โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จัมมู-แคชเมียร์ สวรรค์บนดิน : สวยแต่เหมือนถูกสาป!

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 25 เม.ย. 2568 เวลา 14.35 น. • เผยแพร่ 25 เม.ย. 2568 เวลา 07.34 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

อินเดีย 25 เม.ย. – หุบเขาแคชเมียร์ ได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์บนดินที่นักท่องเที่ยวต่างหลงใหล และอยากไปสัมผัสให้ได้สักครั้ง เพราะภูมิทัศน์มีความสวยงาม ฟ้าใส น้ำสะอาด และอากาศเย็นเหมือนเมืองหนาว ที่นี่จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของทั้งชาวต่างชาติ และคนอินเดีย เพราะไม่ต้องเดินทางไกล แต่ก็ได้สัมผัสความสวยงามเหมือนไปสวิตเซอร์แลนด์

หุบเขาแคชเมียร์ หรือ Vale of Kashmir อยู่ในแคว้นจัมมู-แคชเมียร์ ในส่วนการปกครองทางเหนือสุดของอินเดีย ในอดีตจัมมู-แคชเมียร์ ซึ่งอินเดียและปากีสถานแบ่งการปกครองกันคนละครึ่ง เคยเต็มไปด้วยกลุ่มก่อการร้าย ที่มักข้ามฝั่งมาจากปากีสถานก่อความไม่สงบ แต่รัฐบาลท้องถิ่นและสภาหมู่บ้าน รวมทั้งชาวบ้าน ต่างพยายามหาทางป้องกันเหตุร้ายกันด้วยมาตรการพิเศษหลายอย่าง เช่น รัฐบาลแคว้นจัมมู-แคชเมียร์ มีเงินโบนัสให้เป็นรางวัลแก่หมู่บ้านใดก็ตาม ที่ช่วยกันสอดส่องป้องกันอันตรายจากคนแปลกหน้า นอกจากนี้ยังกำหนดเป็นนโยบายความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว เช่น ทุกห้องพักในโรงแรมต้องมีปุ่มฉุกเฉินให้ผู้เข้าพักสามารถกดแจ้งเหตุฉุกเฉิน, ติดตั้งระบบ GPS ให้รถบริการท่องเที่ยวทุกคันเพื่อติดตามความปลอดภัย, จัดกำลังอาสาสมัครลาดตระเวนสอดส่องรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ขณะเดียวกันก็มีหน่วยเคลื่อนที่เร็วประจำการตลอดเวลาที่สามารถไปถึงจุดเกิดเหตุร้ายได้ภายใน 15 นาที

tourists in Kashmir

ความพยายามและมาตรการรักษาความปลอดภัยที่รัฐบาลท้องถิ่นและชาวบ้านในจัมมู-แคชเมียร์ร่วมกันดำเนินการ ส่งผลดีอย่างเห็นได้ชัด จากสถิติในปี 2559 พบว่า นักท่องเที่ยวกล้าเข้ามาเที่ยวมากขึ้น เงินสะพัดมากขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงที่ธุรกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ ที่อาจต้องสูญรายได้เพราะเหตุก่อการร้าย ลงได้มากราว ๆ 20-30%

มีรายงานว่าเฉพาะในปี 2566 สถิตินักท่องเที่ยวที่เข้าไปในดินแดนสวรรค์แห่งนี้ มีมากถึง 21 ล้านคน ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร กลับมาบูมคึกคัก โดยเฉพาะหลังช่วงโรคระบาด COVID-19 ผ่านพ้น และรัฐบาลอินเดียและปากีสถาน ต่างก็พลิกฟื้นความสัมพันธ์ และร่วมกันปราบปรามกลุ่มก่อการร้าย จนในที่สุดหลังปี 2562 จัมมู-แคชเมียร์สามารถประกาศตัวได้ว่า เป็นสุดยอดแห่งแหล่งท่องเที่ยวพรีเมียม เหมาะสำหรับคู่ฮันนีมูน และนักท่องเที่ยวรายได้สู โดย 1 ในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยม คือ พาฮัลกัม เมืองชายเขา

แบรนดิ้งใหม่ของจัมมู-แคชเมียร์ ช่วยโกยรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปี ที่เห็นเด่นชัดก็คือ ปี 2562 รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 7.84% จากนั้นในปี 2565 รายได้ก็พุ่งขึ้นเป็น 8.47% ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะคนในพื้นที่มีศรัทธา ความหวัง และสันติภาพ

funeral for victims of Kashmir's attack

แต่แล้ว ความหวังที่กำลังเรืองรองของชาวจัมมู-แคชเมียร์ ก็กลับพังทลายลงในวันที่ 22 เมษายน 2568 เมื่อกลุ่มมือปืน Resistance Front (TRF) ที่มีส่วนเชื่อมโยงกับลัชการ์-อี-ไทบา ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงในปากีสถาน ก่อเหตุกราดยิงผู้คนไม่เลือกหน้า ในพาฮัลกัม ทำให้นักท่องเที่ยวเสียชีวิตอย่างน้อย 26 คน และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน นับได้ว่าเป็นเหตุก่อการร้ายนองเลือดครั้งเลวร้ายที่สุด นับตั้งแต่ ปี 2562 ซึ่งคราวนั้นกลุ่มติดอาวุธจากปากีสถาน เข้ามาก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายครั้งรุนแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิต มากถึง 40 คน

เหตุก่อการร้ายครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญเท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญถึงความอดทนอดกลั้น และศรัทธาของประชาชน รวมถึงศักยภาพของรัฐบาลอินเดียที่จะปกป้องดินแดนแคชเมียร์ในฝั่งของตนให้กลับมามีเสถียรภาพ เติบโต รุ่งเรืองอย่างภาคภูมิได้หรือไม่.-810.-สำนักข่าวไทย

ข้อมูลอ้างอิง :

1. The Economic Times : Kashmir valley was blooming with business. Now it’s stained with blood, again

2. The Geopolitics : Paradise Under Fire: Securing Kashmir’s Tourism Economy Is a National Imperative

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...