โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สืบที่มาของขนมกะละแม กับร่องรอย "กะละแมสงกรานต์" แบบมอญ ชื่อ "กวาญย์ฮะกอ"

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 14 เม.ย. 2565 เวลา 17.37 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. 2565 เวลา 17.37 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - กะละแมรามัญบ้านแปกโหมก พระประแดง สมุทรปราการ (ภาพจาก ศิลปวัฒนธรรม ก.พ. 2554 / องค์ บรรจุน)

กะละแมเป็นขนมประจําเทศกาลหนึ่งในประเพณี 12 เดือนของมอญที่มีพิธีเกี่ยวข้องกับอาหารถึง 6 เดือน นั่นคือ เดือน 5 เทศกาลสงกรานต์ ทําขนมกะละแม เดือน 8 วันอาสาฬหบูชาทําขนมโค่กขะเต่อ (คล้ายขนมเทียน) เดือน 10 ตักบาตรน้ำผึ้ง ทําข้าวยาคู (น้ำนมข้าวใหม่) เดือน 11 เทศกาลออกพรรษาทําขนมกระยาสารท เดือนอ้าย (เดือน 1) ตําข้าวเม่า เดือน 3 วันมาฆบูชาทําขนมข้าวมาฆะ (ข้าวพม่า) บางถิ่นจัดงานบุญข้าวหลาม (การที่เริ่มนับเดือน 5 เป็นเดือนแรก เนื่องจากคนมอญนับเอาวันสงกรานต์ที่อยู่ในช่วงเดือน 5 หรือเดือนเมษายนเป็นวันขึ้นปีใหม่) แม้กะละแมนี้จะไม่มีหลักฐานว่า ชาติใดเป็นต้นตํารับ แต่ก็เชื่อกันว่าชาติมอญเป็นผู้คิดทำขึ้นก่อน

องค์ บรรจุน อธิบายเรื่องประเพณีสงกรานต์มอญในบทความ “กะละแมสงกรานต์ (กวาญย์ฮะกอ)” เผยแพร่ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 ว่า อยู่ในช่วง 13-17 เมษายนของทุกปี บรรยากาศของเทศกาลจะมีให้เห็นก่อนหน้าช่วงเวลานั้นแล้ว อาทิ การทำความสะอาดบ้านเรือน มีความเชื่อที่เล่ากันต่อมาว่า วันที่ 13 เป็นวันมหาสงกรานต์ นางฟ้าจะเหาะลงมาตรวจดูบ้านเรือน หลังใดที่สกปรก นางฟ้าจะถ่มน้ำลายรดอันจะทำให้ทำมาหากินไม่ขึ้นทั้งปี บ้านไหนสะอาดจะโปรยดอกไม้ให้พรทำมาค้าขึ้น

นอกจากนี้ ก่อนวันสงกรานต์ 1 วัน ครอบครัวขององค์ บรรจุน จะนัดกวนกะละแม โดยใช้ส่วนผสม 3 อย่าง คือ ข้าวเหนียว กะทิ และน้ำตาลปี๊ป ขณะที่การกวนต้องนัดเพื่อนบ้านมากวนเพราะเป็นงานหนักเอาเรื่อง ใช้คน 2-3 ราย ใช้กระทะเหล็กใบบัวขนาดใหญ่ซึ่งใช้แค่ปีละครั้งสำหรับกวนกะละแมโดยเฉพาะ ที่ใช้แบบนี้เพราะกระทะเคี่ยวน้ำตาลทั่วไปมีเนื้อบาง กวนไปมา กระทะอาจทะลุก่อนกะละแมได้ที่

ประกอบกับใช้พายกวนกะละแมอีก 2 อัน พายยาวประมาณ 3 ศอก ปลายเป็นเหล็กแบบหัวมน คล้ายเกรียงโป๊วสีแต่หนากว่า

องค์ บรรจุน เล่าว่า ครอบครัวใช้ข้าวเหนียวเม็ด ขนมที่ได้จะออกกรุบๆ เคี้ยวเพลิน แต่จะกวนยากและนานกว่าใช้แป้งข้าวเหนียว

ตามความคิดเห็นขององค์ บรรจุน มองว่า กะละแมที่เราคุ้นเคยกันทุกวันนี้ เชื่อกันว่าเป็นขนมที่มอญคิดขึ้น โดยยกตัวอย่างว่า ยังคงเหลือความสัมพันธ์ระหว่างกะละแมของมอญในไทย กับขนม “เกร่อะฮ์เปรียง” (แปลว่า ตับควาย) บางแห่งยังเรียกกันว่า “กวาญย์ฮะกอ” (แปลว่า ขนมกวน) อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่มาที่ไปแบบชัดเจนยังไม่มีปรากฏ ผู้รู้บางท่านตั้งข้อสังเกตว่า อาจไม่ใช่ขนมมอญแท้ น่าจะเป็นขนมที่มอญจำสูตรจากโปรตุเกสเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว จากห้วงที่โปรตุเกสล่องเรือมาค้าขายกับมอญที่หงสาวดี จากนั้นก็เริ่มดัดแปลงปรับปรุงจนหน้าตาและรสกลายเป็น “กะละแม” ในปัจจุบัน

องค์ บรรจุน สอบถามผู้เชี่ยวชาญวัฒนธรรมโปรตุเกสกลับพบว่า ไม่มีขนมโปรตุเกสชนิดใดที่ใช้ข้าวเหนียวและกะทิเป็นส่วนผสม หรือแม้แต่วิธีการทำที่คล้ายกะละแม การที่ยกเครดิตให้โปรตุเกคาดว่ามีกะทิเป็นส่วนผสม

หรือบางกรณีในแง่ลากศัพท์ มีผู้สันนิษฐานว่า กะละแม มาจากคาราเมล (caramel) ของฝรั่ง แต่องค์ บรรจุน แสดงความคิดเห็นว่า คาราเมลของฝรั่งคือน้ำตาลและเนยกวนจนเกือบไหม้ ลักษณะเป็นตังเมเอาไว้อม หากบอกว่า ตังเม เพี้ยนจากคาราเมล น่าจะพอฟังขึ้นมากกว่า

อย่างไรก็ตาม องค์ บรรจุน เคยอธิบายเพิ่มเติมว่า มักเกิดความเข้าใจผิดในการเรียกชื่อขนมมอญ 2 ชนิด ระหว่างขนมกะละแม ขนมในเทศกาลสงกรานต์ ที่มอญเมืองไทยเรียกว่า “กวาญย์ฮะกอ” ขณะที่มอญเมืองมอญเรียกว่า “เกร่อะฮ์เปรียง” แต่ให้บังเอิญว่ามีขนมของมอญเมืองมอญอีกชนิดหนึ่งชื่อว่า “กวาญย์ฮะกอ” ที่นิยมทำเลี้ยงแขกในงานศพทำให้ชื่อเรียกในภาษาไทยและภาษามอญสับสนปนเปกัน

คลิกอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องขนมมอญในงานศพจากบทความด้านล่าง

“กวาญย์ฮะกอ” ขนมมอญในงานศพ กับความเข้าใจผิดในชื่อเรียก ภาษาไทย-มอญปนเปกัน

หมายเหตุ : เนื้อหานี้คัดย่อและเรียบเรียงจากบทความ “กะละแมสงกรานต์ (กวาญย์ฮะกอ)” โดย องค์ บรรจุน ในนิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ 2554

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เมื่อ 23 มีนาคม 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...