จี้รัฐทำแอปกลางชาร์จรถ EV ส.ยานยนต์ไฟฟ้ามั่นใจช่วยหนุนกำลังซื้อ
สมาคมยานยนต์ไฟฟ้า วอนรัฐบาลเป็นตัวกลางเชื่อมลงทุนทำ “แอปพลิเคชั่นกลาง” สำหรับผู้ใช้รถอีวีเพิ่มความสะดวกผู้บริโภคชาร์จแบตเตอรี่ ยอมรับลำพังแค่รัฐวิสาหกิจ-เอกชน ยังหารือไม่ลงตัว เชื่อหากผลักดันให้เกิดแอปพลิเคชั่นกลาง เชื่อช่วยผลักดันความนิยมการใช้รถอีวีพุ่งอีกเพียบ
นายสุโรจน์ แสงสนิท รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด หรือ MG และในฐานะนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่กลุ่มผู้บริโภคชาวไทยให้การยอมรับและเลือกใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า 100% หรืออีวี เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นเพราะมั่นใจในการใช้งานและเริ่มเชื่อมั่นกับอีวีอีโคซิสเต็ม โดยเฉพาะสถานีชาร์จ
ปัจจุบันประเทศไทยมีหัวจ่ายพลังงานไฟฟ้ากระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ จำนวน 5,000 หัวจ่าย ขณะที่ปริมาณรถยนต์ไฟฟ้าที่วิ่งอยู่บนถนนราว 140,000 คัน ทำให้ปริมาณการใช้รถยนต์ต่อหัวจ่ายไฟฟ้าโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 20 คันต่อ 1 หัวจ่าย หากมองในเชิงสถิติ น่าจะเพียงพอต่อการใช้งาน เพียงแต่ปัญหาหลักของหัวจ่ายในปัจจุบันนั้น
โดยเฉพาะหัวจ่ายแบบเร็ว (DC) นั้น หลัก ๆ จะอยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใหญ่เป็นหลัก ยังไม่กระจายไปยังพื้นต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทำให้การใช้งานส่วนนี้อาจจะยังไม่แพร่หลายและมีความขลุกขลัก สำหรับผู้ใช้รถอีวีอยู่บ้างในปัจจุบัน โดยเฉพาะจุดชาร์จไฟฟ้าที่เป็นรอยต่อระหว่างเมือง ที่อาจจะยังมีอยู่ในปริมาณน้อยอยู่ หรือตามสถานีบริการน้ำมันเพียงแค่ 2-3 หัวจ่ายเท่านั้น ซึ่งถือว่ายังน้อยเกินไป
ทั้งนี้ หากสามารถเพิ่มจุดชาร์จเพื่อให้บริการในแต่ละจุดมากกว่า 10 หัวจ่าย ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการผลักดันและส่งเสริมให้ผู้บริโภคหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น เนื่องจากมีความสะดวกสบายไม่แตกต่างจากรถยนต์สันดาป
“ผมมองว่าปัญหาสำคัญวันนี้คือจุดชาร์จไฟฟ้ายังไม่เพียงพอต่อการใช้งาน บางจุดมีแค่ 2-3 หัวจ่าย ในวันธรรมดาก็อาจจะรองรับพอ แต่ถ้าวันหยุดยาวหรือช่วงคนเดินทางมาก ๆ ก็ต้องรอคิว ตรงนี้หากมีการขยายหัวจ่ายเชื่อว่าเราสามารถส่งเสริมและผลักดันให้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถใช้งานได้เหมือนรถยนต์สันดาป วิ่งไปได้ทั่วประเทศ”
นายสุโรจน์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ของสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ถือว่าได้รับการตอบรับจากภาคเอกชน และรัฐวิสาหกิจ ให้ความสนใจเข้ามาลงทุนเป็นอย่างดี โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการเข้ามาให้บริการมากกว่า 20 ราย แม้ว่าวันนี้จะเป็นการลงทุนที่ยังได้รับผลตอบแทนค่อนข้างน้อยอยู่ แต่ผู้ประกอบการก็ให้ความสนใจมาลงทุน ซึ่งถือเป็นความโชคดีของผู้บริโภคชาวไทย แตกต่างจากในต่างประเทศที่การลงทุนเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นการลงทุนโดยภาครัฐ ที่จะเข้ามาลงทุนและดูแลเรื่องระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ขณะที่ประเทศไทย ภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจเป็นผู้ลงทุน
“ถ้าเป็นไปได้จะดีมาก หากรัฐบาลเข้าช่วยสนับสนุนการลงทุนส่วนนี้ แต่ต้องยอมรับว่าวันนี้ภาคเอกชนได้เดินหน้าลงทุนไปเยอะแล้ว หากรัฐบาลเข้ามาลงทุนก็จะซ้ำซ้อนกัน ผมคิดว่ายังมีสิ่งที่รัฐบาลสามารถทำได้ คือ การรวบรวมจัดทำแอปพลิเคชั่นกลางเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ”
ทั้งนี้ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย จึงอยากเสนอแนะเพื่อขอให้หน่วยงานภาครัฐเข้าเป็นตัวกลาง หรือเป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้ให้บริการสถานีชาร์จภาคเอกชน-รัฐวิสาหกิจ อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า โดยแอปพลิเคชั่นกลางจะรวบรวมสถานีชาร์จ และจุดชาร์จต่าง ๆ ในแต่ละพื้นที่มาไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน
จากปัจจุบันนี้มีผู้ให้บริการชาร์จไฟหลากหลายยี่ห้อ ทำให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าต้องโหลดแอปพลิเคชั่นของแต่ละแบรนด์ ยุ่งยากและซับซ้อนต่อการใช้งาน หากมีแอปพลิเคชั่นกลางขึ้นมา เพื่อค้นหาจุดชาร์จไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด หรือพร้อมให้บริการที่สุดก่อน แล้วจะไปสแกนเพื่อใช้งานของแต่ละยี่ห้อต่อไป
“วันนี้บ้านเรามี 20-30 ผู้ให้บริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้านั้นหมายความว่า ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าจะต้องมี 20-30 แอปพลิเคชั่นในการใช้บริการ เราพยายามทำแอปพลิเคชั่นกลางมาตลอดระยะเวลา 3-4 ปี แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีรายละเอียดปลีกย่อย ความได้เปรียบเสียเปรียบเชิงธุรกิจ ซึ่งตรงนี้หากรัฐบาลช่วยได้”
ปัจจุบันสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย มีสมาชิก 390 กว่าราย แบ่งเป็นนิติบุคคล 280 ราย ค่ายรถยนต์ทุกยี่ห้อ ทั้งเครื่องยนต์สันดาป และรถยนต์ไฟฟ้าเป็นสมาชิก, ผู้ประกอบการผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์, ผู้ให้บริการสถานีชาร์จ และสถาบันการศึกษาด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จี้รัฐทำแอปกลางชาร์จรถ EV ส.ยานยนต์ไฟฟ้ามั่นใจช่วยหนุนกำลังซื้อ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net