สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 21 พฤษภาคม 2568
สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 21 พฤษภาคม 2568
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 พ.ค. 68 8:36: น.
*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. ปิดที่ 62.56 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 13 เซ็นต์ หรือ 0.2%
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 65.38 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 16 เซ็นต์ หรือ 0.2%
ราคาน้ำมันดิบเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในวันอังคาร (20 พ.ค.) เนื่องจากความไม่แน่นอนในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ขณะเดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของจีน (ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกเดือนเม.ย.) ยังบดบังแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ของโลก
*** การส่งออกของญี่ปุ่นชะลอตัวลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน หลังได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ โดยการส่งออกของญี่ปุ่นเดือนเม.ย. ขยายตัว 2% สอดคล้องกับประมาณการนักวิเคราะห์ ซึ่งเป็นการชะลอตัวที่มากที่สุดตั้งแต่เดือนต.ค. ปีที่แล้ว ขณะที่การนำเข้าของญี่ปุ่นหดตัว 2.2% YoY น้อยกว่าประมาณการซึ่งคาดว่าจะลดลง 4.5%
*** ฟรองซัวส์-ฟิลิปป์ ชองปาญ (Francois-Philippe Champagne) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของแคนาดา เผยว่า กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) ได้เริ่มหารือเกี่ยวกับการเก็บภาษีนำเข้าสินค้ามูลค่าต่ำที่ล้นตลาดจากจีน โดยในการแถลงข่าวในวันอังคาร (20 พ.ค.) ซึ่งเป็นวันแรกของการประชุมรัฐมนตรีคลัง G7 ที่แคนาดา ชองปาญกล่าวว่าประเด็นสำคัญในวาระการประชุมจะรวมถึงการหารือเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือของประเทศต่าง ๆ ในการจัดการกับปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินและแนวปฏิบัติทางเศรษฐกิจที่ไม่อิงกลไกตลาด โดยระบุว่ากำลังพิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อควบคุมการส่งออกสินค้าเกินความต้องการจากจีน
กลุ่มประเทศดังกล่าว ระบุว่า แพลตฟอร์มค้าปลีกออนไลน์ของจีน เช่น Temu และ Shein เต็มไปด้วยสินค้ามูลค่าต่ำ ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เริ่มดำเนินการกับประเด็นนี้แล้ว ด้วยการยกเลิกข้อยกเว้น de minimis ภายใต้กฎหมายภาษีศุลกากร ซึ่งเดิมอนุญาตให้สินค้าราคาถูกที่ส่งเข้ามายังสหรัฐฯ ในรูปแบบพัสดุขนาดเล็กไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า
*** อีลอน มัสก์ กล่าวว่า ตนเองยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นซีอีโอของบริษัท Tesla ต่อไปในอีกห้าปีข้างหน้า และคาดว่าจะลดการใช้จ่ายด้านการเมืองลง ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลของนักลงทุนบางรายเกี่ยวกับอนาคตของผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแห่งนี้
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้คำมั่นว่าจะผลักดันระบบป้องกันขีปนาวุธ Golden Dome ให้สามารถใช้งานได้เต็มรูปแบบก่อนสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งของตน เพื่อช่วยปกป้องสหรัฐฯ จากภัยคุกคามต่างๆ แม้ว่าเทคโนโลยีบางอย่างที่เกี่ยวข้องจะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ก็ตาม
*** ผู้จัดการกองทุนบำเหน็จบำนาญของฮ่องกง เตือนถึงความเสี่ยงที่กองทุนจะถูกบังคับขาย หลังจากที่ Moody's Ratings ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ โดยกองทุนที่ดำเนินงานภายใต้ระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มูลค่า 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ฮ่องกง (166,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ของฮ่องกงจะได้รับอนุญาตให้ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ไม่เกิน 10% ของสินทรัพย์ทั้งหมด ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าสหรัฐฯ จะต้องได้รับการจัดอันดับ AAA หรือเทียบเท่าจากหน่วยงานที่ได้รับการอนุมัติเท่านั้น แต่หลังจากที่ Moody's ปรับลดอันดับเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้เกณฑ์อ้างอิงการลงทุนดังกล่าวเหลือเพียงแห่งเดียว คือ Rating & Investment Information Inc. ของญี่ปุ่น
*** มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนในช่วงที่ผ่านมาเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงครามการค้า ส่งผลให้การขาดดุลงบประมาณในช่วง 4 เดือนของปีนี้ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยจากการคำนวณของบลูมเบิร์ก พบว่าการขาดดุลงบประมาณในช่วงดังกล่าว อยู่ที่ 2.65 ล้านล้านหยวน (367,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน
*** การใช้แนวทางที่ผ่อนคลายในการควบคุมเงินเฟ้อของธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) เพื่อรักษาระดับการจ้างงานให้ใกล้เคียงกับภาวะเต็มศักยภาพของเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการถกเถียงถึงความเป็นไปได้ในการนำโมเดลนี้ไปใช้รับมือกับวิกฤตในอนาคต
*** Alphabet บริษัทแม่ของ Google เตรียมเปิดให้ผู้ใช้งานในสหรัฐฯ ทุกคนสามารถใช้งาน "โหมด AI" ในการค้นหาได้ ซึ่งเป็นความพยายามในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งรายใหม่ ๆ ในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้
*** มาเลเซียประกาศลดระดับแผนการสร้างระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบแรกของโลก ที่ขับเคลื่อนด้วยชิปของ Huawei Technologies หลังประกาศไปเพียงวันเดียว สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนที่ละเอียดอ่อนของประเทศในสมรภูมิการแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยก่อนหน้านั้น เตียว หนี่ ชิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสื่อสารของมาเลเซีย กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า มาเลเซียจะเป็นชาติแรกที่เปิดใช้งานเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ใช้ GPU ตระกูล Ascend ของ Huawei ในระดับประเทศ โดยไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของเซิร์ฟเวอร์
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ