ส่อง Top 5 หุ้น DCA ในแต่ละอุตสาหกรรม ผลตอบแทนจะเป็นอย่างไร ?
การลงทุนแบบ Dollar Cost Average หรือ DCA เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การลงทุนที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนระยะยาว ซึ่งหุ้นที่ถูกนำมาลงทุนในรูปแบบนี้มักเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานดี มีสภาพคล่อง และมีปัจจัยบวกสนับสนุนการเติบโต
แม้การลงทุนแบบ DCA จะเป็นการลงทุนระยะยาว แต่ยังจำเป็นต้องติดตามผลการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้ทันท่วงที เพราะหากหุ้นที่ลงทุนมีโอกาสเติบโต อาจเพิ่มน้ำหนักการลงทุน หรือ ลงทุนต่อเนื่อง ในทางกลับกันหากหุ้นที่ลงทุนมีแนวโน้มในเชิงลบ อาจเปลี่ยนไปลงทุนหุ้นตัวอื่นๆ แทน
วันนี้ Wealthy Thai จึงขอหยิบยก 5 หุ้นเด่นในแต่ละอุตสาหกรรมที่นักลงทุนคุ้นเคยอย่าง ADVANC, BBL, BDMS, BEM และ PTT มาทดลองทำ DCA เป็นระยะเวลา 5 ปี ว่าจะได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร และในมุมมองของนักวิเคราะห์หุ้นแต่ละตัวยังน่าสนใจ DCA ต่อหรือไม่
ทดลอง DCA เดือนละ 2 พันบาท เป็นเวลา 5 ปี
สำหรับการทดลอง DCA ในครั้งนี้จะเข้าซื้อหุ้นด้วยเงิน 2,000 บาท ทุกเดือน ติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งข้อมูลจาก SETSMART พบว่า หาก DCA หุ้น ADVANC ปัจจุบันจะมีหุ้นทั้งหมด 633 หุ้น โดยมีต้นทุนเฉลี่ยหุ้นละ 198.25 บาท มูลค่าพอร์ตปัจจุบันจะอยู่ที่ 132,930 บาท ได้กำไร 7,435 บาท หรือ +5.92% และได้รับเงินปันผล 13,183.36 บาท
ส่วน BBL หาก DCA ปัจจุบันจะมีหุ้นทั้งหมด 931 หุ้น โดยมีต้นทุนเฉลี่ยหุ้นละ 136.54 บาท มูลค่าพอร์ตปัจจุบันจะอยู่ที่ 122,426 บาท ขาดทุน 4,689.50 บาท หรือ -3.69% และได้รับเงินปันผล 13,234 บาท
ถัดมา BDMS หาก DCA ปัจจุบันจะมีหุ้นทั้งหมด 5,36 หุ้น โดยมีต้นทุนเฉลี่ยหุ้นละ 24.48 บาท มูลค่าพอร์ตปัจจุบันจะอยู่ที่ 139,360 บาท ได้กำไร 8,161 บาท หรือ +6.22% และได้รับเงินปันผล 9,008.37 บาท
หุ้น BEM หาก DCA ปัจจุบันจะมีหุ้นทั้งหมด 14,763 หุ้น โดยมีต้นทุนเฉลี่ยหุ้นละ 8.92 บาท มูลค่าพอร์ตปัจจุบันจะอยู่ที่ 113,675.10 บาท ขาดทุน 17,997.50 บาท หรือ -13.67% และได้รับเงินปันผล 4,877.70 บาท
สุดท้าย PTT หาก DCA ปัจจุบันจะมีหุ้นทั้งหมด 3,521 หุ้น โดยมีต้นทุนเฉลี่ยหุ้นละ 37.20 บาท มูลค่าพอร์ตปัจจุบันจะอยู่ที่ 114,432.50 บาท ขาดทุน 16,532 บาท หรือ -12.62% และได้รับเงินปันผล 16,662.40 บาท
มุมมองนักวิเคราะห์
จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่ามีทั้งหุ้นที่ได้กำไรและขาดทุนจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) ซึ่งในมุมมองของ นายเอกราช ศรีศุภวิชากิจ ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายลูกค้าธนบดี บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทั้ง 5 หุ้นเป็นบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นผู้นำในแต่ละอุตสาหกรรม รวมถึงเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานดี สามารถลงทุนได้ในระยะยาวๆ แม้ปัจจุบัน market timing อาจดูไม่ค่อยดีนัก แต่ยังมองว่าเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานดี