงประสานแพทย์ รพ.วชิระภูเก็ต แล้วรุดไปตรวสอบ
ที่เกิดเหตุพบศพชาย นอนคว่ำหน้าจมกองเลือด มีบาดแผลฉกรรจ์โดนตีด้วยของแข็งบริเวณศีรษะและท้ายทอย มีไม้ด้ามขวานยาวประมาณ50 ซม.มีคราบเลือดติดตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ทราบชื่อต่อมาคือนายมูเต อายุ 37 ปี ชาวเมียนมา ส่วนคนก่อเหตุคือนายเนโต อายุ 42 ปี ญาติชาวเมียนมา รอมอบตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ
สอบสวนทราบว่า ทั้งคู่หลบหนีเข้าเมืองมาทำงานทั้งคู่ โดยนายเนโต อ้างว่าถูกผู้ตายใช้ไม้ตีศีรษะเหมือนกัน เลยคว้าไม้ตีนายมูเตจนตาย เนื่องจากกลัวตัวเองถูกตีตายก่อนเลยชิงลงมือ จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวไปสอบสวนแจ้งข้อหาส่งดำเนินคดี ส่วนศพผู้ตายนำส่งรพ. รอให้ญาติมารับศพกลับไปประกอบพิธีต่อไป
>> สกัดจับวุ่น กลุ่มผู้เสียหายรวมกันจับโจรขโมยรถ มัดตัวอุ้มขึ้นกระบะนำส่งโรงพัก ชาวบ้านเข้าใจผิดคิดว่าอุ้มลักพาตัว
16.00 น. ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ได้รับการประสานจาก ตำรวจ สภ.ท่าม่วง เฝ้าสกัดจับรถกระบะเชฟโรเลต สีขาว มีกลุ่มชายหลายคนจับตัวชายวัยรุ่นไว้บนรถ ลักษณะคล้านอุ้มลักพาตัวมุ่งหน้ามาตามถนนเลียบริมแม่น้ำแม่กลอง เส้นทางวัดบ้านถ้ำ อ.ท่าม่วง มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองกาญจนบุรี จึงแจ้งจุดตรวจแม่กลองนำกำลังสกัดจับ
ต่อมา เจ้าหน้าที่พบรถคันที่รับแจ้งเข้าผ่านเข้ามา จึงส่งสัญญาณเรียกจอด พบมีชายอายุ 27 ปี เป็นคนขับ มีแฟนสาวนั่งมาด้วย ส่วนเบาะหลังมีนายจารึก อายุ 36 ปี นั่งอยู่สภาพถูกเชือกมัดมือไพล่หลัง ระหว่างนั้นมีรถกระบะขับตามมาจอดอีกคันพร้อมชายวัยรุ่น 4 คนลงจากรถมาแจ้งว่า นายจารึก ที่ถูกจับมัดเป็นคนร้ายหลอกยืมรถจักรยานยนต์แฟนสาวไปเมื่อ 2 เดือนก่อน โดยมีเอกสารแจ้งความยืนยัน แต่ชาวบ้านคงเข้าใจผิดคิดว่าอุ้มลักพาตัว
ด้านนายจารึก ยอมรับ หลอกยืมรถจักรยานยนต์จากผู้เสียหายทั้ง 2 รายจริง โดยนำรถจักรยานยนต์ไปจำนำในราคา 3 พันบาท จากนั้นตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาไปสอบสวน พร้อมให้ผู้เสียหายไปแจ้งอีกครั้ง ก่อนส่งดำเนินคดีจตามกฎหมายต่อไป
>> ตำรวจทางหลวงขอนแก่น ไล่ล่ารถขนยาบ้าเกือบ 3 แสนเม็ด ทิ้งของกลาง พยายามหลบหนี
16.30 น. ขณะที่ตำรวจทางหลวง ออกตรวจถึง ทล.2 มิตรภาพ หลัก กม.386 สี่แยก อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น พบรถลักษณะมีพิรุธ จึงได้เรียกให้ผู้ขับขี่แสดงตัวเพื่อตรวจสอบและได้ใช้อุปกรณ์ Stop Sick วางหน้าล้อรถยนต์คันดังกล่าวเพื่อหยุดยั้งป้องกันการขับหลบหนี แต่ในขณะนั้นรถยนต์คันของกลางได้เร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ขับไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิดได้ประมาณ 10 กม.
จากนั้นผู้โดยสารในรถคันดังกล่าวเปิดประตูรถแล้วทิ้งสิ่งของบางอย่างออกจากรถลงข้างทางแล้วขับต่อไป อีก 4-5 กม. รถ ของผู้ต้องสงสัยได้เสียหลักตกข้างทาง พบผู้ขับขี่เปิดประตูฝั่งคนขับวิ่งหลบหนีเข้าป่าอ้อยไป ไม่สามารถติดตามได้ทัน และพบนายพรหมมาศ เปิดประตูฝั่งซ้ายวิ่งหลบหนีเข้าบ้าอ้อยตามไปด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดได้วิ่งไล่ติดตามและได้ควบคุมตัวมาได้ จากนั้นได้ให้นายพรหมมาศชี้จุดที่ทิ้งสิ่งสิ่งของ ลงข้างทาง พบยาบ้าเกือบ 3 แสนเม็ด นายพรหมมาศแจ้งว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายไทยให้นำยาบ้ามาจาก อ.ปากชม จ.เลย เพื่อนำไปส่งที่ จ.ขอนแก่น แต่ยังไม่ทราบจุดหมายที่แน่ชัด จะได้ค่าจ้าง 10,000 บาท เมื่อนำส่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่สุดท้ายไปไม่รอด ถูกตำรวจตามรวบได้เสียก่อน โดยเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามผู้ต้องหาอีกรายมาดำเนินคดีต่อไป
>> ตำรวจสอบสวนกลาง อัปเดตยอดผู้เสียหาย ดิ ไอคอน จำนวน 5,648 ราย มูลค่าความเสียหาย 1,611 ล้านบาท ยึดทรัพย์สินรวม 225 ล้านบาท
18.55 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวน (CIB) ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน กรณีผู้เสียหายจำนวนมากมาร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวก ซึ่งมีพฤติการณ์การกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนและความผิดฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง ต่อมาศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา รวมจำนวน 18 ราย และตำรวจสอบสวนกลางได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 18 รายแล้ว อยู่ระหว่างการฝากขัง ตำรวจสอบสวนกลาง จึงขอแจ้งความคืบหน้าดังนี้
ยอดผู้เสียหาย หลอกลวงลงทุน ของ บริษัท “ดิไอคอนกรุ๊ป” ที่มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม วันที่ 19 ตุลาคม 2567 มีผู้เสียหายที่สอบปากคำแล้ว จำนวน 165 ราย มูลค่าความเสียหาย 55.7 ล้านบาทเศษ ยอดรวมสะสม ระหว่างวันที่ 10 – 20 ตุลาคม 2567 สรุปยอด ณ เวลา 15.00 น. มีจำนวนผู้เสียหายที่สอบปากคำแล้ว 2,875 ราย มูลค่าความเสียหายเฉพาะที่สอบปากคำแล้วรวม 979 ล้านบาทเศษ
ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) สรุปข้อมูลการรับแจ้งความร้องทุกข์ในคดีดิ ไอคอน กรุ๊ป จากศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ตำรวจภูธรจังหวัดและกองบังคับการตำรวจนครบาล ประจำวันที่ 19 ตุลาคม 2567 รวมผู้เสียหาย 892 ราย มูลค่าความเสียหาย 207 ล้านบาทเศษ ยอดรวมสะสม ระหว่างวันที่ 18 – 19 ตุลาคม 2567 มีจำนวนผู้เสียหายที่สอบปากคำแล้ว 2,773 ราย มูลค่าความเสียหายรวม 632 ล้านบาทเศษ
ปัจจุบัน ยอดรวมผู้เสียหายที่เข้าให้ปากคำกับศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ในคดีดิไอคอน กรุ๊ป จากศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 5,648 ราย มูลค่าความเสียหาย 1,611 ล้านบาทเศษ
>> รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์กลางถนน 2 คุณลุงเจ็บสาหัส กู้ชีพ-กู้ภัยเร่งนำส่ง รพ.
20.11 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิเพชรเกษม สาขานครศรีธรรมราช มีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะ ชนกับจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนสายสุราษฎร์ธานี - นครศรีธรรมราช บริเวณเยื้องกับปั้มน้ำมันเชลล์ มดแดงจอมทอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว จอดอยู่บนถนนในสภาพหน้ารถพังเสียหาย ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ-แดง ล้มคว่ำ อยู่ข้างทาง และห่างออกไป พบร่างผู้บาดเจ็บรวม 2 ราย นอนอยู่กลางถนน 1 ราย และนอนอยู่ในคูเกาะกลางถนน 1 ราย
หน่วยรถพยาบาล รถกู้ภัย พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยตรวจสอบ พบว่าผู้บาดเจ็บอาการสาหัสทั้ง 2 ราย จึงดำเนินการช่วยเหลือและนำส่ง รพ.สิชล เป็นชายไทย อายุ 64 ปี และ อายุ 59 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สิชล
>> อุบัติเหตุรถทัวร์ (บัสนำเที่ยว) ชนกับรถกระบะ และรถบรรทุกมีผู้บาดเจ็บหลายราย ถนนมิตรภาพ ช่วงมอกลางดง
22.20 น. รับแจ้งจากหน่วยกู้ชีพกลางดง มีอุบัติเหตุ รถทัวร์ชนกับรถบรรทุก และมีผู้บาดเจ็บหลายราย ถนนมิตรภาพ ฝั่งขาเข้า กทม. ช่วงหลัก กม.ที่ 35+700 บริเวณมอกลางดง ในพื้นที่ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ชนกันรวม 5 คัน เป็นรถทัวร์ สีขาว - เหลือง (เป็นบัสนำเที่ยว) ทะเบียน กาญจนบุรี ชนกับรถกระบะ 2 คัน แล้วเสียหลักไปชนกับรถบรรทุก 6 ล้อ และรถบรรทุกพ่วง ที่จอดอยู่ข้างทาง ทำให้มีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในรถบัส 2 ราย จึงใช้อุปกรณ์ตัด-ถ่างช่วงออกมาได้สำเร็จ ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 43 ราย มากับรถบัส 42 ราย และ รถบรรทุก6ล้อ 1 ราย ทางเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ให้การปฐมพยาบาลและเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาล ส่งโรงพยาบาลมวกเหล็ก 2 ราย, ส่งโรงพยาบาลปากช่องนานา 39 ราย และไม่ประสงค์โรงพยาบาล 2 ราย ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กลางดง
>> เพลิงไหม้รถจักรยานยนต์ ซอยเพชรเกษม 110 เสียหายวอดทั้งคัน
22.27 น สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถจักรยานยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเพชรเกษม 110 แยก 19 ถนนเพชรเกษม แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุ เป็นเพลิงลุกไหม้รถจักรยานยนต์ ไม่ทราบสี ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหนองแขม
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศอินโดนีเซีย
23.13 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.6 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ทางตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ประมาณ 514 กม. ขณะนี้ยังไม่รายงานผลกระทบต่อประเทศไทย