เด็กขี้เกียจ : 4 เหตุผล ทำไมต้องยอมให้ลูกเป็นเด็กขี้เกียจบ้าง
ในสายตาของพ่อแม่ ความขี้เกียจถือเป็นหนึ่งในนิสัยที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นและติดตัวลูกได้เพราะ เด็กขี้เกียจ มักจะขาดความกระตือรือร้น ไม่อยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่สำคัญต่อการเติบโต จึงพยายามทำทุกวิธีที่จะทำให้ลูกไม่กลายเป็น เด็กขี้เกียจ ไม่ว่าจะหากิจกรรมให้ลูกทำตลอดเวลา ใช้ความคาดหวังกดดันลูกให้ตื่นตัวและกระตือรือร้นอยู่เสมองานวิจัยจาก Journal of Research in Health Science (JRHS) 2020 เผยว่า ภาวะซึมเศร้าในเด็ก ที่เกิดจากความกดดันจากครอบครัว ทั้งด้านการเรียนและการพัฒนาทักษะต่างๆ มีอัตราสูงขึ้นจากในปี ค.ศ. 2015 มากถึง 30 เปอร์เซ็นต์ นั่นทำให้คุณพ่อคุณแม่ควรย้อนกลับมาทบทวนการเลี้ยงดูลูกอีกครั้งว่า การปล่อยให้ลูกมีเวลาได้ขี้เกียจบ้าง กับการให้ลูกต้องเผชิญกับความเครียดและกดดันตลอดเวลา อย่างไหนจะส่งผลเสียกับลูกมากกว่ากันและอะไรคือเหตุผลที่คุณพ่อคุณแม่ควรยอมให้ลูกเป็นเด็กขี้เกียจบ้าง1. เพราะการพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญ
คุณพ่อคุณแม่คงเห็นได้ชัดว่า เด็กรุ่นใหม่เติบโตมากับการมีกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะและพัฒนาการมากมาย จนบางครั้งกลายเป็นลูกมีตารางกิจกรรมแน่นเต็มวันไปหมดคุณพ่อคุณแม่จึงควรจัดตารางเวลาให้ลูกได้พักผ่อน หรือให้ลูกเล่นอะไรง่ายๆ ตามธรรมชาติ รวมถึงการนั่งหรือนอนเฉยๆ เพื่อผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า โดยไม่เน้นการเรียนรู้หรือเสริมทักษะบ้าง เพราะเมื่อร่างกายและจิตใจได้ผ่อนคลาย ลูกจะมีพลังเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องคอยบังคับเคี่ยวเข็ญเลยค่ะ2. เพราะยิ่งกดดันลูกยิ่งต่อต้าน
เด็กเล็กก็มีมุมที่ต่อต้านคุณพ่อคุณแม่ได้ไม่ต่างจากวัยรุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง Terrible Two หรือที่เรียกกันว่า ‘วัยทองสองขวบ‘ ในช่วงนี้ลูกจะมีความเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง หากคุณพ่อคุณแม่บังคับให้ลูกทำกิจกรรมที่เขาไม่ชอบบ่อยๆ หรือพยายามกระตุ้นให้ลูกเรียนรู้ตลอดเวลา ลูกจะรู้สึกกดดันและต่อต้านได้3. เพราะจะทำให้เรารู้จักลูกมากขึ้น
เมื่อคุณพ่อคุณแม่อนุญาตให้ลูกทำตามใจตัวเอง คุณพ่อคุณแม่จะได้เห็นตัวตนและความสนใจที่แท้จริงของลูก เพราะเมื่อไม่มีตารางเรียนมาบังคับ เด็กมักจะเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองสนใจ เด็กบางคนอาจใช้เวลาว่างในการวาดรูประบายสี บางคนอ่านหนังสือ หรือบางคนเล่นเป็นเชฟตามจินตนาการของตัว ซึ่งจุดนี้จะทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถสนับสนุนและผลักดันความสนใจของลูกได้อย่างเต็มที่4. เพราะความขี้เกียจกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์
คุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตไหมคะว่าเวลาคิดงานไม่ออก หรือทำงานหนักเกินไป ทำไมประสิทธิภาพในการทำงานถึงลดลง? หรือทำไมจะต้องเว้นช่วงพักหรืองีบ? นั่นเป็นเพราะสมองก็ไม่ต่างจากอวัยวะอื่นๆ ในร่างกายที่ต้องการการพักผ่อนเช่นกันจากการศึกษาในปี 2011 พบว่า เมื่อความสนใจของเราหยุดลงขณะขี้เกียจ สมองจะได้รับการผ่อนคลาย ปลอดโปร่ง ซึ่งจะช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็ก สมองก็ต้องการการพักผ่อนไม่ต่างกันอ้างอิงTheNewYorkTimesPhychcentralTechsauce