โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Art Toy ธุรกิจของเล่นมาแรงโตไวสุด จดทะเบียนกว่า 5,700 ล้านบาท

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 มิ.ย. 2567 เวลา 09.10 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2567 เวลา 08.50 น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยเทรนด์การสะสม Art Toy ธุรกิจของเล่นมาเเรง มูลค่าทุนจดทะเบียนกว่า 5,692.21 ล้านบาท ขณะที่ยอดจดทะเบียนธุรกิจใหม่เดือน พ.ค. 2567 พุ่ง 7,499 ราย บวก 14.84% ส่วนเลิกกิจการเหลือแค่ 1,004 ราย ด้านผลิตภัณฑ์โรงกลั่นปิโตรเลียม เครื่องประดับ ยานยนต์ ธนาคาร โดยรายได้-กำไรมากสุด

วันที่ 26 มิถุนายน 2567 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกระแส Art Toy ของเล่นสะสมสำหรับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะงานศิลปะที่เกิดขึ้นจากศิลปินต่างประเทศและศิลปินไทย อยู่ในช่วงขอขึ้นอย่างมาก และกำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก ส่งผลให้ธุรกิจของเล่น กลายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ต้องจับตามอง

แม้ในช่วง 5 ปีย้อนหลังที่ผ่านมา (2562-2566) ธุรกิจของเล่นจะมีการเติบโตที่ผันผวน เพราะมีปัจจัยด้านการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบเชิงลบ แต่เมื่อสถานการณ์สงบลง ธุรกิจของเล่นได้กลับมาและเป็นโอกาสพลิกฟื้นธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก (S) ที่ครองตลาดส่วนใหญ่มากถึง 1,024 ราย แบ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตจำนวน 220 ราย และกลุ่มขายจำนวน 804 ราย คิดเป็น 93.7% จากจำนวนธุรกิจของเล่นที่มีจำนวน 1,093 ราย แบ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตจำนวน 238 ราย และกลุ่มขายจำนวน 855 ราย มีมูลค่าทุนจดทะเบียนทั้งหมด 5,692.21 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มผลิตจำนวน 2,909.61 ล้านบาท และกลุ่มขายจำนวน 2,782.60 ล้านบาท

สำหรับปี 2566 ธุรกิจของเล่นสามารถสร้างรายได้รวมถึง 19,677.21 ล้านบาท และทำกำไรได้ 467.62 ล้านบาท การเติบโตของธุรกิจของเล่นส่วนสำคัญเป็นผลมาจากการเกิดกลุ่มในวงการของเล่นที่เรียกว่า Kidult ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีความนิยมในการสะสมของเล่นและมีกำลังการซื้อสูง เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเองในวัยเด็ก และยังเป็นการสะสมเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต

ส่วนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนพฤษภาคม 2567 อยู่ที่ 7,499 ราย เพิ่มขึ้น 969 ราย หรือ 14.84% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2567 และเพิ่มขึ้น 62 ราย เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2566 โดยมีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 21,887.12 ล้านบาท ลดลง 5,384.75 ล้านบาท หรือติดลบ 19.74% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2567 และลดลง 6,527.35 หรือติดลบ -22.97% เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2566 ซึ่งหากดูจากภาพรวม ณ ปัจจุบัน (31 พฤษภาคม 2567) มีธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 1,916,267 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 22.26 ล้านล้านบาท

ธุรกิจที่จัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 662 ราย ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 543 ราย และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 353 ราย

ส่วนการเลิกประกอบกิจการมีจำนวน 1,004 ราย เพิ่มขึ้น 194 ราย หรือ 23.95% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2567 และลดลง 230 ราย หรือติดลบ -18.64% เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2566 โดยมีทุนจดทะเบียนเลิกอยู่ที่ 54,804.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49,707.54 ล้านบาท หรือ 975.26% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2567 และเพิ่มขึ้น 46,564.47 ล้านบาท หรือ 565.11% เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2566

สำหรับธุรกิจที่เลิกประกอบกิจการ 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 98 ราย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 59 ราย และธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการอื่น ๆ 25 ราย

ทั้งนี้ เรื่องของการส่งงบการเงินอยู่ทั้งหมด 835,011 ราย อย่างไรก็ตาม ยังมีนิติบุคคลที่ไม่ได้นำส่งอีกจำนวน 89,967 ราย คิดเป็น 13.4% ซึ่งหากไม่ได้ส่งงบการเงินภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด กรมจะออกหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา

โดยอัตราค่าปรับจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ล่าช้า และจากการนำส่งงบการเงินประจำปี 2566 กรมได้นำข้อมูลผลประกอบการของนิติบุคคลมาวิเคราะห์ ในเชิงธุรกิจพบว่ารายได้ของนิติบุคคลทั่วประเทศมีจำนวนกว่า 57.86 ล้านล้านบาท และมีผลกำไรกว่า 2.34 ล้านล้านบาท โดยกลุ่มภาคการผลิต สามารถทำรายได้สูงสุดหรือคิดเป็น 41% รองลงมาคือกลุ่มภาคขายส่ง/ปลีก คิดเป็น 40.30% และกลุ่มภาคบริการ คิดเป็น 18.70%

โดยธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้สูงสุด 10 อันดับแรกได้แก่ 1.ธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้จากโรงกลั่นปิโตรเลียม 2.ธุรกิจขายส่งนาฬิกาและเครื่องประดับ 3.ธุรกิจร้านขายปลีกเครื่องประดับ 4.ธุรกิจผลิตรถยนต์ส่วนบุคคล 5.ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ สำหรับยานยนต์

6.ธุรกิจขายยานยนต์ใหม่ชนิดรถนั่งส่วนบุคคล 7.ธนาคารพาณิชย์ 8.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 9.ธุรกิจขายปลีกเชื้อเพลิงยานยนต์ในร้านเฉพาะสถานีบริการน้ำมัน 10.ธุรกิจขายส่งเชื้อเพลิงเหลว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดไซซ์ L ที่สามารถทำรายได้สูงสุดในธุรกิจแต่ละประเภท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Art Toy ธุรกิจของเล่นมาแรงโตไวสุด จดทะเบียนกว่า 5,700 ล้านบาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...