4 คู่ศิลปิน “ดูโอ้” ผู้เขียนเรื่องราวประวัติศาสตร์แห่งวงการศิลปะ
“วงการศิลปะ” คือพื้นที่แห่งความหลากหลายที่ไม่ใช่แค่เฉพาะรูปแบบของชิ้นงาน แนวคิด และวิธีสร้างสรรค์ที่มีมากมายไม่จำกัด แต่ในความหลากหลายนั้นยังรวมถึงตัว “ศิลปิน” ผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นด้วย เราเคยเห็นศิลปินจากหลากหลายสาขาอาชีพ อายุ เพศสภาพ เพศวิถี ทั้งที่สร้างสรรค์ผลงานด้วยตัวคนเดียว และมีศิลปินที่ร่วมหัวจมท้ายสร้างสรรค์ชิ้นงานร่วมกันเป็นคู่หรือเป็นกลุ่มใหญ่
โดยอีกหนึ่งรูปแบบของผลงานที่รันวงการศิลปะในประวัติศาสตร์อยู่ไม่น้อยก็คือผลงานจาก “ศิลปินคู่” ที่เราจะชวนไปร่วมย้อนประวัติศาสตร์ ทำความรู้จักกับศิลปิน “ดูโอ้” จากหลากหลายแขนงจากทั่วโลก ไม่ว่าจะในสาขาการแสดง การออกแบบ ดนตรี มังงะ พร้อมผลงานสุดโดดเด่นของพวกเขาซึ่งเป็นที่จดจำของเหล่าคนรักศิลปะอย่างแน่นอน
“เจมส์” และ “โอลิเวอร์ เฟลป์ส” ฝาแฝดวีสลีย์จาก “แฮร์รี่ พอตเตอร์”
หากใครที่เติบโตมากับบทประพันธ์ในตำนานอย่าง “แฮร์รี่ พอตเตอร์” เหล่าพอตเตอร์เฮดคงต้องคุ้นเคยกับคู่นักแสดงที่เป็นตำนานด้วยเช่นกันอย่าง “เฟร็ด วีสลีย์” และ “จอร์จ วีสลีย์” คู่ฝาแฝดเลือดบริสุทธ์แห่งบ้านกริฟฟินดอร์ที่ปรากฏตัวครั้งแรกใน “แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์” ซึ่งออกฉายเมื่อปี 2001
แม้ท้ายที่สุดจุดจบของฝาแฝดวีสลีย์คือการแยกจาก แต่ทั้งเจมส์และโอลิเวอร์ เฟลป์ส ก็ได้ฝากตัวตนและการเติบโตของพวกเขาเอาไว้กับโลกเวทมนตร์มาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี โดยนอกจากผลงานในภาพยนตร์มหากาพย์อย่างแฮร์รี่ พอตเตอร์แล้ว ฝาแฝดคู่นี้ยังมีผลงานอื่น ๆ ร่วมกันอีก เช่น “Oliver and James Phelps” รายการพอดแคสต์ของทั้งคู่ที่มาร่วมพูดคุยกันผ่านหัวข้อที่จะทำให้รู้จักพวกเขามากขึ้นผ่านแง่มุมอื่น ๆ ที่ไม่ใช่บทบาทของนักแสดง รวมถึงผลงานการแสดงอื่น ๆ ที่เขาทั้งสองได้ร่วมแสดงด้วยกันแบบแพ็กคู่ เช่น “Kingdom” ทีวีซีรีส์ที่ออนแอร์ในอเมริกาเมื่อปี 2009 “Danny and the Human Zoo” ภาพยนตร์ดราม่าที่ฉายผ่านทางช่อง BBC ของอังกฤษเมื่อปี 2015 ภาพยนตร์สั้น “7 Days: The Story of ‘Blind Dave’ Heeley” และ “Last Night in Soho” เมื่อปี 2019 และ 2021 ตามลำดับ
“Carpenters” ไอคอนเพลงซอฟต์ร็อกแห่งยุค 70s
ข้ามมาที่วงการดนตรี อีกศิลปินดูโอ้ผู้เป็นที่จดจำในหน้าประวัติศาสตร์ก็คือ “แคเรน คาร์เพนเทอร์” และ “ริชาร์ด คาร์เพนเทอร์” คู่น้องสาว-พี่ชายสัญชาติอเมริกันแห่งวง “Carpenters” วงดนตรีแนวป็อปและซอฟต์ร็อกที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 1969 จากซิงเกิลแรก “Ticket To Ride” เพลงบัลลาดที่เรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับของ The Beatles ซึ่งสองพี่น้องปล่อยออกมาพร้อมกับอัลบั้มแรกอย่าง “Offerings” ตามมาติด ๆ ด้วยอัลบั้ม “Close To You” ที่มาพร้อมกับซิงเกิล “Close To You” และ “We’ve Only Just Begun” สองเพลงสุดไพเราะที่พาคู่สองพี่น้องให้กลายเป็นศิลปินซูเปอร์สตาร์แห่งยุคเจ้าของรางวัลแกรมมี่
ในยุค 70s ที่คนฟังดนตรีมักคุ้นเคยกับเพลงร็อกแอนด์โรลจังหวะหนัก ๆ ดนตรีสนุก ๆ อย่างเช่น “Goody Two Shoes” จาก Adam Ant “We Will Rock You” จาก Queen การที่ Carpenters ประสบความสำเร็จในฐานะเจ้าของเพลงป็อปและซอฟต์ร็อกที่พวกเขาเป็นทั้งผู้เขียน เรียบเรียง และโปรดิวซ์ดนตรีเองตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงสุดท้าย จึงเป็นความเหลือเชื่อที่ยิ่งใหญ่ของสองพี่น้องที่ยังคงอยู่เป็นตำนานที่คงอยู่ แม้ในวันที่พวกเขาจากโลกนี้ไปแล้วก็ตาม
“Elmgreen & Dragset” คู่หูสาย Installation Art กับผลงานที่ “พูดน้อยแต่ต่อยหนัก”
ในวงการ Installation Art หลายคนคงคุ้นเคยกันดีกับสองคู่หู “ไมเคิล เอ็มกรีน” (Michael Elmgreen) และ “อินการ์ แดร็กเซ็ต” (Ingar Dragset) ศิลปินชาวเดนมาร์กและนอร์เวย์ เจ้าของชื่อ “Elmgreen & Dragset” ซึ่งร่วมกับสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจัดวางคู่กันมาตั้งแต่ปี 1995 จนถึงปัจจุบัน โดยลายเซ็นที่เห็นชัดจนรู้ได้ทันทีว่าเป็นผลงานของพวกเขาก็คือรูปลักษณ์แสนมินิมัล แต่เปี่ยมไปด้วยความหมายที่เสียดสีรุนแรง
และเพราะทั้งเอ็มกรีนและแดร็กเซ็ตไม่ใช่ศิลปินที่เรียนจบมาจากสายศิลปะโดยตรง งานแต่ละชิ้นที่พวกคิดขึ้นมาจึงคิดออกมาจากความเรียบง่ายในชีวิตประจำวัน แต่สะท้อนความหมายที่คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้ไม่ยาก หนึ่งในผลงานแนวเสียดสีสังคมที่ถ่ายทอดผ่านความเรียบง่ายนั้นก็คือ “How are you today” ห้องแห่งนิทรรศการศิลปะที่ถูกจัดวางอยู่ในบ้านของคนจริง ๆ ซึ่งกลางห้องจะมีบันไดที่หากปีนขึ้นไปหรือมองขึ้นจากส่วนที่จัดแสดงผลงานแล้ว จะได้เจอกับห้องครัวที่มีเจ้าของบ้านกำลังใช้ชีวิตประจำวันอยู่ ผลงานชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก “ศิลปะ” และ “ชนชั้น” ที่หากเป็นคนชนชั้นแรงงานในสังคม ก็มักไม่มีโอกาสที่จะเสพหรือเข้าใจศิลปะที่ลึกซึ้งเหมือนอย่างคนชนชั้นสูงนั่นเอง
Van Gogh’s Ear ภาพจาก Artsy
“Van Gogh”s Ear” คืออีกหนึ่งผลงานสุดไวรัลของ Elmgreen & Dragset ซึ่งออกแบบสระว่ายน้ำแนวตั้งสีฟ้าให้เป็นรูปทรงคล้ายกับใบหูของ “แวนโก๊ะ” ศิลปินระดับตำนาน สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ยักษ์ที่จัดแสดงบริเวณหน้าห้าง Fifth Avenue นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2016 นี้ ถูกสร้างขึ้นเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของแวนโก๊ะ ซึ่งสองศิลปินเลือกที่จะใช้สระว่ายน้ำเพื่อสะท้อนภาพของคนมีฐานะร่ำรวยในยุค 1950s ที่มักมีสระว่ายน้ำส่วนตัวในบ้าน และการว่ายน้ำเป็นกิจกรรมพักผ่อน ในขณะเดียวกันก็จัดวางสระให้เป็นแนวตั้งเพื่อให้ได้ภาพที่ดูเซอร์เรียลและแปลกตา
Prada Marfa ภาพจาก Artsy
นอกจากนี้ Elmgreen & Dragset ยังเป็นเจ้าของ “Prada Marfa” ช็อปของแบรนด์ Prada ที่ตั้งอยู่กลางทะเลทรายในรัฐเท็กซัสตั้งแต่ปี 2005 และไม่มีวันเปิดขายสินค้าจริง ๆ ด้วยความตั้งใจแรกของเอ็มกรีนและแดร็กเซตที่ต้องการออกแบบงานเชิงสัญลักษณ์ด้วยการสร้างช็อปหรูซึ่งอยู่ในที่ห่างไกล และปล่อยให้เสื่อมโทรมลงไปตามกาลเวลาหากแต่ได้รับการตอบรับดีเกินคาด จนทำให้กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่คนไปเที่ยวเท็กซัสจะต้องแวะไปถ่ายรูปให้ได้
“สึงุมิ โอบะ” และ “ทาเคชิ โอบาตะ” ตำนานแห่งวงการมังงะ
สองศิลปินมังงะคู่บุญที่เมื่อไรที่ได้แท็กมือกันร่วมสรรค์สร้างผลงานแล้ว รับรองว่าจะได้อ่านเรื่องราวระดับตำนานที่มาพร้อมกับตัวละครที่จะเข้าไปอยู่ในดวงใจของใครหลายคนอย่างแน่นอน “สึงุมิ โอบะ” ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งใน “นักเขียนมังงะที่ดีที่สุด” จากผลงานเด่นอย่าง “เดธโน้ต” เรื่องราวของนักเรียนไฮสกูลกับสมุดโน้ตอาถรรพ์ที่คร่าชีวิตคนได้ด้วยการเขียนชื่อคนคนนั้นลงไป เดธโน้ตได้ดรีมทีมเป็นนักวาดเจ้าของลายเส้นเอกลักษณ์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปีอย่าง “ทาเคชิ โอบาตะ” มาร่วมขีดเขียนเรื่องราวและตัวละครจนทำให้ “ไลท์ ยางามิ” “แอล” รวมถึงเดธโน้ต กลายเป็นตัวละครและมังงะในดวงใจของใครหลายคนจนถูกนำไปรีเมกเป็นเวอร์ชันต่างๆ อีกมากมาย
ขณะที่ “บาคุแมน” คืออีกหนึ่งเรื่องราวที่มาจากการทำงานเป็นคู่ดูโอ้ของนักวาดและนักเขียนคู่นี้ การ์ตูนโชเน็นเรื่องนี้ตีแผ่เบื้องหลังของชีวิตนักเขียนมังงะผ่านเรื่องราวของ “มาชิโระ โมริทากะ” เด็กหนุ่มวัยมัธยมต้นที่มีความฝันอยากจะเป็นนักวาดการ์ตูนของนิตยสารดังอย่างโชเน็นจัมพ์ ซึ่งได้พบกับ “ทาคากิ อาคิโตะ” เด็กหนุ่มที่อยากเป็นนักเขียนการ์ตูนแต่วาดภาพไม่เก่ง จึงจับพลัดจับผลูจนได้มาร่วมเส้นทางความฝันการเป็นนักวาดและเขียนการ์ตูนร่วมกัน บาคุแมนเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ประสบความสำเร็จจากทั้งการเป็นที่รู้จัก ยอดขาย และการสร้างแรงบันดาลใจในการตามหาความฝันให้กับผู้คนมากมาย
คนหนึ่งร้อง คนหนึ่งเล่นดนตรี คนหนึ่งวาด คนหนึ่งเขียน หรือจะสองคนรวมหัวช่วยกันคิดช่วยกันทำ เป็นอีกภาพสะท้อนที่ทำให้เห็นว่า การมีอยู่เป็นคู่นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ทำให้คนที่มีความถนัดไม่เหมือนกัน มีทักษะที่เก่งกันคนละด้าน สามารถมาร่วมกันเติมเต็มและสร้างสิ่งใหม่ร่วมกันได้ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อผลงานถูกปล่อยออกมาแล้วย่อมสร้างคุณค่าบางอย่างให้กับวงการศิลปะ รวมไปทั้งคนเสพศิลปะที่จะได้ประโยชน์ไปเต็ม ๆ โดยนอกจากในตัวอย่างที่เรายกมานั้น เชื่อว่ายังมีศิลปินคู่อีกมากมายที่รอการถูกค้นพบ และรอให้เหล่าคนรักศิลปะได้รับรู้ถึงผลของการร่วมแรงร่วมใจของพวกเขาที่จะเป็น “ดูโอ้ในตำนาน” คู่ต่อไป
ที่มา : บทความ “เจมส์และโอลิเวอร์เฟลป์ส” จาก https://hmong.in.th
บทความ “The Carpenters | Biography” จาก www.imdb.com
บทความ “Elmgreen & Dragset: Van Gogh’s Ear” จาก www.publicartfund.org
บทความ “3 งาน Installation สุดเจ๋งจาก Elmgreen & Dragset ศิลปินผู้ไม่เคยเรียนด้านศิลปะ” โดย room จาก www.baanlaesuan.com
บทความ “‘Prada Marfa’ ร้านปลอม ๆ กลางทะเลทรายที่กลายเป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ของวงการศิลปะและแฟชั่น” โดย Nattanam Waiyahong จาก www.vogue.co.th
บทความ “สึกุมิโอบะ” จาก https://hmong.in.th
เรื่อง : Natjanan K.