โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนไอเดีย "ใช้น้ำมะม่วง(เบา) แทนน้ำมะนาว(ในน้ำยำ)" งานวิจัยหวังบรรเทาทุกข์เมื่อมะนาวแพง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 08 มี.ค. 2565 เวลา 08.17 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. 2565 เวลา 07.43 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - มะนาว และ มะม่วง

เมื่อเข้าถึงฤดูร้อนทีไร เชื่อแน่ว่าทุกคนต้องประสบกับปัญหาราคามะนาวที่แพงจนน่าตกใจ จนทําให้หลายๆ คนต้องหาทางหลีกเลี่ยงการประกอบอาหาร หรือเครื่องดื่มที่ต้องใช้ มะนาว เป็นส่วนประกอบ หรือถ้าหากเลี่ยงไม่ได้ ก็คงต้องหาวัตถุดิบอื่นที่มีรสชาติใกล้เคียงมาทดแทน

ด้วยเหตุนี้ ทําให้ น.ส. ศศิวิมล ชนะเมือง และ น.ส.อรวรรณ สุขสมวัฒน์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 (เมื่อ 2556 – กองบรรณาธิการ) สาขาอาหาร และโภชนาการ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ศรีวิชัย คิดค้นการใช้วัตถุดิบอื่นๆ ที่สามารถนํามาประกอบอาหารทดแทนน้ำมะนาว โดยมองหาวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นเพื่อนํามาประยุกต์ และดัดแปลงให้มีความใกล้เคียงกับน้ำมะนาวมากที่สุด จนมาลงเอยที่ “มะม่วงเบา” และนําไปสู่งานวิจัยการใช้ “น้ำมะม่วงเบาทดแทนน้ำมะนาวในน้ำยํา”

มะม่วงเบา…เป็นพืชประจําถิ่นภาคใต้ เป็นไม้ยืนต้นให้ผลดก ผลมีขนาดเล็กประมาณเท่าไข่ไก่ มีผลเกือบตลอดปีจึงได้เรียกว่ามะม่วงพันธุ์เบา ตามระยะเวลาการออกผลเนื่องจากภูมิอากาศของภาคใต้ไม่เหมาะกับการปลูกมะม่วงพันธุ์ตีชนิดอื่น มะม่วงเบาสามารถรับประทานได้ทั้งยังดิบและผลสุก ขณะที่ยังดิบจะมีรสเปรี้ยวกรอบ และไม่มีกลิ่นฉุนจึงเหมาะที่จะใช้รับประทานสด เช่น ยํามะม่วงเบา

น.ส.อรวรรณ บอกว่า วัตถุประสงค์การวิจัยครั้งนี้ นอกจากจะศึกษาถึงต้นทุนการผลิตน้ำยําที่ใช้มะม่วงเบาทดแทนน้ำมะนาวแล้ว ยังศึกษาถึงระยะความอ่อน-แก่ของมะม่วงที่เหมาะสมในการนํามาทําน้ำยํา อายุการเก็บรักษาของน้ำมะม่วงเบา ตลอดจนสูตรน้ำยำและอัตราส่วนที่เหมาะสมที่จะได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคที่มีต่อน้ำยําที่ใช้น้ำมะม่วงเบาแทนน้ำมะนาว

ทั้งนี้ ผู้ทดลองชิมยอมรับสูตรน้ำยํามาตรฐานที่ใช้น้ำมะม่วงเบาทดแทนน้ำมะนาวตามเกณฑ์ความพอดีเกินร้อยละ 70 ที่อัตราส่วน 25 ต่อ 75 นั่นคือใช้น้ำมะม่วงเบา 25% น้ำมะนาว 75% โดยได้รับการยอมรับทางประสาทสัมผัสในด้านรสชาติของมะม่วงเบาจากระยะแก่ ว่ามีความเหมาะสมในการทําน้ำมะม่วงเบามากกว่ามะม่วงเบาระยะอ่อน

ทั้งนี้ สามารถเก็บรักษาน้ำมะม่วงเบาได้ไม่เกิน 7 วัน เนื่องจากลักษณะทางเคมีและกายภาพมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่มีการเปลี่ยนแปลงในด้านกลิ่นและรสชาติของน้ำมะม่วงเบา ซึ่งอาจจะไม่เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคได้ และจากการศึกษาต้นทุนการผลิตก็พบว่าสูตรน้ำยำมาตรฐานที่ทดแทนด้วยน้ำมะม่วงเบาระยะแก่มีต้นทุนที่ต่ำกว่าการผลิตน้ำยําที่ไม่ใช้น้ำมะม่วงเบาทดแทนถึงร้อยละ 3.50

ใครสนใจลองนําไปเป็นทางเลือก และไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจําวัน โดยเฉพาะในช่วงสินค้ามีราคาสูง ทั้งนี้ ก็เพื่อแบ่งเบาภาระรายจ่ายในครัวเรือนในปัจจุบัน

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ผลไม้ในสมัยรัชกาลที่ 5 มะม่วง-เงาะ-ทุเรียน ฯลฯ สวนที่ไหน? ที่ขึ้นชื่อ

หมายเหตุ : เนื้อหานี้คัดจากคอลัมน์ การศึกษาสู่เศรษฐกิจ ในหนังสือพิมพ์ มติชน รายวัน ฉบับวันที่ 30 สิงหาคม 2556 สืบค้นจากระบบศูนย์ข้อมูลมติชน

เผยแพร่เนื้อหาในเว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรมครั้งแรกเมื่อ 8 มีนาคม 2565

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...