โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

10 สกุลเงินทรงอิทธิพลในปี 2023 แกร่งแซงหน้า ‘ดอลลาร์สหรัฐ’

TODAY

อัพเดต 20 ต.ค. 2566 เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2566 เวลา 03.17 น. • workpointTODAY

โดยทั่วไปแล้วดอลลาร์สหรัฐมักถูกมองว่าเป็นสกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ซึ่งแน่นอนว่าดอลลาร์สหรัฐนั้นเป็นสกุลเงินที่ได้รับความนิยมและมีการซื้อขายมากที่สุดในโลก

แต่อย่างไรก็ตามอาจเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ ‘ดอลลาร์สหรัฐ’ ไม่ใช่สกุลเงินที่แข็งค่าที่สุดจากบรรดาสกุลเงินทั้งหมด 180 สกุลเงินทั่วโลกที่ได้รับการยอมรับให้ชำระได้ตามกฎหมายจากองค์การสหประชาชาติ (UN)

วันนี้ TODAY Bizview รวม 10 อันดับสกุลเงินที่แข็งค่าที่สุดในโลกปี 2023 พิจารณาจากมูลค่าเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2566

1.ดีนาร์คูเวต (KWD)

นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ.1960 ดีนาร์คูเวตได้รับการจัดอันดับให้เป็นสกุลเงินที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกมาโดยตลอด จากเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศคูเวตซึ่งได้รับแรงหนุนจากน้ำมันสำรองและระบบปลอดภาษีซึ่งส่งผลให้มีความต้องการสกุลเงินในระดับสูง นอกจากนี้ในหมู่ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวอินเดียอัตราแลกเปลี่ยนจากรูปีอินเดีย (INR) เป็น KWD ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ

KWD เป็นสกุลเงินที่มีมูลค่าสูงและแข็งค่าที่สุดในโลก โดย 1 ดีนาร์คูเวตเท่ากับ 3.23 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 0.31 ดีนาร์คูเวต

2.ดีนาร์บาห์เรน (BHD)

สกุลเงินของประเทศบาห์เรน ซึ่งเป็นประเทศหมู่เกาะในอ่าวอาหรับที่ต้องพึ่งพาการส่งออกน้ำมันเป็นหลัก โดยเริ่มใช้ตั้งแต่ในปีค.ศ.1965 โดยผูกกับดอลลาร์สหรัฐและมีการใช้เฉพาะในบาห์เรน แนอกจากนี้ในบาห์เรนยังมีชุมชนชาวต่างชาติและชาวอินเดียที่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากอีกด้วย

ทำให้ BHD ถือเป็นสกุลเงินที่แข็งค่าเป็นอันดับสองของโลก โดย 1 ดีนาร์บาห์เรนเท่ากับ 2.65 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 0.38 ดีนาร์บาห์เรน

3.เรียลโอมาน (OMR)

สกุลเงินของประเทศโอมานซึ่งถูกนำมาใช้หลังจากที่ประเทศหยุดใช้รูปีอินเดีย (INR) ประเทศโอมานเป็นประเทศที่มีการสำรองน้ำมันจำนวนมากทำให้เศรษฐกิจของโอมานพึ่งหาภาคน้ำมันเป็นหลัก โดยเริ่มใช้ครั้งแรกในปีค.ศ.1970 และผูกติดกับดอลลาร์สหรัฐ

OMR เป็นสกุลเงินที่แข็งค่าเป็นอันดับ 3 ของโลก โดย 1 เรียลโอมานเท่ากับ 2.60 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 0.38 เรียลโอมาน

4.ดีนาร์จอร์แดน (JOD)

สกุลเงินของประเทศจอร์แดนนับตั้งแต่เข้ามาแทนที่ปอนด์ปาเลสไตน์ในปีค.ศ.1950 อัตราแลกเปลี่ยนที่คงที่ของจอร์แดนและเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายมีส่วนทำให้สกุลเงินมีมูลค่าสูง

โดย JOD เป็นสกุลเงินที่แข็งค่าเป็นอันดับ 4 ของโลก โดย 1 ดีนาร์จอร์แดนเท่ากับ 1.41 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 0.71 ดีนาร์จอร์แดน

5.ปอนด์อังกฤษ (GBP)

อังกฤษนับว่าเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลกตามการเติบโตทางตัวเลขเศรษฐกิจภายในประเทศ (GDP) ตามข้อมูลของธนาคารโลก โดยเงินปอนด์ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ.1400 ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศและดินแดนอื่น ๆ ก่อนที่จะถูกลดความนิยมลงในช่วงปี ค.ศ.1971 นอกจากนี้เงินปอนด์ยังลอยตัวเป็นอิสระและไม่ได้ผูกกับสกุลเงินอื่น

ทำให้ GBP เป็นสกุลเงินที่แข็งค่าเป็นอันดับ 5 ของโลก โดย 1 ปอนด์อังกฤษเท่ากับ 1.21 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 0.82 ปอนด์อังกฤษ

6.ปอนด์ยิบรอลตาร์ (GIP)

สกุลเงินของประเทศยิบรอลตาร์ ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ. 1920 และผูกกับปอนด์สเตอร์ลิงอังกฤษ (GBP) จึงทำให้มูลค่าเทียบเท่ากันหรือหมายความว่า 1 GIP เท่ากับ 1 GBP

ซึ่งครองอันดับ 6 สกุลเงินที่แข็งค่าที่สุดในโลก โดย 1 ปอนด์ยิบรอลตาร์เท่ากับ 1.21 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 0.82 ปอนด์ยิบรอลตาร์

7.ดอลลาร์หมู่เกาะเคย์แมน (KYD)

สกุลเงินอย่างเป็นทางการของหมู่เกาะเคย์แมน ซึ่งเป็นอาณานิคมโพ้นทะเลของประเทศอังกฤษ แม้ว่าจะอยู่อันดับที่ 7 ในบรรดาสกุลเงินที่แข็งค่าที่สุดในโลก แต่เป็นสกุลเงินที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยหมู่เกาะเคย์แมนใช้สกุลเงินของตนเองเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.1972

โดย 1 ดอลลาร์หมู่เกาะเคย์แมนเท่ากับ 1.20 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 0.83 ดอลลาร์หมู่เกาะเคย์แมน

8.ฟรังก์สวิส (CHF)

สกุลเงินของประเทศสวิตเซอร์แลนด์และลิกเตนสไตน์ ซึ่งสวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลกและขึ้นชื่อเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ซึ่งฟรังก์สวิสถูกนำมาใช้ตั้งแต่ในปี ค.ศ. 1850

CHF เป็นสกุลเงินที่แข็งค่าอันดับ 8 ของโลก โดย 1 ฟรังก์สวิสเท่ากับ 1.11 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 0.90 ฟรังก์สวิส

9. ยูโร (EUR)

สกุลเงินอย่างเป็นทางการของยูโรโซน ซึ่งประกอบด้วย 19 ประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป เป็นสกุลเงินสำรองที่ใหญ่เป็นอันดับสองและเป็นสกุลเงินที่มีการซื้อขายมากเป็นอันดับสองทั่วโลกรองจากดอลลาร์สหรัฐ โดยเริ่มใช้กันตั้งแต่ในปีค.ศ.2020 และลอยตัวเป็นอิสระไม่ผูกติดกับสกุลเงินอื่น

ยูโรเป็นสกุลเงินที่แข็งค่าเป็นอันดับ 9 ของโลก โดย 1 ยูโรเท่ากับ 1.05 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 0.95 ยูโร

10.ดอลลาร์สหรัฐ (USD)

สกุลเงินของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นสกุลเงินสำรองที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือเป็นสกุลเงินที่ธนาคารกลางถือครองมากที่สุดและยังเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการกำหนดราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายชนิด รวมถึงน้ำมัน ทองคำ และทองแดง

นอกจากนี้สหรัฐเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อพิจารณาจาก GDP และเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินที่มีการซื้อขายมากที่สุดทั่วโลก แม้จะได้รับความนิยมแต่ก็ติดอันดับ 10 ในบรรดาสกุลเงินที่ทรงอำนาจที่สุดในโลก

โดยดอลลาร์สหรัฐ ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1700 เพื่อใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายในสหรัฐอเมริกา ดินแดนอื่นๆ ของสหรัฐฯ และประเทศอธิปไตยรวมถึงเอกวาดอร์และซิมบับเว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...