ความสุดยอดของ 'ซน ฮึง มิน' ที่โลกฟุตบอลเห็น แต่พีเอฟเอไม่สนใจ
ความสุดยอดของ ‘ซน ฮึง มิน’ ที่โลกฟุตบอลเห็น แต่พีเอฟเอไม่สนใจ
ประกาศผลเป็นที่เรียบร้อยกับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ซึ่งดาวยิงชาวอียิปต์ของลิเวอร์พูล โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คว้ารางวัลไป แต่หากมาย้อนดูรายชื่อ 11 นักเตะที่ติดโผของพีเอฟเอ รวมถึงสมาชิกทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล จะเห็นว่าไม่มีรายชื่อของดาวซัลโวสัญชาติเกาหลีใต้ ซน ฮึง มิน ซึ่งทำให้แฟนคลับหลายๆ คนตั้งข้อสงสัยขึ้นมากมาย
กองหน้าท็อตแนม ฮอตสเปอร์ และกัปตันทีมชาติเกาหลีใต้ ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งยุค วัดได้จากการที่เขาเป็นนักเตะเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลรองเท้าทองคำและเป็นดาวซัลโวในลีกที่โหดที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แม้ว่าในอดีตจะมีนักกีฬารุ่นพี่อย่าง ปาร์ก จี ซอง ซึ่งเป็นนักเตะชาวเอเชียคนแรกที่ชนะในการแข่งพรีเมียร์ลีก หรือ ชินจิ คากาวะ กองกลางญี่ปุ่นที่เป็นนักเตะเอเชียคนแรกที่ทำแฮตทริกได้ในพรีเมียร์ลีก แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถขึ้นไปถึงตำแหน่งดาวซัลโวเช่นเดียวกับซนได้
อีกหนึ่งเครื่องการันตีความสามารถของดาวยิงเกาหลีใต้ผู้นี้คือการที่เขาขาดอีกเพียงแค่ 7 ประตู จะขึ้นแท่นเป็นนักเตะที่ระเบิดตาข่ายได้ถึง 100 ประตูในพรีเมียร์ลีก ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องยากมากและมีเพียงนักเตะในระดับเวิลด์คลาสเท่านั้นที่จะสามารถทำได้ ในปัจจุบันมีนักเตะเพียงแค่ 33 คน ที่สามารถยิงได้ถึง 100 ประตู ทำให้ซนสามารถเทียบได้กับนักเตะระดับตำนานอย่าง เวย์น รูนี่ย์ และ เซร์คิโอ้ อากูเอโร่ หรือแม้แต่ตำนานมีชีวิตอย่าง อลัน เชียเรอร์, รุด ฟาน นิสเตลรอย, ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา
ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมากองหน้าสเปอร์สยิง 23 ประตู คว้าตำแหน่งดาวซัลโวร่วมกับซาลาห์ เหนือกว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ กองหน้าวัย 37 ปีของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ทำได้ 18 ประตู
แต่ถ้าพิจารณาจากรูปแบบการทำประตู 23 ตุงของแข้งชาวเกาหลีใต้ ไม่มีจุดโทษเลยแม้แต่ประตูเดียว ในทางกลับกัน ซาลาห์มีประตูจากจุดโทษ 5 ประตู ถ้านับเฉพาะการยิงประตูจากลูกโอเพ่นเพลย์ ซนคมที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดุกาลนี้
นอกจากนั้นฝีเท้าของนักเตะโสมขาวก็ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ย้อนดูได้จากการคาดการณ์ก่อนการแข่งขันในฤดูกาล 2020-2021 ซึ่งก่อนฤดูกาลได้คาดการณ์ว่าซนจะทำได้เพียงแค่ 10 ประตูเท่านั้น แต่เขากลับทำได้ถึง 17 ประตูไม่นับจุดโทษ และในฤดูกาลล่าสุด ซนก็สามารถยิงได้ถึง 23 ประตู จากที่มีการคาดการณ์ตอนต้นฤดูกาลว่าเขาจะยิงได้ประมาณ 16 ประตู
อีกหนึ่งเครื่องยืนยันความสามารถของแข้งสเปอร์สผู้นี้คือการทำประตู ซึ่งหากเปรียบเทียบจากการที่เขามีโอกาสสับไก 86 ครั้งในพรีเมียร์ลีกครั้งล่าสุดและจบที่ 23 ประตู ในขณะที่ดาวซัลโวร่วมของเขามีโอกาสที่จะยิงถึง 134 ครั้ง เรียกได้ว่าในตอนนี้เขาเป็นเพชฌฆาตที่น่ากลัวกว่าซาลาห์เสียอีก
ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ซนพัฒนามาจนถึงจุดนี้ได้คือการที่เขาเคยผ่านมือสุดยอดโค้ชมาหลายต่อหลายคน ทั้ง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่, โชเซ่ มูรินโญ่ และ อันโตนิโอ คอนเต้ ทำให้เขาได้ยกระดับตัวเองขึ้นไปอีกขั้น
การที่กองหน้าเกาหลีใต้คนนี้เป็นทั้งนักเตะของสเปอร์สและนักเตะทีมชาติ เขาจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปมาเพื่อแข่งขันสลับกับรับใช้ชาติ ซึ่งทำให้เห็นว่านอกจากฝีเท้าอันยอดเยี่ยมของเขาแล้วนั้น มันยังแสดงถึงความอดทนและความรับผิดชอบของกัปตันโสมขาวอีกด้วย ซนยังเป็นหนึ่งในนักเตะที่เดินทางมากที่สุดใน 3 ฤดูกาลที่ผ่านมาอีกด้วย ซน ฮึง มิน ใช้เวลาบนเครื่องบินกว่า 300 ชั่วโมงกับระยะทาง 223,000 กิโลเมตร เนื่องจากเขาลงเล่นเฉลี่ยฤดูกาลละ 57 เกมทำให้เขาต้องเดินทางไปมาอยู่เสมอ ซึ่งโดยปกติแล้วนักฟุตบอลประมาณร้อยละ 46.9 จะบินข้ามเส้นแบ่งเวลาประมาณ 2 ครั้งถ้าหากพวกเขาต้องเดินทางไกลเพื่อลงสนาม แต่ดาวซัลโวชาวเกาหลีใต้ผู้นี้ได้ข้ามมาแล้วกว่า 204 ครั้ง
ทั้งนี้จากทั้งฝีมือและสถิติทั้งหมดที่เขามี ซนไม่เคยได้รับรางวัลใดๆ เพื่อที่จะเป็นเครื่องยืนยันฝีมือของเขาเลย เขาเพียงแต่ถูกจดจำในฐานะของผู้เล่นที่ดี ทั้งที่การเล่นของเขานั้นโดดเด่นมากเสียกว่า แฮร์รี่ เคน กองหน้าคู่หูด้วยซ้ำ การที่ซนเป็นชาวเอเชียนั้นไม่ได้ลดความสนใจต่อเขาจากสายตาชาวตะวันตกแต่อย่างใด เห็นได้จากการที่ผลิตภัณฑ์และโฆษณาต่างๆ ที่นำเขาไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ซึ่งไม่ได้ดึงดูดเพียงแต่ลูกค้าชาวเอเชียเท่านั้น แต่ก็ได้รับความสนใจจากคนในยุโรปเช่นกัน
การไม่มีชื่ออยู่ในทีมยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ ไม่ได้เป็นการลดความสามารถหรือการยอมรับของซนได้เลย เพราะทุกคนที่ติดตามผลงานของดาวยิงเกาหลีใต้คนนี้ จะรู้ดีว่าเขามีดีขนาดไหน