โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วงจรปิดเผยภาพก่อนเกิดเหตุชน SUV รถบรรทุกเปลี่ยนเลนไปมา

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 25 เม.ย. 2568 เวลา 21.40 น. • เผยแพร่ 25 เม.ย. 2568 เวลา 08.00 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

สมุทรปราการ 25 เม.ย. – วงจรปิดจับภาพรถบรรทุกคันเกิดเหตุ ขับอยู่บนถนนมอเตอร์เวย์สาย 7 ก่อนเกิดอุบัติเหตุประมาณครึ่ง ชม. รถขับมาปกติ เปลี่ยนเลนไปมา แต่ไม่มีพฤติกรรมขับขี่หวาดเสียว

ภาพจากกล้องวงจรปิดของกรมทางหลวง จับภาพรถบรรทุกคันเกิดเหตุ ขับอยู่บนถนนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์สาย 7) ตั้งแต่ กม.ที่ 18 ช่วงเวลาตั้งแต่ 21.59 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุราว 30 นาที โดยลักษณะการขับ ถ้าดูจากกล้องวงจรปิดจะเห็นได้ว่า เป็นการขับมาตามปกติ ไม่ได้ส่ายไปมา ค่อมเลน เปลี่ยนช่องทางจาก 3 ไป 2

ด้าน ดร.กฤษณะ เพ็ญสมบูรณ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง เปิดเผยว่า เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลังตั้งแต่ กม.10 พบว่ารถบรรทุกคันที่ชนท้ายมีลักษณะการขับเปลี่ยนเลนไปมาหลายครั้ง จากเลนที่ 2 ไปเลนที่ 3 และกลับไปเลนที่ 2 อีกครั้งจุดถึง กม.23 แต่ไม่มีพฤติกรรมขับขี่หวาดเสียว ส่วนไฟล์ภาพช่วงเกิดเหตุขณะนี้อยู่ระหว่างกู้ไฟล์ภาพวงจรปิด เพื่อส่งพนักงานสอบสวน แต่ยังไม่สามารถระบุความเร็วของรถในขณะเกิดเหตุได้ชัดเจนและต้องรอผลสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ยืนยันว่าทั้งสภาพพื้นผิวจราจร ไฟเส้นจราจร ไฟส่องสว่าง และป้ายระบุช่องจอดฉุกเฉินทุกจุด รวมทั้งจุดเกิดเหตุ อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เป็นไปตามหลักวิศวกรรมจราจรทุกประการ จึงเชื่อว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุสุดวิสัยจริง

ส่วนจุดที่เกิดเหตุเป็น “จุดจอดรถฉุกเฉิน” ซึ่งอนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะกรณีรถเสีย ยางแตก เครื่องยนต์ขัดข้อง หรือผู้ขับขี่มีเหตุฉุกเฉินทางร่างกายเท่านั้น ซึ่งจุดจอดฉุกเฉินดังกล่าวมีความยาวประมาณ 100 เมตร ความกว้าง 5 เมตร ซึ่งกว้างกว่าช่องไหล่ทางปกติของมอเตอร์เวย์ที่กว้างเพียง 2.5 เมตร โดยจุดจอดรถฉุกเฉินสามารถรองรับรถพ่วงขนาดใหญ่ได้ไม่น้อยกว่า 5 คัน จุดจอดรถฉุกเฉินของกรมทางหลวงจึงมีมาตรฐานสากลและปลอดภัย แต่ยอมรับว่า หากมีกรณีที่ผู้ขับขี่รถอื่นสูญเสียการควบคุมหรือหลับในอาจจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนได้

ทั้งนี้ ทางแขวงฯ เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่แขวงฯ และตำรวจทางหลวง คอยเฝ้าระวังตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งตลอดแนวถนนมอเตอร์เวย์ หากพบว่ามีผู้มาจอดที่บริเวณจุดจอดฉุกเฉิน ก็ให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเพื่อตรวจสอบ หากพบว่าเป็นการจอดพักทั่วไปที่ไม่เข้ากรณีฉุกเฉิน ให้เข้าไปตักเตือนให้ขยับรถออกจากจุดดังกล่าว แต่ถ้าหากไม่เชื่อฟัง ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายตาม พ.ร.บ.จราจร ในเรื่องจอดรถในที่ห้ามจอด ซึ่งมีโทษปรับ 5,000 บาท

นอกจากนี้ ทางแขวงฯ ได้จัดจุดให้บริการจอดพักรถขนาดเล็กจำนวน 3 จุด ทั้งขาเข้าและขาออกเมือง มีห้องน้ำสะอาดให้บริการครบครัน ได้แก่บริเวณช่วงลาดกระบัง กม.21 ช่วงหนองรี กม.71 และช่วงบ้านประชัน กม.119 รวมทั้งมีจุดให้บริการจอดพักรถขนาดใหญ่จำนวน 1 จุด ซึ่งจุดดังกล่าวมีทั้งห้องน้ำและร้านอาหารให้บริการที่บริเวณ กม.49 เฉลี่ยแล้วจะมีจุดพักรถห่างกันประมาณทุก ๆ 25 กิโลเมตร ซึ่งทั้ง 4 จุดนั้นเป็นจุดพักรถที่ปลอดภัยตามมาตรฐานสากลและสามารถใช้บริการได้ และเตรียมยกระดับมาตรการควบคุมจุดจอดรถฉุกเฉินให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการติดตั้งป้ายจุดจอดรถฉุกเฉิน ที่จะต้องระบุเงื่อนไขของผู้ที่จะมาจอดในบริเวณดังกล่าวว่าต้องเป็นในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น รวมทั้งจะระบุโทษตามกฎหมายที่ได้รับสำหรับผู้ที่ไม่มีเหตุฉุกเฉินแล้วมาจอด ทั้งนี้ ฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนนและผู้ที่จำเป็นต้องจอดที่จุดจอดรถฉุกเฉินจริง ๆ ว่า ควรมีจิตสำนึกที่จะเปิดไฟฉุกเฉินเพื่อบอกเพื่อนร่วมทางให้ทราบด้วย ถ้าจะจอดเพียงแค่พักรถ ขอให้ไปใช้บริการในจุดที่ทางแขวงฯ ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้เพื่อความปลอดภัย.- 416-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...