โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชัวร์ก่อนแชร์: ชานมไข่มุก ไม่มีนมผสม+ไขมันทรานส์ จริงหรือ?

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 01.51 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 18.51 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

06 มิถุนายน 2568
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ข้อมูลน่าสงสัย :

มีข้อมูลเท็จเกี่ยวกับชานมไข่มุกเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ในต่างประเทศ โดยอ้างว่าการดื่มชานมไข่มุกทุกวันนี้มีแต่อันตราย เพราะนอกจากจะไม่มีส่วนผสมของชาแล้ว ยังมีการใช้ครีมเทียมมาชงแทนนมซึ่งเป็นอันตราย เนื่องจากมีส่วนประกอบของไขมันทรานส์ซึ่งเป็นอันตรายต่อหลอดเลือดหัวใจ

บทสรุป :

1.ชานมไข่มุกมีทั้งสูตรที่ชงด้วยนมสดและสูตรที่ชงด้วยครีมเทียม
2.หลังปี 2018 มีการปรับปรุงการผลิตครีมเทียมไม่มีเกิดไขมันทรานส์แล้ว
3.แม้จะไม่ใช่แหล่งไขมันทรานส์ แต่การดื่มชานมไข่มุกผสมครีมเทียมมาก ๆ เป็นการสะสมไขมันอิ่มตัวในร่างกาย
4.ใน 1 วันไม่ควรรับพลังงานจากไขมันเกิน 30%
5.ใน 1 วันไม่ควรรับพลังงานจากไขมันอิ่มตัวเกิน 10%
6.ใน 1 วันไม่ควรรับพลังงานจากไขมันทรานส์เกิน 1%

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

ความเชื่อดังกล่าว เป็นความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโทษของการบริโภคครีมเทียมในอดีต เพราะในปัจจุบันหลายประเทศมีข้อบังคับการผลิตครีมเทียมโดยแทบไม่มีไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบอีกต่อไป

สาเหตุการเกิดไขมันทรานส์จากการผลิตครีมเทียม

ครีมเทียม (Non-Dairy Creamer) คือผลิตภัณฑ์เลียนแบบครีมจากนมโคที่ผลิตจากไขมันพืช เช่นน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันปาล์ม

นอกจากเพิ่มอรรถรสให้เครื่องดื่มแล้ว ยังเหมาะสำหรับผู้บริโภคที่แพ้นมวัว และยังมีราคาถูกกว่าครีมจากนมโคอีกด้วย

แต่เดิมการผลิตครีมเทียมจะมีการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partially Hydrogenated Oil) ทำให้คุณสมบัติของไขมันในครีมเทียมเปลี่ยนจากกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวกลายเป็นกรดไขมันอิ่มตัว และนำไปสู่การเกิดไขมันชนิดทรานส์ (Trans Fatty Acid)

ไขมันทรานส์ สามารถพบได้ในธรรมชาติ เช่น เนื้อสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์จากนม แต่พบได้ในปริมาณที่น้อยและไม่เป็นอันตราย

แต่การบริโภคไขมันทรานส์มาก ๆ ไขมันทรานส์ที่สะสมในร่างกายจะไปเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) จนไปสะสมในผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือด นำไปสู่โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และอาจทำให้หลอดเลือดแตกได้

ครีมเทียมยุคไร้ไขมันทรานส์

ความกังวลการบริโภคไขมันทรานส์จากครีมเทียม ทำให้หลายประเทศออกมาตรการควบคุมไขมันทรานส์ในอาหารตั้งแต่ต้นทศวรรษที่ 2000s เป็นต้นมา

ในปี 2018 สหรัฐอเมริกาและไต้หวันบังคับใช้กฎหมายควบคุมไขมันทรานส์ในอาหาร เช่นเดียวกับประเทศไทย เมื่อกระทรวงสาธารณสุข ประกาศห้ามการผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนซึ่งเป็นแหล่งการเกิดไขมันทรานส์

การผลิตครีมเทียมในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต โดยหันมาใช้ไฮโดรเจนแบบสมบูรณ์ (fully hydrogenation) ในการผลิตครีมเทียมโดยไม่ทำให้เกิดไขมันทรานส์

สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้สุ่มตรวจปริมาณไขมันทรานส์ในครีมเทียมที่ทำจากน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันปาล์มที่มีจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป พบปริมาณไขมันทรานส์ ระหว่าง 0.02 – 0.25 กรัมต่อ 100 กรัม

ตามที่กฎหมายกำหนดเกณฑ์การแสดงค่าสารอาหารบนฉลากโภชนาการ ค่าที่วิเคราะห์ได้น้อยกว่า 0.5 กรัมต่อ 100 กรัม สามารถแสดงค่าบนฉลากเป็น 0.0 กรัม

ดังนั้น ครีมเทียมที่ทำจากน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันปาล์มและผลิตหลังปี 2018 จึงไม่ใช่แหล่งของไขมันทรานส์ตามที่กังวลอีกต่อไป

เปรียบเทียบชานมไข่มุกใส่นมกับครีมเทียม

สาเหตุที่ชานมไข่มุกในปัจจุบันมีการใช้ครีมเทียมแทนนมสดมากขึ้น นอกจากราคาต้นทุนที่ถูกกว่าแล้ว รสชาติของชานมไข่มุกที่ใช้ครีมเทียมยังมีความหวานมันมากกว่าชานมไข่มุกที่ใช้นมสด เนื่องจากส่วนประกอบของไขมันและสารเพิ่มความหวานที่อยู่ในครีมเทียมนั่นเอง

หวงเยียนหนิง นักโภชนาการ ศูนย์กำหนดอาหารและโภชนาการบำบัด โรงพยาบาล Mackay Memorial Hospital อธิบายว่า นอกจากรสชาติของชานมไข่มุกใส่ครีมเทียมจะแตกต่างจากชานมไข่มุกทั่วไปแล้ว คุณค่าทางอาหารก็ต่างกันอย่างชัดเจน

เนื่องจาก ครีมเทียมในชานมไข่มุกผลิตจากไขมัน การดื่มปริมาณมาก ๆ จะทำให้ร่างกายได้รับไขมันและแคลอรีปริมาณสูง

ส่วน การดื่มชานมไข่มุกใส่นม ก็จะได้สารอาหารที่อยู่ในนม นอกจากไขมันและน้ำตาลแล้ว ยังมีแคลเซียม วิตามินบี 2 โปรตีน และกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย

ดังนั้น ต่อให้ครีมเทียมจะไม่มีปัญหาเรื่องไขมันทรานส์เหมือนในอดีต แต่การบริโภคปริมาณสูงก็จะทำให้ร่างกายได้รับไขมันส่วนเกินซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพ

ดังนั้นการดื่มชานมไข่มุกใส่นม จึงเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าชานมไข่มุกใส่ครีมเทียม

ไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ที่เหมาะสมในแต่ละวัน

องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ควรได้รับไขมันไม่เกิน 30% ของพลังงานที่ได้รับในแต่ละวัน หรือปริมาณน้ำมันไม่เกิน 6 ช้อนชา

และควรได้รับไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 10% หรือไม่เกิน 22 กรัมต่อวัน

ส่วนไขมันทรานส์ควรได้รับไม่เกิน 1% หรือ 2.2 กรัมต่อวัน

ข้อมูลอ้างอิง :

https://hakkanews.tw/2023/09/29/error-never-drink-pearl-milk/
https://www.nsm.or.th/nsm/th/node/6299
https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/250365/
https://en.wikipedia.org/wiki/Trans_fat_regulation

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...