โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประธานาธิบดี และรองประธานาธิบดีคนแรก ของสยามประเทศคือใคร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 08 พ.ย. 2567 เวลา 04.02 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2567 เวลา 07.51 น.
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

ประธานาธิบดีแห่งกรุงสยาม ประธานาธิบดี และ รองประธานาธิบดี คนแรก ของ “สยามประเทศ” คือใคร?

ปัจจุบันไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ผู้นำรัฐบาลมีตำแหน่งเป็น “นายกรัฐมนตรี” หากย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น ที่ปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ก็ไม่มีผู้นำเป็นประธานาธิบดีเช่นกัน แต่ครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงลงปรมาภิไธยว่า “ประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกใหม่”

เรื่องดังกล่าวนี้ เอกลักษณ์ ไชยภูมี เคยค้นคว้าและเรียบเรียงเรื่องนี้ไว้ในบทความชื่อ “ประธานาธิบดีแห่งกรุงสยาม!” (ศิลปวัฒนธรรม, ตุลาคม 2561) พอสรุปได้ดังนี้

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว น่าจะพอมีพื้นฐานความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองของสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นเจ้าฟ้ามงกุฎ หรือวชิรญาณภิกขุ พระราชหัตถเลขาของเจ้าฟ้ามงกุฎ ที่ทรงมีไปถึงพระสหายชาวต่างชาติผู้หนึ่ง คือนายพันโท William J. Butterworth ผู้ว่าการเกาะ Prince of Wales ของจักรวรรดิอังกฤษ โดยในจดหมายฉบับวันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2394 (หรือราว 3 สัปดาห์หลังจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต หรือ 24 วันก่อนที่เจ้าฟ้ามงกุฎจะทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก) ซึ่งระบุข้อความที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่า

การขึ้นดำรงตำแหน่งพระมหากษัตริย์ของพระองค์เป็นการ “elect” หรือ “เลือก” (ตั้ง?) และยิ่งไปกว่านั้น พระองค์ยังลงพระปรมาภิไธยในท้ายจดหมายฉบับดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษ ว่า “T.Y. [ทูลกระหม่อมใหญ่]Chau Fa Mongkut, newly elect President or Acting King of Siam” (เน้นข้อความโดยผู้เขียน) ซึ่งอาจแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ท.ญ. [ทูลกระหม่อมใหญ่]เจ้าฟ้ามงกุฎ ประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกใหม่ หรือพระมหากษัตริย์ผู้ปกครองกรุงสยาม

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ จดหมายดังกล่าวกำลังระบุว่า เจ้าฟ้ามงกุฎ ซึ่งต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวคือ ประธานาธิบดี คนแรกของกรุงสยามนั่นเอง!…

ประธานาธิบดี คนแรกของกรุงสยาม

พระปรมาภิไธยท้ายจดหมายดังกล่าว มีสิ่งที่น่าสนใจอยู่อย่างน้อย 2 ประการ ประการแรกคือคำอธิบายของพระองค์ว่าทรงมาจากการ “เลือก(ตั้ง?)” ประการที่สองคือคำในภาษาอังกฤษที่เจ้าฟ้ามงกุฎทรงใช้เรียกแทนพระองค์เองว่าเป็น ‘President’ ของกรุงสยาม…

แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นซึ่งยังคงไม่ได้รับการกล่าวถึงคือ ข้อความที่แสดงว่าเจ้าฟ้ามงกุฎทรงเข้าใจที่มาของการสืบราชสันตติวงศ์ในครั้งนั้น ว่าทรงมาจากการ ‘Elect’ หรือการถูก “เลือก(ตั้ง?)” ให้ขึ้นเป็นกษัตริย์ ทำให้เกิดคำถามตามมาทันทีว่าใครคือผู้เลือก เพราะเมื่อมี “ผู้ถูกเลือก” ย่อมจะต้องมี “ผู้เลือก” และการค้นหาความหมายของการ “เลือก(ตั้ง?)” ดังกล่าวย่อมเชื่อมโยงกับสาเหตุที่ทำให้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเข้าใจว่า พระองค์คือท่านประธานาธิบดีของกรุงสยาม!…

ข้อความดังกล่าวยังอาจสะท้อนถึงพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ต้องการเปรียบเทียบที่มาที่ไปของตำแหน่งพระมหากษัตริย์ของพระองค์ กับที่มาที่ไปของตำแหน่งท่านประธานาธิบดีของ“สหปาลีรัฐอเมริกา” หรือเพื่อทำให้ชาวต่างประเทศเห็นว่า พระองค์ทรงมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการปกครองของตะวันตกด้วยเช่นกัน…

ไม่ว่าความตั้งใจเปรียบเทียบที่มาของพระองค์กับตำแหน่งท่านประธานาธิบดีของสหปาลีรัฐอเมริกา จะแพร่กระจายออกไปมากน้อยเพียงไร คงเป็นปริศนาที่รอให้มีผู้สนใจมาศึกษาต่อไป แต่สิ่งที่พอจะนำมาเทียบเคียงให้เห็นได้ในเวลานี้ คือ ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1856 (พ.ศ. 2399) หนังสือพิมพ์ New York Daily Times ได้ตีพิมพ์บทความชื่อ “From Siam” โดยมีเนื้อหาเป็นการแนะนำเรื่องราวเกี่ยวกับกรุงสยามให้ชาวอเมริกันรู้จัก เนื่องจากเวลานั้น สยามกับสหปาลีรัฐอเมริกาเพิ่งทำสนธิสัญญาทางไมตรีฉบับใหม่ระหว่างกัน

โดยสิ่งที่อยากนำมากล่าวถึงในที่นี้ คือข้อความที่นักข่าวผู้นั้นเขียนบรรยายถึงพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า “The second King is a King only in name, being subservient to the first King in all things, and during the life of the first King he is a mere cipher in state affairs, except in his absence, when he holds the reins of government, being a kind of Vice-President.” กล่าวคือ นายฝรั่งคนนั้นเปรียบเทียบตำแหน่งและบทบาทหน้าที่ของพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่สองของกรุงสยามในเวลานั้นว่า ไม่แตกต่างอะไรกับ “รองประธานาธิบดี” ของพวกเขา !

ใน พ.ศ. 2427 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ประกาศพระราชบัญญัติเคาน์ซิลออฟสเตด หรือสภาที่ปฦกษาราชการแผ่นดิน โดยในประกาศดังกล่าวระบุถึงการเข้าไปทำหน้าที่ต่าง ๆ ของบรรดาเสนาบดีคนสำคัญของราชสำนักจำนวน 20 คน ซึ่งจะต้องคัดเลือกบุคคลคนหนึ่งให้เข้ามาทำหน้าที่เป็น “ไวซ์เปรสิเดน” ซึ่งถูกเขียนอย่างทับศัพท์ไว้ เพื่อทำหน้าที่บังคับและมีสิทธิใช้สิทธิขาดในที่ประชุม กล่าวอีกนัยหนึ่งคือไวซ์เปรสิเดนผู้นี้ต้องคอยทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ในยามที่เปรสิเดนไม่เข้าประชุม

มาถึงตรงนี้ ท่านผู้อ่านก็คงพอเดากันได้แล้วกระมังครับว่า ใครคือ “เปรสิเดน” หรือ ประธานาธิบดี ของสภาที่ปฦกษาราชการแผ่นดิน ใช่แล้วครับ คำตอบคือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยในประกาศยังระบุการทำหน้าที่ของพระองค์ไว้อย่างชัดเจนว่า “สมเดจพระเจ้าอยู่หัวเปนเปรสิเดนต์ หัวน่าปธานาธิบดี” นั่นคือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ ท่านประธานาธิบดีคนที่สองของเรา !

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 5 พฤษภาคม 2564

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ประธานาธิบดี และรองประธานาธิบดีคนแรก ของสยามประเทศคือใคร?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...