โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

นิกเกอิ ปิดตลาดบวก 710.58 จุด สูงสุดรอบ 3 เดือน หลังศาลสหรัฐฯ เบรกภาษีทรัมป์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 พ.ค. 2568 เวลา 16.36 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. 2568 เวลา 09.36 น.

ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนในวันนี้ (29 พ.ค.) ขณะที่เงินเยนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจลดลง หลังจากศาลสหรัฐฯ มีคำสั่งระงับมาตรการกำแพงภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 38,432.98 จุด เพิ่มขึ้น 710.58 จุด หรือ +1.88% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ.

หุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำตลาดได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก, กลุ่มอุปกรณ์ขนส่ง และกลุ่มประกันภัย

ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ในนิวยอร์กมีคำสั่งในวันพุธ (28 พ.ค.) ให้ระงับใช้มาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์ โดยศาลตัดสินว่า ปธน.ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตด้วยการกำหนดภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศที่ขายสินค้าให้กับสหรัฐฯ มากกว่าที่ซื้อจากสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ศาลการค้าระหว่างประเทศซึ่งตั้งอยู่ในแมนฮัตตันของนิวยอร์กระบุว่า รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ให้อำนาจเฉพาะแก่รัฐสภาในการกำหนดกฎเกณฑ์ด้านการค้ากับประเทศอื่น ๆ ซึ่งไม่สามารถถูกแทนที่ได้ด้วยอำนาจฉุกเฉินของประธานาธิบดีในการปกป้องเศรษฐกิจของประเทศ

มาซาฮิโระ ยามากูจิ หัวหน้าฝ่ายวิจัยการลงทุนของ SMBC Trust Bank ให้ความเห็นว่า "ในขณะที่การเจรจาเรื่องภาษียังดำเนินอยู่ มาตรการภาษีส่วนใหญ่กลับถูกสั่งระงับอย่างไม่คาดคิด ทำให้นักลงทุนมองโลกในแง่ดี"

นอกจากนี้ นิกเกอิยังได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หลังบริษัทผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง อินวิเดีย (Nvidia) รายงานผลประกอบการในช่วงเดือนก.พ.-เม.ย.ที่แข็งแกร่งเกินคาด

ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มส่งออก เช่น กลุ่มยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ก็ได้รับอานิสงส์จากเงินเยนที่อ่อนค่าลง ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าผลกำไรจากต่างประเทศเมื่อแปลงกลับเป็นเงินเยน

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดบวกในวันนี้ (29 ต.ค.) หลังจากศาลสหรัฐฯ มีคำสั่งให้ระงับการใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยศาลตัดสินว่า ปธน.ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขต

ทั้งนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ 3,363.45 จุด เพิ่มขึ้น 23.51 จุด หรือ +0.70%

ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ในนิวยอร์กมีคำสั่งในวันพุธ (28 พ.ค.) ให้ระงับใช้มาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์ โดยศาลระบุว่า รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ให้อำนาจเฉพาะแก่รัฐสภาในการกำหนดกฎเกณฑ์ด้านการค้ากับประเทศอื่น ๆ ซึ่งไม่สามารถถูกแทนที่ได้ด้วยอำนาจฉุกเฉินของประธานาธิบดีในการปกป้องเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้ แม้ว่าทำเนียบขาวจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าว แต่คำตัดสินนี้ก็จุดประกายความหวังว่า ปธน.ทรัมป์อาจลดระดับการใช้มาตรการภาษีในอัตราสูงสุดตามที่เคยขู่ไว้

ส่วนหุ้นที่ปรับตัวขึ้นในวันนี้รวมถึง หุ้น Rongfa Nuclear พุ่งขึ้น 10%, หุ้น Eoptolink Technology บวก 3%, หุ้น Luxshare Precision พุ่งขึ้น 3.4%, หุ้น Zhongji Innolight ปรับตัวขึ้น 2.5% และหุ้น Lakala Payment ทะยานขึ้น 20%

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดพุ่งขึ้นในวันนี้ (29 พ.ค.) ขานรับคำตัดสินของศาลสหรัฐฯ ที่สั่งระงับมาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเรียกเก็บเป็นวงกว้างต่อสินค้านำเข้าจากประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ

ดัชนีฮั่งเส็งปิดที่ระดับ 23,573.38 จุด เพิ่มขึ้น 315.07 จุด หรือ +1.35%

ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ตัดสินว่า ปธน.ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตด้วยการกำหนดภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ขายสินค้าให้กับสหรัฐฯ มากกว่าซื้อจากสหรัฐฯ แม้ว่าทำเนียบขาวจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าว แต่คำตัดสินนี้ก็จุดประกายความหวังว่า ปธน.ทรัมป์อาจลดระดับการใช้มาตรการภาษีในอัตราสูงสุดตามที่เคยขู่ไว้

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดบวกในวันนี้ (29 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยี หลังจากที่อินวิเดีย (Nvidia Corp.) บริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐฯ มีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ 2,720.64 จุด เพิ่มขึ้น 50.49 จุด หรือ +1.89% แตะระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน

หุ้น Samsung Electronics เพิ่มขึ้น 0.36%, หุ้น SK hynix เพิ่มขึ้น 1.92% และหุ้น Hyundai Motor ปรับตัวขึ้น 2.74%

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...