โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Sting ชูกำลังไฮบริด ทีเด็ด ‘เป๊ปซี่’ ชิงเค้กเอเนอร์จี้ดริงก์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 เม.ย. 2567 เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2567 เวลา 00.12 น.

สัมภาษณ์

แม้ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังหรือเอเนอร์จี้ดริงก์มูลค่า 6.1 พันล้านบาท จะมีค่ายใหญ่ครองเม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์มาอย่างยาวนาน แต่เป๊ปซี่เชื่อมั่นว่าปี 2567 นี้ ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังของไทยกำลังเปลี่ยนแปลงไป จนมีช่องว่างให้ผู้ท้าชิงรายใหม่สามารถรุกเข้าชิงลูกค้า-ร้านค้าจากรายใหญ่ได้ พร้อมส่งความหวังของหมู่บ้านอย่าง Sting เครื่องดื่มชูกำลังแบบไฮบริด สินค้าที่มีศักยภาพที่สุดในพอร์ตโฟลิโอของเป๊ปซี่เข้าสู่ตลาด และทุ่มสรรพกำลังเพื่อแจ้งเกิดในไทยให้ได้

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “อนวัช สังขะทรัพย์” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ถึงความเปลี่ยนแปลงของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังไทย และช่องว่างที่เป๊ปซี่มองเห็นจากความเปลี่ยนแปลงนี้ รวมถึงแผนการปลุกปั้น Sting ให้เติบโตเหนือตลาด และชิงส่วนแบ่งจากคู่แข่ง

Q : ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังไทยเปลี่ยนไปอย่างไร และเกิดโอกาสอะไรจากความเปลี่ยนแปลงนี้

ปัจจุบันตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในไทยเปลี่ยนไปมาก เครื่องดื่มชูกำลังแบบไลฟ์สไตล์ที่ดื่มเพื่อรสชาติ ความสดชื่นและความสนุกคล้ายน้ำอัดลมกำลังเติบโตรวดเร็ว แซงหน้าเครื่องดื่้มชูกำลังแบบดั้งเดิมที่ดื่มเพื่อพลังงานหรือความตื่นตัวเมื่อทำงานหนักหรือทำงานดึกเพียงอย่างเดียว โดยคาดว่าเครื่องดื่มชูกำลังแบบไลฟ์สไตล์จะเติบโตประมาณ 8-9% ต่อปี แม้จะมีสัดส่วนน้อยประมาณ 10% ของตลาดมูลค่า 6,100 ล้านบาท ขณะที่เครื่องดื่มชูกำลังแบบดั้งเดิมมีสัดส่วน 90% แต่เติบโตเพียง 1-2% ต่อปีเท่านั้น

การเติบโตรวดเร็วนี้ เนื่องจากผู้บริโภคทั้งคนรุ่นใหม่และผู้ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังอยู่แล้ว ผู้ที่ไม่ดื่มมาก่อน ต่างหันมาดื่มเครื่องดื่มชูกำลังแบบไลฟ์สไตล์กันมากขึ้น และดื่มในหลายโอกาสจนอัตราการบริโภคสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นการดื่มพร้อมมื้ออาหาร ดื่มระหว่างพูดคุยสังสรรค์ ดื่มเพื่อความสดชื่นขณะทำงาน-เรียน ไปจนถึงการนำไปผสมน้ำปั่น หรือผสมเป็นม็อกเทล ฯลฯ เพิ่มจากโอกาสเดิม ๆ อย่างก่อนทำงานของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน หรือผู้ที่ทำงานกะดึก

ต่อเนื่องจากช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมามีเครื่องดื่มชูกำลังรูปแบบใหม่ ๆ ทยอยเข้าสู่ตลาด เช่น การเพิ่มมูลค่าด้วยการผสมสมุนไพร วิตามิน สารอาหารต่าง ๆ ไปจนถึงจุดขายด้านสุขภาพอย่างไม่มีน้ำตาล ช่วยให้ภาพลักษณ์เครื่องดื่มชูกำลังในสายตาผู้บริโภคเปลี่ยนไป จากภาพเครื่องดื่มของผู้ใช้แรงงาน หรือผู้ที่ทำงานหนัก เป็นสิ่งที่ดื่มได้ในหลายโอกาส ไม่ผูกติดกับบุคคลหรืองานที่ทำอีกต่อไป รวมถึงปลดล็อกเพดานราคา 10-12 บาท เนื่องจากผู้บริโภคมองว่าคุ้มค่ากว่าเครื่องดื่มชูกำลังแบบเดิม และถูกกว่าซื้อคู่กับน้ำอัดลม

อีกหนึ่งปัจจัยที่สะท้อนศักยภาพของเซ็กเมนต์นี้คือ การที่ผู้เล่นทั้งรายเก่าและใหม่ต่างส่งสินค้าเข้ามาร่วมแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นแบบอัดลม สูตรไร้น้ำตาล หรือสูตรใส่สมุนไพร-สารอาหาร รวมไปถึงรูปแบบกระป๋องและขวดทรงใหม่ ๆ

Q : ทำไมเป๊ปซี่ถึงนำ Sting มาทำตลาดในปีนี้

ปี 2567 นี้ ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวชัดเจนขึ้นมาก เป็นจังหวะเหมาะที่จะรุกทำตลาดเครื่องดื่มชูกำลังแบบไลฟ์สไตล์ จึงนำ Sting เครื่องดื่มชูกำลังแบบไฮบริด สินค้าที่มีศักยภาพเยอะที่สุดในพอร์ตโฟลิโอของเป๊ปซี่ในขณะนี้เข้ามาทำตลาดในไทย เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง และสร้างรายได้จากกระแสการเติบโตของเซ็กเมนต์

ศักยภาพของ Sting นั้น มาจากการไฮบริดผสานจุดเด่นของเครื่องดื่มชูกำลังเข้ากับน้ำอัดลม อย่างการให้พลังงาน มีกาเฟอีน-สมุนไพรแบบเครื่องดื่มชูกำลัง และรสชาติ-สีสันสดใสแบบน้ำอัดลม รวมถึงความคุ้มค่าจากราคา 15 บาทต่อปริมาณ 300 มล. ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างเครื่องดื่มชูกำลังและน้ำอัดลม ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทย ทั้งผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังอยู่แล้วและผู้ที่ไม่ดื่ม

เห็นได้จากผลการทดลองตลาดยาวนานกว่า 1 ปี ด้วยการให้ผู้บริโภคทุกกลุ่มทั้งไฮเอนด์, โลว์เอนด์, แมส, ผู้หญิง,ผู้ชายต่างตอบรับดี แม้ผู้ที่กังวลเรื่องความปลอดภัยของการดื่มเครื่องดื่มชูกำลังก็ยังยอมรับได้ หลังปรับลดน้ำตาลลงมาเหลือ 7 ก.ต่อ 100 มล. ต่ำกว่าเวียดนามที่มี 17 ก.ต่อ 100 มล. และกัมพูชาที่มี 19 ก.ต่อ 100 มล. เนื่องจากผู้บริโภคไทยพัฒนาไปทางสุขภาพมากขึ้น

รวมถึงผลตอบรับของแคมเปญช่วงเปิดตัวเมื่อต้นปี 2567 ซึ่งจัดแค่ 3 วัน แต่ได้ยอดรีชมากถึง 9 ล้านคน และเอ็นเกจเมนต์สูงมาก เช่นเดียวกับฝั่งร้านค้าซึ่งบริษัทบรรลุเป้าการขายของเดือนเมษายนได้ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม หลังยอดสั่งซื้อครั้งแรกและสั่งซื้อซ้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับฐานะแบรนด์ที่ปลุกปั้นตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในเวียดนามมานานกว่า 20 ปี และประสบความสำเร็จในหลายประเทศ อาทิ เวียดนาม, ลาว, กัมพูชา, เมียนมา, มาเลเซีย ไปจนถึงอินเดีย ปากีสถาน อียิปต์
กระแสตอบรับนี้ ทำให้เราเรียกกันภายในว่า Sting นี้ เป็นความหวังของหมู่บ้านเลย เพราะความเชื่อมั่นในตัวสินค้า และเชื่อมั่นในความเปลี่ยนแปลงของตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง

Q : จะต่อยอดความเชื่อมั่นนี้เป็นยุทธศาสตร์ปีแรกและช่วงหน้าร้อนอย่างไร

บริษัทวางยุทธศาสตร์การทำตลาด Sting ในปีแรก โดยทุ่มงบฯการตลาดสูงในระดับใกล้เคียงกับกลุ่มน้ำอัดลม พร้อมระดมทัพ KOL จำนวนมากเป็น 2 เท่าของแคมเปญปกติ และแจกสินค้าอย่างน้อย 5 ล้านขวดให้ผู้บริโภคในพื้นที่ต่าง ๆ ทดลองดื่ม เพื่อสร้างการรับรู้และทดลองดื่ม แก้โจทย์ของการเป็นสินค้าใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมกับใช้จุดเด่นด้านรสชาติและสีสันให้เป็นประโยชน์มากที่สุด

เริ่มจากการเลือกกลิ่นสตรอว์เบอรี่บลาสต์แบบขวดใสเข้ามาทำตลาดเป็นตัวแรก ตามเทรนด์นิยมน้ำแดงซึ่งมียอดขาย 50% ของตลาดน้ำอัดลมสี พร้อมวางโพซิชั่นเป็นเครื่องดื่มให้พลังงานรูปแบบใหม่ กินง่าย อร่อย ตื๊ดซ่า สะท้อนการดื่มเพื่อรสชาติ-ความสดชื่น และราคาจับต้องได้ที่ราคา 15 บาทสำหรับขวด 300 มล. ซึ่งจะคุ้มกว่ากลุ่มขวดแก้วที่ราคา 12 บาทต่อ 150 มล. และถูกกว่าซื้อน้ำอัดลมคู่กับเครื่องดื่มชูกำลัง

โดยเริ่มทำตลาดในภาคอีสานซึ่งนิยมดื่มน้ำอัดลมสี มีไฮไลต์เป็นรถ Music Truck ที่จะติดตามศิลปินยอดฮิตของภาคอีสาน อาทิ ใหม่ พัชรี ไชยเลิศ และวงดนตรีอื่น ๆ ไปทัวร์คอนเสิร์ต และอีกทีมวิ่งทำกิจกรรมในมหา’ลัยและโรงงาน รวมถึงมีรถตู้ดีไซน์พิเศษวิ่งเจาะทำเลกลุ่มแมส เช่น ตลาดสด ตลาดนัด ชุมชน ฯลฯ ด้วย เช่นเดียวกับการแจกให้ร้านค้าปลีกทดลองชิมเพื่อสร้างความเชื่อมั่น

พร้อมจับมือ KOL จัดกิจกรรมไวรัลเชื่อมโยง Sting กับวิถีชีวิตของผู้บริโภค และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง เช่น จัดกิจกรรมไหว้ศาลพระภูมิ โดยใช้ Sting แทนน้ำแดง และออกสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นสติงค์ ชุดน้ำแดงไหว้ศาล (Sting Wish Kit) ซึ่งแม้จะจัดเพียง 3 วัน แต่ได้ยอดรีชมากถึง 9 ล้านคน จำนวนผู้ดูหนังโฆษณาจนจบก็เยอะมากเป็นประวัติการณ์ของโฆษณาทุกแบรนด์ในเครือเป๊ปซี่ด้วย

การทุ่มแจกสินค้าให้ทดลองชิมแบบเต็มที่และใช้ KOL ก็เพราะเราเชื่อว่าเป็น Journey ของสินค้าใหม่ที่ต้องอธิบายให้ชัดเจน และถ้าเราเชื่อว่าสินค้าเราดี ก็ต้องให้คนได้ชิมเยอะที่สุดก่อน แล้วค่อยต่อด้วยการสื่อสารให้คนเข้าใจ

Q : วางแผนสำหรับครึ่งปีหลังและปี 2568 ไว้อย่างไร

ช่วงครึ่งหลังของปี 2567 จะเพิ่มกิจกรรมออนกราวนด์เยอะขึ้น เร็วขึ้น โดยจะขยายไปยังภาคอื่น ๆ ด้วย เพราะกรุงเทพฯและภาคกลางมีผลตอบรับช่วงแรกดีเช่นกัน หลังผู้บริโภคเริ่มรู้จักจาก KOL และการบอกต่อกันปากต่อปาก จึงเป็นโอกาสที่จะต่อยอดด้วยกิจกรรม ควบคู่กับการแจกสินค้า ซึ่งจะดำเนินไปในปี 2568 ด้วย แต่จะเพิ่มการแนะนำให้ผู้บริโภครู้ว่าสามารถบริโภคในโอกาสอื่น ๆ ได้

โดยจะศึกษาโอกาสส่งสินค้าเข้าช่องทางอื่น ๆ อย่างร้านอาหาร ผับบาร์ เนื่องจากการทานกับอาหารซึ่งเป็นอีกโอกาสการบริโภคที่ใหญ่ เห็นได้จากในกัมพูชาและเวียดนาม ตามร้านอาหารนิยมสั่ง Sting แทนน้ำอัดลม

อย่างไรก็ตาม ช่องทางนี้จะเป็นเฟสถัด ๆ ไป เนื่องจาก Sting ใหม่มาก ขณะนี้จึงอย่างโฟกัสกับการสร้างการรับรู้และความเข้าใจกับผู้บริโภคก่อน ว่ามันคืออะไร และทำอะไร โดยอาจจะใช้เวลาอย่างน้อยในช่วงปีแรก ให้คนได้ลองเยอะที่สุดก่อน เพื่อสร้างการเติบโตสูงกว่าตลาดและชิงส่วนแบ่งจากคู่แข่ง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Sting ชูกำลังไฮบริด ทีเด็ด ‘เป๊ปซี่’ ชิงเค้กเอเนอร์จี้ดริงก์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...