โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยากตรงไหนเอาปากกามาวง! ชาวต่างชาติคิดอย่างไรกับภาษาญี่ปุ่น?

conomi

อัพเดต 18 ต.ค. 2567 เวลา 14.18 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2567 เวลา 09.00 น. • conomi.co

ผู้คนส่วนใหญ่มักมองว่าภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่ฟังดูน่ารัก คิขุอาโนเนะ ยิ่งเป็นเสียงเล็ก ๆ ยิ่งฟังดูแบ๊วไปหมด แต่พอได้ลองเรียนรู้จริง ๆ ก็พบว่ามันยากกว่าที่คิดเสียอีก! เราลองไปดูกันค่ะว่าสำหรับชาวต่างชาติในชาติอื่น ๆ เขารู้สึกอย่างไรกับภาษาญี่ปุ่น และเหตุผลใดบ้างที่รู้สึกว่ามันยาก น่าจะตรงใจใครหลาย ๆ คนเลยนะคะ

ชาวต่างชาติคิดอย่างไรกับภาษาญี่ปุ่น??

ชาวต่างชาติคิดอย่างไรกับภาษาญี่ปุ่น

1.1 ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่ยากที่สุดในโลก?

ชาวต่างชาติจำนวนมากมีอิมเมจว่า “ภาษาญี่ปุ่นยาก” มีข้อมูลอื่น ๆ ที่ยิ่งตอกย้ำได้อย่างชัดเจนอีกว่า “ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่ยากจากมุมมองของคนทั่วโลก” ในการ “จัดอันดับความยากง่ายในการเรียนรู้ภาษา” ที่เคยตีพิมพ์โดยสถาบันฝึกอบรมภาษาชื่อ FSI (Foreign Service Institute) ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ภาษาญี่ปุ่นจัดอยู่ในประเภท “ภาษาที่ใช้เวลานานที่สุดในการเรียนรู้” แม้ว่าจะเป็นข้อมูลที่จัดทำโดยผู้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ แต่ในกลุ่มภาษาที่เรียนรู้ได้ยากที่สุดก็ยังรวมถึงเกาหลี จีน และอาหรับอีกด้วย

1.2 ฟังดูเร็ว

อีกประการหนึ่งคือ เมื่อชาวต่างชาติได้ยินภาษาญี่ปุ่น จะฟังดูเหมือนพูดเร็วมาก เนื่องจากพยางค์ในภาษาญี่ปุ่นมีสระเป็นศูนย์กลาง และตัวพยัญชนะก็ออกเสียงแยกกัน ไม่ได้ออกเสียงทับซ้อนกันเหมือนภาษาอังกฤษ เมื่อพยายามพูดเนื้อหาเดียวกันเทียบกับภาษาอื่น ภาษาญี่ปุ่นย่อมมีจำนวนพยางค์มากกว่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

1.3 นุ่มนวลไร้เสียงหนักเบา

นอกจากนี้ เมื่อชาวต่างชาติฟังภาษาญี่ปุ่น หลายคนก็รู้สึกว่าเป็นภาษาที่นุ่มนวล ไม่เน้นเสียงหนัก ซึ่งเหตุผลก็เหมือนกับข้อที่กล่าวมาคือมีสระเป็นศูนย์กลาง ถึงแม้จะมีเสียงสูงต่ำ แต่ก็ไม่มีเสียงหนักเบาเหมือนภาษาอังกฤษ ในคำศัพท์ที่เขียนเหมือนกัน จะแยกความหมายจากการออกเสียงสูงต่ำ ที่พบเจอได้บ่อย ๆ ตัวอย่างเช่น

(はし : ha shi : หะ ชิ : สะพาน) กับ (はし : ha shi : ฮะ ฉิ : ตะเกียบ)
(あめ : a me : อะ เมะ : ลูกกวาด) กับ ( (あめ : a me : อ้ะ เหม่ะ : ฝน)

ทำไมชาวต่างชาติมองว่าภาษาญี่ปุ่นยาก?

ชาวต่างชาติคิดอย่างไรกับภาษาญี่ปุ่น

2.1 มีตัวอักษรหลายประเภท

การเรียนรู้ภาษาใดก็ตาม แน่นอนว่าเราจะต้องรู้จักตัวอักษรของภาษานั้น ๆ ซึ่งในภาษาญี่ปุ่น ผู้เรียนจะต้องเรียนรู้ตัวอักษรถึงสามประเภท คือ ฮิรางานะ คาตาคานะ และคันจิ นอกจากภาษาญี่ปุ่นแล้ว ก็ไม่มีภาษาใดในโลกที่ใช้อักขระถึงสามประเภทแบบนี้ นับว่าเป็นความท้าทายแก่ชาวต่างชาติโดยแท้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชาวตะวันตกที่ไม่คุ้นเคยกับตัวอักษรจีนแล้วต้องมาจดจำอักขระทั้งสามประเภทนี้ ถือว่ายากพอสมควรเลยทีเดียว

2.2 การเรียงลำดับคำชวนงง

ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส หรือไทย เรียงลำดับคำเป็น SVO (ประธาน+กริยา+กรรม) แต่ภาษาญี่ปุ่นจะเรียงเป็น SOV (ประธาน+กรรม+กริยา) จึงทำให้เกิดความสับสนได้ นอกจากนี้ เมื่อขยายคำนาม จะมีความแตกต่างในลำดับของคำที่เห็นได้ชัด คือ

ここは、私が去年訪れた場所です。
ส่วนขยายวางไว้หน้าคำนาม (場所)
This is the place I visited last year.
ส่วนขยายวางไว้หลังคำนาม (place)

ภาษาเกาหลีมีการเรียงลำดับคำที่คล้ายกับภาษาญี่ปุ่นมาก ดังนั้นจึงดูไม่เป็นปัญหาสำหรับชาวเกาหลี แต่สำหรับชาวต่างชาติที่มีภาษาแม่ต่างจากภาษาญี่ปุ่น เรื่องการเรียงลำดับคำก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้รู้สึกว่ายาก

2.3 คำช่วยใช้ยาก

มีชาวต่างชาติจำนวนมากที่ไม่ถนัดเรื่องการใช้คำช่วยอย่าง は を に で และอีกมากมาย ในภาษาเกาหลีมีการใช้คำช่วยเช่นกัน จึงไม่น่าจะใช่เรื่องยากสำหรับชาวเกาหลี แต่สำหรับชาวต่างชาติคนอื่น ๆ อาจเพิ่งได้รู้จักคำช่วยเป็นครั้งแรกก็มี ในภาษาอังกฤษ จีน หรือไทย จะแสดงความหมายออกมาอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับวิธีการจัดเรียงคำ แต่ภาษาญี่ปุ่นจะใช้วิธีเปลี่ยนคำช่วย ในประโยคที่เรียงประธาน กรรม กริยาเหมือนกัน เพียงแค่เปลี่ยนคำช่วย ความหมายจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เช่น

わたし ( ) 友達 ( ) 怒る。ฉันโกรธเพื่อน
わたし ( ) 友達 ( ) 怒る。เพื่อนโกรธฉัน
わたし ( ) 友達 ( ) 怒る。ฉันกับเพื่อนโกรธ

เรื่องคำช่วยเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมากจนแม้แต่คนที่มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นระดับกลางถึงระดับสูงก็อาจใช้คำช่วยผิดหรือกังวลว่าตัวไหนถูกต้องกันแน่

ชาวต่างชาติคิดอย่างไรกับภาษาญี่ปุ่น

2.4 สำนวนคลุมเครือ

ญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมแบบ High Context คือการสื่อสารแบบอ้อม มีรายละเอียดเยอะ และเน้นใช้อวัจนภาษา ทำให้ในภาษาญี่ปุ่นมีสำนวนที่คลุมเครือมากมายโดยไม่แสดงความรู้สึกออกมาตรง ๆ เนื่องจากความเกรงใจอีกฝ่าย ตัวอย่างเช่น เมื่อหัวหน้าชวนไปทานข้าวหลังเลิกงาน น้อยคนนักที่จะพูดปฏิเสธตรง ๆ ซึ่งวัฒนธรรมการตอบอย่างสุภาพโดยไม่ทำให้อีกฝ่ายเสียน้ำใจและการใช้คำพูดที่เข้ากับบรรยากาศ สถานที่ นั้นถือว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของญี่ปุ่นก็ว่าได้ ชาวต่างชาติจำนวนมากจึงมองว่าเป็นการยากที่จะเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำพูดเหล่านั้น

2.5 คำเลียนเสียงธรรมชาติจำยาก

จุดที่ยากอีกอย่างหนึ่งคือคำเลียนเสียงธรรมชาติในญี่ปุ่นที่มีจำนวนมากมายมหาศาลจนแทบจะจำได้ไม่หมด ตัวอย่างเช่น

雨がザーザー降る。ฝนตกหนัก
雨がしとしと降る。ฝนตกพรำ ๆ

คำเลียนเสียงใช้อธิบายสภาพการณ์หรือความรู้สึกได้ละเอียดมากขึ้น แต่สำหรับชาวต่างชาติคงจะจินตนาการถึงสภาพนั้นไม่ออกและจำเป็นต้องนั่งจำความหมายกันไปทีละคำ ๆ

การเริ่มเรียนรู้ภาษาใดก็ตามที่ไม่ใช่ภาษาแม่แถมยังมีรูปแบบไวยากรณ์ไม่คุ้นชินมาก่อนก็ย่อมรู้สึกว่ายากเป็นธรรมดา แต่การเรียนรู้ภาษาจะช่วยให้เราได้เรียนรู้และเข้าใจวัฒนธรรม ความคิดความอ่านของคนต่างวัฒนธรรมได้สนุกยิ่งขึ้น แล้วตอนที่ทุกคนฟังภาษาญี่ปุ่นครั้งแรก First impression เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ^^

สรุปเนื้อหาจาก japanese-bank

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...