โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

แรงงานกัมพูชาแห่กลับประเทศ ยอมทิ้งค่าแรงวันละ 450 บาท แม้รู้ว่ากลับบ้านอาจตกงาน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 03.24 น. • สยามนิวส์
แรงงานกัมพูชาแห่กลับประเทศ ยอมทิ้งค่าแรงวันละ 450 บาท แม้รู้ว่ากลับบ้านอาจตกงาน

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ณ จุดผ่านแดนถาวรด่านช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและห่วงใย เมื่อมีแรงงานชาวกัมพูชากว่า 50 คน เดินทางมารอข้ามแดนกลับบ้าน โดยมากันพร้อมสัมภาระจำนวนมาก ทั้งพัดลม ตู้เย็น กระเป๋าเสื้อผ้า และของใช้ส่วนตัวแน่นรถยนต์รวม 6 คัน สะท้อนภาพเหมือนการอพยพใหญ่กลับถิ่นฐานอย่างไม่มีแผนจะกลับมาในเร็ววัน

ด่านฝั่งไทยเปิดให้เดินทางเข้าออกเวลา 08.00 – 15.00 น. ขณะที่ฝั่งกัมพูชายังคงกำหนดเวลาเดิม คือ 09.00 – 15.00 น. ทำให้แรงงานบางส่วนต้องรอหน้าด่านตั้งแต่ช่วงเช้า

จากการสอบถามแรงงานจำนวนหนึ่ง พบว่าหลายคนทำงานอยู่ในจังหวัดศรีสะเกษมาเป็นเวลานาน บางรายอยู่มาแล้วกว่า 10 ปี ได้รับค่าจ้างวันละ 420-450 บาท ไม่รวมโอที แต่เมื่อต้องเผชิญกับคำขอร้องจากครอบครัวที่อยู่ฝั่งกัมพูชา ซึ่งโทรมาแจ้งว่า สถานการณ์ในประเทศยังไม่สงบ และมีการประกาศของผู้นำกัมพูชาให้ประชาชนรีบเดินทางกลับ ทำให้หลายคนตัดสินใจลาออกจากงานและเดินทางกลับบ้าน

แม้จะรู้ว่าการกลับไปในครั้งนี้หมายถึงการตกงาน ไม่มีรายได้ และมีโอกาสสูงที่จะหางานใหม่ได้ยาก แรงงานรายหนึ่งกล่าวว่า แม้จะไม่มีงานทำ แต่ครอบครัวเป็นห่วง และอยากให้กลับไปอยู่ด้วยตอนนี้ก่อน ถ้าทุกอย่างสงบลงแล้ว นายจ้างยังต้องการ ก็อาจกลับมาทำงานอีกครั้ง”

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ประจำด่านไทยทั้งฝ่ายตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร และทหาร ได้อำนวยความสะดวกและตรวจสอบเอกสารการเดินทางตามขั้นตอนอย่างเข้มงวด ท่ามกลางความกังวลว่าอาจมีแรงงานอีกจำนวนมากที่จะทยอยเดินทางกลับในช่วงสถานการณ์ความไม่แน่นอนเช่นนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...