โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับตา “ภาษีการค้าทรัมป์” เมื่อคำพิพากษาแค่ชั่วคราว ประเทศไทย โลกการค้าและการเงินจะรับมืออย่างไร?

Thairath Money

อัพเดต 02 มิ.ย. 2568 เวลา 03.25 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2568 เวลา 03.21 น.
ภาพไฮไลต์

คำพิพากษาของศาลการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ (CIT) เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2025 เคยสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกชั่วคราวให้กับตลาดโลก โดยสื่อถึงความหวังว่า มาตรการภาษีภายใต้ “Liberation Day Tariffs” ที่รัฐบาลสหรัฐฯ บังคับใช้อยู่ อาจหมดอำนาจตามกฎหมาย และช่วยคลี่คลายภาระด้านต้นทุนในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

แต่เพียงข้ามวัน ศาลอุทธรณ์กลางของสหรัฐฯ กลับสั่ง “ระงับการบังคับใช้” คำพิพากษานั้นอย่างไม่คาดคิด เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม เปิดช่องให้รัฐบาลยังสามารถจัดเก็บภาษีศุลกากรอัตราเดิม (10%-50%) ต่อไปได้ในระหว่างกระบวนการอุทธรณ์ ซึ่งอาจกินเวลายืดเยื้อไปถึงปี 2026 หรือ 2027

คำถามที่ตามมา คือ โลกการค้าและการเงินจะรับมืออย่างไร? ล่าสุดข้อมูลจากวิจัย LH (ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์) ชี้ว่า แม้ตลาดการเงินเคยตอบรับเชิงบวกต่อคำพิพากษาเดิมของ CIT เพราะมองว่าภาวะเงินเฟ้ออาจผ่อนคลายลงจากต้นทุนการนำเข้าที่ลดลง แต่เมื่อศาลอุทธรณ์กลับคำ ผลลัพธ์คือความไม่แน่นอนกลับมาทันที

  • นักลงทุนหันกลับไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย
  • ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากความเชื่อมั่นว่าอำนาจภาษียังอยู่ในมือรัฐบาล
  • ตลาดยังไม่สามารถประเมินแน่ชัดว่าทิศทางของห่วงโซ่อุปทานและราคาสินค้าจะเป็นเช่นไร

ขณะเดียวกัน ยังมีความเป็นไปได้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อาจเดินหน้ามาตรการภาษีรูปแบบใหม่ ผ่านช่องทางกฎหมายอื่น เช่น

  • มาตรา 122 (Trade Expansion Act) ซึ่งให้อำนาจเรียกเก็บภาษีชั่วคราวได้ภายใน 150 วัน
  • มาตรา 301 ที่ใช้สอบสวนเชิงลึกและบังคับมาตรการตอบโต้ในกรณีที่เห็นว่าประเทศใดเอาเปรียบทางการค้า

แม้การใช้มาตรา 301 จะใช้เวลานาน แต่หากเดินหน้าจริง ย่อมส่งผลกระทบลึกต่อประเทศคู่ค้าหลัก เช่น จีน เม็กซิโก เวียดนาม รวมถึงประเทศอย่างไทยที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตโลก

แล้วไทยอยู่ตรงไหนในเกมนี้?

สำหรับประเทศไทย ผลกระทบจากการชะลอคำพิพากษานี้เริ่มก่อตัวอย่างชัดเจน

  • กลุ่มสินค้าอย่าง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และอาหารแปรรูป ที่มีบทบาทในห่วงโซ่สหรัฐฯ-จีน ยังคงเสี่ยงเผชิญอัตราภาษีนำเข้าสูง
  • ภาคธุรกิจยังไม่สามารถวางแผนผลิต ต้นทุน หรือสัญญาการค้าระยะกลางได้อย่างมั่นใจ
  • บริษัทที่เคยถูกเรียกเก็บภาษีต้องเตรียมเอกสารครบถ้วนหากในที่สุดรัฐบาลสหรัฐฯ ต้องคืนภาษี

อย่างไรด็ดี รัฐบาลไทยจึงควรใช้ช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ เป็นจังหวะในการ เสนอความร่วมมือในลักษณะ sectoral deal กับสหรัฐฯ เพื่อรักษาเสถียรภาพการเข้าถึงตลาด โดยไม่ต้องรอพึ่งระบบ GSP หรือ FTA แบบเดิม

นอกจากนี้ คำพิพากษาของศาล CIT (แม้ยังไม่สิ้นสุด) ควรถูกใช้เป็น “จุดยืน” ในการสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีผ่านเวทีอย่าง WTO และ APEC เพื่อคานอำนาจฝ่ายเดียวที่อาจกลับมาอย่างหนักในอนาคต

ท้ายที่สุด สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่เพียงความเคลื่อนไหวทางกฎหมายในสหรัฐฯ แต่คือแรงสะเทือนที่จะสั่นคลอนโครงสร้างการค้าโลก ระบบภาษีนำเข้า และความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว

โลกธุรกิจ การเงิน และรัฐบาลประเทศต่างๆ จำเป็นต้องเตรียมแผนรับมือกับความไม่แน่นอนนี้อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในกรณีที่คำพิพากษานี้อาจถูกส่งต่อไปยัง ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ (U.S. Supreme Court) และกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภูมิทัศน์การค้าโลกในศตวรรษที่ 21

ที่มา : วิจัย LH

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...