‘นักเศรษฐศาสตร์’ เตือน!! ไทยเข้าใกล้ Nations Fail ระวังจะเป็นแค่บทหนึ่งของหนังสือ
The Bangkok Insight
อัพเดต 02 พ.ค. 2568 เวลา 02.23 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2568 เวลา 02.23 น. • The Bangkok Insight"นักเศรษฐศาสตร์" เตือน!! ไทยเข้าใกล้ Nations Fail ระวังจะเป็นแค่บทหนึ่งของหนังสือ หากไทยไม่เร่งปฏิรูปสถาบันหลัก ๆ โดยเฉพาะ rule of law คอร์รัปชั่น และประชาธิปไตย
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pipat Luengnaruemitchai ระบุว่า ระวังไทยจะกลายเป็นบทหนึ่งของหนังสือ อยากแนะนำให้อ่านหนังสือ Why Nations Fail: The Origins of Power, Prosperity, and Poverty ของนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล
หนังสือเล่มนี้อธิบายว่า ความร่ำรวยหรือยากจนของประเทศหนึ่ง ๆ ไม่ได้เกิดจากภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม หรือความขยันของประชาชน แต่สิ่งที่ “กำหนดอนาคต” อย่างแท้จริงคือ สถาบันการเมืองและเศรษฐกิจ ที่ประเทศนั้นสร้างขึ้น
ถ้าประเทศมี สถาบันแบบ Inclusive (ครอบคลุม-เปิดโอกาส) :
- มี rule of law (นิติรัฐ) ที่เข้มแข็ง
- คุ้มครองสิทธิในทรัพย์สิน
- มีประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมจริง
ประเทศจะสร้างโอกาสอย่างทั่วถึงและพัฒนาได้อย่างยั่งยืน
ถ้าประเทศติดกับ สถาบันแบบ Extractive (เอาเปรียบ-กอบโกย) :
- กลุ่มอำนาจบิดเบือนกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง
- ขัดขวางการแข่งขันและนวัตกรรม
- ระบบการเมืองคอร์รัปชันและไร้ความโปร่งใส
ผลคือ ติดกับดักความยากจนและเหลื่อมล้ำแบบไม่มีทางออก
ตัวอย่างจริงจากทั่วโลก :
- สหรัฐอเมริกา vs เม็กซิโก :
หนังสือยกตัวอย่าง "Nogales" เมืองชายแดนที่แบ่งครึ่งด้วยรั้ว-ครึ่งหนึ่งอยู่ในรัฐแอริโซนา (สหรัฐ) อีกครึ่งในโซโนรา (เม็กซิโก)
แม้ทั้งสองฝั่งมีวัฒนธรรมและภูมิศาสตร์คล้ายกัน แต่ฝั่งสหรัฐฯ มีรายได้ต่อหัวและคุณภาพชีวิตสูงกว่าอย่างชัดเจน เพราะสถาบันการเมืองและเศรษฐกิจที่มี rule of law เข้มแข็งกว่า เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วม ขณะที่ฝั่งเม็กซิโกเผชิญกับการคอร์รัปชัน ความไร้เสถียรภาพ และโครงสร้างอำนาจที่กดขี่
- เกาหลีเหนือ vs เกาหลีใต้ : จุดเริ่มต้นเหมือนกัน แต่วันนี้ต่างกันราวฟ้ากับดิน เพราะสถาบันการเมืองและเศรษฐกิจต่างกันโดยสิ้นเชิง
- โคลอมเบีย vs คอสตาริกา : โคลอมเบียติดกับดักความรุนแรงและคอร์รัปชัน ขณะที่คอสตาริกาสร้างสถาบันประชาธิปไตยและการศึกษาที่มั่นคง
- บอตสวานา vs ซิมบับเว : สองประเทศในแอฟริกาที่ตัดสินใจคนละเส้นทาง บอตสวานามีการบริหารจัดการโปร่งใส ส่วนซิมบับเวพังทลายเพราะคอร์รัปชันและการกดขี่
บทสรุปสำคัญของหนังสือ :
เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อสถาบันการเมืองและเศรษฐกิจทำงานเพื่อประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ใช่เพื่อชนชั้นนำกลุ่มเล็ก ๆ ประเทศที่ไม่กล้าปฏิรูปสถาบัน แม้จะดูแข็งแรงในบางช่วงเวลา สุดท้ายจะเจอกับจุดตันที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
และเมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทย-สัญญาณอันตรายหลายอย่างที่หนังสือเล่มนี้เตือน เรา “กำลังเห็นกับตา” อยู่แล้ว :
- ระบบการเลือกตั้งที่ ประชาชนเริ่มรู้สึกว่า "ไม่ matter"
- การแทรกแซงอำนาจตุลาการ จนความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมสั่นคลอน
- วัฒนธรรมที่ “คนทำผิดไม่ต้องรับผิด” และการใช้กฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์พวกพ้อง
และนี่คือตัวเลขล่าสุดที่ตอกย้ำว่าเรากำลังเผชิญกับอะไร :
- Rule of Law Index 2024 (World Justice Project) : ไทยอยู่อันดับ 78 จาก 142 ประเทศ ต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค เช่น มาเลเซียและสิงคโปร์
- Corruption Perceptions Index 2024 (Transparency International) : ไทยได้คะแนน 36/100 อยู่อันดับ 107 จาก 180 ประเทศ สะท้อนปัญหาคอร์รัปชันเรื้อรัง
- Democracy Index 2024 (The Economist Intelligence Unit) : ไทยถูกจัดเป็น “ระบอบประชาธิปไตยที่มีข้อบกพร่อง” (Flawed Democracy) อยู่อันดับ 63 จาก 167 ประเทศ
ทุกตัวชี้วัดเลวร้ายลงเรื่อย ๆ
นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า หากไทยไม่เร่งปฏิรูปสถาบันหลัก ๆ โดยเฉพาะ rule of law, คอร์รัปชั่น และประชาธิปไตย เราอาจไม่ได้เป็นเพียงผู้สังเกต แต่จะกลายเป็น "กรณีศึกษา" ที่ถูกเขียนไว้ในหนังสือ Why Nations Fail ในอนาคต
ช่วยกันก่อนทุกอย่างจะสายเกินไปเถอะครับ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘แบงก์ชาติ’ ชี้เศรษฐกิจไทยเดือน มี.ค. ชะลอตัวลง ขณะที่การผลิตอุตฯ ดีขึ้น
- ส่องดัชนีความเชื่อมั่นอนาคต เศรษฐกิจภูมิภาค ชะลอ ยกเว้นเหนือ-อีสานปรับขึ้นจากภาคเกษตร
- พิษสงครามการค้า-ภาษีสหรัฐ ‘SCB EIC’ ลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้เหลือ 2.2%
ติดตามเราได้ที่