โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ทะเลสาบใหญ่อันดับ 4 ของโลก กลายเป็นทะเลทราบเกือบหมด

Environman

เผยแพร่ 09 ก.พ. 2568 เวลา 01.00 น.

ทะเลสาบที่เคยใหญ่อันดับ 4 ของโลก ตอนนี้กลายเป็นทะเลทรายไปเกือบหมด ก่อนทศวรรษ 1960 พื้นที่แห่งนี้เปล่งประกายไปด้วยน้ำเป็นแนวยาวหลายกิโลเมตรข้ามพรมแดนของอุซเบกิสถานและคาซัคสถาน แต่ปัจจุบันเหลือเพียงแต่ฝุ่นและความรกร้างว่างเปล่า

ทะเลอารัล (Aral Sea) เคยเป็นทะเลสาบที่กว้างใหญ่ที่สุดอันดับ 4 ของโลกโดยมีพื้นที่มากถึง 68,000 ตารางกิโลเมตร แต่เมื่อหลายปีที่ผ่านมาเคยมีรายงานว่าพื้นที่จำนวนมากของทะเลสาบแห่งนี้ระเหยไปในอากาศแล้ว อย่างไรก็ตามรายงานใหม่เผยว่าปัจจุบันน้ำที่เคยแวววาวเหลือไม่ถึง 8,000 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น

“นี่เป็นหนึ่งในภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างแน่นอน” Ibrahim Thiaw เลขาธิการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการกลายเป็นทะเลทราย กล่าว

จากการศึกษาพบว่าพื้นที่หายไปกว่า 60,000 ตารางกิโลเมตรนั้นกลายเป็นทะเลทรายไปทั้งหมด ซึ่งสร้างผลกระทบสำคัญที่ตามมาหลายอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณภาพอากาศของผู้คนที่อาศัยอยู่รอบข้างราว 3 ล้านคน ทะเลทราบทำให้ฝุ่นในบรรยากาศของภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าระหว่างปี 1984-2015 จาก 14 ล้านเมตริกตันเป็น 27 ล้านเมตริกตัน

ไม่เพียงเท่านั้นคุณภาพอากาศในเมืองที่อยู่ห่างไกล 800 กิโลเมตรจากทะเลสาบแห่งนี้ก็ยังได้รับผลกระทบ และท้ายที่สุดมันทำให้วิกฤติทรัพยากรน้ำในภูมิภาคแห่งนี้ทั้งหมดเลวร้ายลงอย่างมาก พายุและสายลมได้พัดพาตะกอนเกลือไปทำลายพืชผลพร้อมกับปนเปื้อนในน้ำดื่ม

สิ่งที่อันตรายที่สุดก็คือฝุ่นของทะเลอารัลนั้นเป็นพิษอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับทะเลทรายอื่น ๆ ของโลก เนื่องจากมันปนเปื้อนสารที่ไหลบ่ามาจากการทดลองอาวุธเคมีของสหภาพโซเวียตที่อยู่ใกล้เคียง และยังเต็มไปด้วยปุ๋ยกับยาฆ่าแมลงจำนวนมาก

ซึ่งทำลายชีวิตระบบนิเวศท้องถิ่นและทำลายชีวิตผู้คนจำนวนมาก การสัมผัสฝุ่นละอองนั้นสร้างปัญหาให้กับเด็กและผู้ใหญ่ โดยเพิ่มอัตราการพิการตั้งแต่กำเนิดและโรคปอดอีกหลายอย่าง แม้นักวิทยาศาสตร์ท้องถิ่น สหภาพยุโรป และ USAid (ที่ปัจจุบันสั่งหยุดดำเนินงานไปแล้ว) จะเข้าช่วยเหลือแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการกลายสภาพเป็นทะเลทรายได้

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่านี่เป็นสัญญาณเตือนถึงทั่วโลกในการจัดการกับทรัพยากรน้ำ สิ่งที่เกิดขึ้นกับทะเลอารัลจะไม่ใช่โศกนาฏกรรมเดียวอย่างแน่นอนหากไม่มีการปกป้องสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม ตามรายงานที่เผยแพร่เมื่อปี 2024 เผยว่าแหล่งน้ำกว่าครึ่งทั่วโลกกำลังลดลงอย่างน่าตกใจ

“หากไม่มีความพยายามร่วมกัน ผู้คนหลายพันล้านคนจะเผชิญกับอนาคตที่เต็มไปด้วยความอดอยาก การอพยพ และเศรษฐกิจที่ตกต่ำ” Nichole Barger ประธานด้านนโยบายวิทยาศาสตร์ของ UNCCD กล่าว “อย่างไรก็ตาม มนุษยชาติสามารถรับมือกับความท้าทายนี้ได้ด้วยการเปิดรับแนวทางแก้ไขใหม่ ๆ และส่งเสริมความร่วมมือทั่วโลก”

“คำถามไม่ใช่ว่า ‘เรามีเครื่องมือพร้อมที่จะตอบสนองหรือไม่?’ แต่เป็น ‘เรามีความตั้งใจที่จะลงมือทำหรือไม่?’” Barger ทิ้งท้าย

ที่มา

https://caspianpost.com/…/central-asia-confronts…

https://www.sciencealert.com/report-reveals-worlds-fourth…

https://www.e3s-conferences.org/…/e3sconf_caduc2024…

Photo: NASA

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...