โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เรื่องนี้โรงเรียนไม่ได้สอน : รู้ไว้ก่อนใกล้จบ เด็กมหาลัยที่ใกล้เรียนจบควรทำสิ่งนี้

Dek-D.com

เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 08.49 น. • DEK-D.com
ใกล้เรียนจบแล้วต้องทำอะไรบ้าง? เด็กใกล้จบควรรู้สิ่งนี้

สวัสดีน้องๆ Dek-D ที่กำลังจะเรียนจบ หลังเรียนในระดับมหาวิทยาลัยหลายคนยังตื่นเต้นเหมือนวันแรกที่เข้ามาเป็นเฟรชชี่ หลายคนคงกำลังเตรียมตัวสำหรับการผจญภัยในวัยทำงานแล้ว แต่น้องๆรู้หรือไม่ว่าเราควรทำอะไรก่อนเรียนจบบ้าง เพราะบางคนก็ยังเกิดความสงสัยในตัวเอง เราจะเริ่มทำอะไรก่อนดีนะ ต้องเตรียมตัวทำอะไรบ้าง หรือบางคนยังไม่รู้เป้าหมายของตัวเองอย่างเเน่ชัด การวางแผนเพื่อเตรียมตัวก่อนจึงสำคัญเพื่อให้เราได้พร้อมก่อนเข้าสู่การทำงาน

ชีวิตมหาวิทยาลัยมีแค่ 4 ปี เป็นแค่เพียงเวลาสั้นๆ ที่ให้น้องๆ ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เก็บความทรงจำดีๆ พี่พับพราวจึงอยากจะมาแนะนำน้องๆ เกี่ยวกับสิ่งที่ควรจะทำก่อนเรียนจบ ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ไปดูกัน!

ภาพจาก freepik

1.เก็บหน่วยกิตให้ครบ

ในการเรียนมหาวิทยาลัยจะมีการกำหนดจำนวนหน่วยกิตในการเรียนของแต่ละคณะ และสาขา ซึ่งจำนวนหน่วยกิตก็จะมีจำนวนที่ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับรายวิชาและเนื้อหาที่ต้องเรียนตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด ถ้าหากไม่สามารถเรียนครบตามจำนวนหน่วยกิตได้ก็ไม่สามารถจบมหาวิทยาลัยได้เพราะฉะนั้นน้องๆ ควรตรงสอบให้ดีว่าเราเรียนครบตามหน่วยกิตที่มหาวิทยาลัยกำหนดแล้วหรือยัง เหลือวิชาเรียนตัวไหนบ้าง แล้วเราสามารถลงเรียนในเทอมไหนได้บ้าง

2.ยื่นเรื่องจบการศึกษา

หลังจากผ่านการฝึกงานหรือการทำโปรเจ็คจบแล้ว สิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืมคือการยื่นเรื่องจบการศึกษา เพื่อที่จะได้นำวุฒิการศึกษามาใช้สำหรับการสมัครงานในอนาคต

3.ค้นหาความถนัดและจุดแข็ง

การที่เรารู้จักเเละค้นพบตัวเองเป็นสิ่งที่ดีเเละมีประโชยน์ เพราะสิ่งที่ชอบเราที่เราถนัดจะทำให้ทำสิ่งๆ นั้นออกมาดี มีสิทธิภาพ การหาสิ่งที่ถนัดเจอจะช่วยให้เรามีจุดยืนในสายงาน รู้จักจุดแข็งของตัวเองว่าถนัดอะไรมากที่สุด จะทำให้เรารู้ว่าควรจะมองหางานประเภทไหน ถึงจะมีอุปสรรคอยู่บ้างแต่ถึงอย่างนั้นก็จะทำให้เราสนุก มีความสุขในการทำงานมากขึ้น ทำให้ไม่หมดไฟกับการทำงานได้ง่าย

4.มองหางานที่สนใจอยากจะทำ

ถ้ามีทางเลือกแนะนำให้เลือกงานที่อยากทำ สนใจ หรือชอบจริงๆ เพราะอายุยังน้อยอยากทำงานอะไรให้รีบทำในตอนที่กำลังมีแพชชั่นยิ่งถ้าเราเรียนจบใหม่ๆ เราต้องมองหาที่ทำงานที่คิดว่าเราถนัดสามารถทำสิ่งนั้นได้ เพราะการทำงานในสิ่งที่ชอบเเละตรงกับสายเรียนจะทำให้ทุกอย่างในการทำงานออกมาดีเเละจะมีความสุขต่อการทำงาน

5.เตรียมทำเรซูเม่

สำหรับใครที่มีแพลนว่าเรียนจบแล้วจะเริ่มทำงานเลย สิ่งที่ควรเตรียมไว้คือเรซูเม่เพื่อใช้ในการสมัครงาน เพราะบริษัทส่วนใหญ่ให้เราส่งเรซูเม่ในการสมัครงานซึ่งการทำเรซูเม่ควรทำให้อ่านง่าย สบายตา ในเรซูเม่ควรใส่ข้อมูลส่วนตัวให้ชัดเจน ผลงานที่เคยทำนำมาจัดเรียงให้โดนเด่น สวยงาม สิ่งที่ควรระวังและไม่ควรใส่อะไรมาในเรซูเม่ก็คืออะไรที่มันเว้อเวิ้นหรือข้อมูลที่ไม่จำเป็น เพราะจะทำให้เรซูเม่ของเรามีตัวอักษรที่เยอะ อ่านยาก ไม่สบายตา ซึ่งฝ่าย HR อาจจะปัดตกเรซูเม่ของเราจากเหตุผลข้อนี้ได้

6.ศึกษาความรู้ของสายงาน

เมื่อรู้ว่าอยากทำงานในด้านไหน ตำแหน่งอะไร สิ่งที่ควรทำเพื่อเป็นประโยนช์แก่ตัวเองไว้ก็คือการศึกษาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสายงานหรือตำแหน่งที่ตัวเองต้องการทำงาน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปรับตัวในการทำงานเมื่อถึงเวลาเริ่มงานการศึกษาข้อมูลตรงนี้ไว้อาจจะช่วยให้เราเข้าใจวิธีการทำงาน ระบบการทำงาน รวมถึงวัฒนธรรมการทำงานในสายอาชีพนี้มากขึ้น

7.Check-in ในมหาลัยให้ครบ

ในแต่ละมหาวิทยาลัยมักจะมีถานที่ที่ทุกคนควรไปเช็คอินสักครั้งก่อนเรียนจบ หรือสถานที่ใกล้มหาวิทยาลัยก็มักจะมีที่ที่นักศึกษาชอบไปเที่ยวกัน ถ้าใครที่ใกล้เรียนจบแล้วแต่ยังไม่เคยไปในสถานที่นั้นเลยแนะนำว่าเราควรจะพาตัวเองไปเยี่ยมเยือนสักครั้ง เป็นการเช็คอินอย่างคอมพลีทว่าการเรียนที่ตลอดระยะเวลาหลายปีเราได้ใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยได้ครบถ้วนและคุ้มค่าแล้ว

ภาพจาก freepik

8.ใช้เวลากับเพื่อน

ช่วงเวลาในมหาวิทยาลัยคงจะมีเป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเพื่อนมากที่สุดแล้ว เพราะหลังจากแยกย้ายกันไปมีหน้าที่การงานอาจจะยากสำหรับการนัดเจอกัน ทำให้เราอาจจะไม่ค่อยได้ใช้เวลากับเพื่อนมากเท่าตอนที่เรียนในมหาลัย เพราะฉะนั้นระยะเวลาที่เหลืออยู่ก่อนแยกย้ายกันไปเติบโต ถ้าหากว่ามีเวลาที่สามารถนัดเจอหรือใช้เวลาร่วมกับเพื่อนได้ก็ควรจะมาพบปะพูดคุยกันสักครั้งเพื่อเก็บความทรงจำ เก็บช่วงเวลาดีๆ เหล่านี้ไว้ ก่อนที่หลังจากนี้เราอาจจะหาเวลามาเจอกันได้ยากขึ้นกว่าเดิม

9.ใช้สิทธิของมหาลัยฯ ให้คุ้ม

ในแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีสิทธิหรือสวัสดิการให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัย มหาลัยแต่ละที่จะมีสวัสดิการที่ไม่เหมือนกัน มีมากมีน้อยขึ้นอยู่กับทางมหาวิทยาลัยกำหนด เช่น มีโรงพยาบาลในเครือ รักษาฟรี หรือทันตกรรมครึ่งราคา มีรถบริการฟรี ส่วนลดในการซื้อสินค้าต่างๆ และอื่นๆ ซึ่งจริงๆ แล้วสิ่งเหล่านี้มีเก็บจากค่าเทอมแล้ว ดังนั้นถ้ามีโอกาสก็ควรใช้ให้คุ้ม เราจะได้รู้ว่ามหาวิทยาลัยที่เราเรียนนั้นมีสวัสดิการอะไรบ้าง

10.รักษา Conection ไว้ให้ดีๆ

ตลอดในชีวิตมหาวิทยาลัยทำให้เราได้รู้จักคนใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ การรักษาคอนเนคชั่นหรือการยังคงรักษาความสัมพันธ์กับคนที่เราได้ร่วมงานหรือการได้รู้จักใครสักคนผ่านเพื่อนก็ควรจะจดจำเขาไว้ เพราะในอนาคตอาจจะมีโอกาสทำงานร่วมกันหรือมีโอกาสที่จะเกื้อหนุนกันการทำงานกันในอนาคต

11.เตรียมอุปกรณ์ในการทำงาน

ในการทำงานสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวอาจจะไม่พอ น้องๆ ควรเตรียมแกตเจ็ตเสริมไว้ด้วย เช่น ไอแพด แท็บเลต โน้ตบุ๊ค หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็นต่อการทำงานในตำแหน่งของเรา ในบางบริษัทอาจจะมีเตรียมพร้อมไว้ในแล้วแต่ในบางบริษัทเราอาจจะต้องเตรียมไปเอง เพราะฉะนั้นอย่าลืมสอบถามกับทางบริษัทให้ดีว่าเราควรทางบริษัทมีอะไรให้เราบ้างแล้วเราต้องเตรียมอะไรไปเองบ้าง จะได้สะดวกต่อการทำงานมากขึ้น

12.เตรียมปรับตัวสำหรับชีวิตการทำงาน

การปรับตัวจากการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยสู่ชีวิตการทำงานที่ต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ การปรับตัวนั้นสำคัญมากเพราะหลายคนที่เข้าสู่การทำงานมักจะปรับตัวไม่ได้ หลายคนถึงกับท้อในการทำงานถึงขั้นเปลี่ยนงานก็มี หลายคนที่มีปัญหาในการปรับอาจจะทำให้การทำงานไม่มีความสุข มีอุปสรรคในการทำงานไปหมด แล้วนั่นอาจจะทำให้เราเลือกที่จะเปลี่ยนงาน เปลี่ยนสังคมเพื่อหาสังคมที่เข้ากับเราได้ แต่การเปลี่ยนงานบ่อยอาจจะทำให้ประวัติการทำงานของเราไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และคงไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาในการปรับตัวที่ดีเพราะมันคือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะฉะนั้นแนะนำให้น้องๆ ค่อยๆ ลองปรับตัวให้เข้ากับสังคม เข้ากับการทำงาน รวมถึงวัฒนธรรมต่างๆ ด้วย มันอาจจะมีความยากในช่วงแรกแต่เชื่อว่าในทุกสังคมมักจะมีที่สำหรับเราเสมอ หามันให้เจอแล้วเราจะทำงานได้อยากมีความสุข

13.ศึกษาเรื่องภาษี

สิ่งที่เด็กใกล้จบ หรือเด็กจบใหม่ควรศึกษาเป็นความรู้ไว้คือเรื่องภาษี เพราะเมื่อเข้าสู่วัยทำงาน เริ่มมีรายได้ก็จะต้องมีการเสียภาษี เพราะฉะนั้นการศึกษาเรื่องภาษีจึงสำคัญ เช่น การเสียภาษีคืออะไร การคำนวณภาษี เอกสารที่ต้องใช้ ช่องทางการเสียภาษี เพื่อให้เราได้เตรียมพร้อมไว้สำหรับการเสียภาษี

14.วางแผนในอนาคต

การวางแผนอนาคตไว้ไม่ว่าจะช่วงวัยไหนก็มีความสำคัญทั้งนั้น เราไม่ควรมองข้ามหรือละเลยเพียงเพราะว่ายังไม่ถึงเวลาซึ่งการวางแผนนั้นมีหลายรูปแบบไว่าจะการงาน การเงิน ครอบครัว ความรัก แต่สำหรับเด็กที่ใกล้จบก็คงจะต้องวางแผนสำหรับการทำงานไว้ว่าเมื่อเรียนจบแล้วจะทำงานอะไร ทำงานที่ไหน หรือมีแพลนอะไรบ้างที่จะทำหลังการเรียนจบ การวางแผนไม่จำเป็นต้องเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่เสมอไป แต่การวางแผนแค่เรื่องเล็กๆ ก็ถือว่าเป็นการวางแผนแล้ว สำหรับใครที่ยังไม่ถนัดที่จะคิดไปไกลถึงเรื่องอนาคต การวางแผนในระยะสั้นก็อาจจะเป็นการเริ่มต้นฝึกวางแผนที่ดี

15.วางแผนเก็บเงินเพื่ออนาคตที่ดี

การเงินเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะช่วงวัยไหนก็จำเป็นต้องมีเงินเป็นตัวแปรเหมือนกันการวางแผนการเงินตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นการตัวเตรียมที่ดีสำหรับอนาคต เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หรือเรามีเป้าหมายที่อยากจะทำให้สำเร็จ อย่างน้อยก็เป็นการวางแผนการเงินสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือเพื่ออนาคตอันไกลก็ล้วนต้องใช้เงินทั้งนั้น ในตอนที่เรายังมีแพชชั่นในการทำงาน มีกำลังในการหาเงินก็ควรจะมีการเก็บออมหรือลงทุนกับอะไรบางอย่างให้เกิดเป็นกำไรก็ย่อมได้เหมือนกัน

ไหนมีใครที่ใกล้เรียนจบแล้วบ้าง อย่าลืมเอาเช็คลิสต์นี้ไปทำตามกันนะคะ หรือใครที่มีอะไรที่เด็กใกล้จบควรทำอีก แนะนำกันมาได้เลยนะ!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...