เซวา ปั้นสกินแคร์โสมดำบุกตลาดความงามไทย ตั้งเป้าปี 66 ยอดขาย 400 ล้านบาท
นางสาวเบญจกิติ เมฆแสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทและผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ เซวา ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า ตลาดความงามโดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากอานิสงส์เทรนด์การดูแลสุขภาพและการพัฒนาภาพลักษณ์ส่วนบุคคล
โดยช่วง5 ปีที่ผ่านมา ตลาดสกินแคร์เน้นไปที่ การชะลอวัย(Anti Aging) ทำให้เกิดการแข่งขันและได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นตามกระแสสังคมสูงวัยซึ่งเป็นโกลบอลเทรนด์
ทำให้สินค้าของบริษัทฯ คือ เซวา แอมพูล โสมดำ ได้แรงหนุนการขายไป โดยในช่วง6 เดือนที่ผ่านมาของปี2566 นี้ มียอดขายกว่า800,000 ขวด เติบโตจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนกว่า90 % ตอบโจทย์ปัญหาเรื่องฝ้า ริ้วรอย จุดด่างดำที่เป็นปัญหาส่วนใหญ่ของผู้หญิงไทยและปัญหาอื่น ๆที่ถูกฝังลึก หรือสะสม
สำหรับช่วงครึ่งหลังปี2566 มั่นใจว่าการแข่งขันสกินแคร์ชะลอวัยยังเป็นไปอย่างรุนแรง โดยมาจากสองส่วน ได้แก่
1.แบรนด์จากต่างประเทศเข้ารุกตลาดความงามไทย โซนเอเชียมีรายใหญ่ คือ เกาหลี และญี่ปุ่นฝั่งยุโรป และอเมริกาก็มีหลากหลายแบรนด์ที่เข้ามาทำตลาดในไทยอย่างต่อเนื่อง
2.การแข่งขันจากตลาดความงามแบรนด์ไทยที่ขณะนี้ต่างดึงกำลังซื้อด้วยการใช้กลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีทันสมัยเน้นเรื่องของการใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ และใช้ช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางหลักในการทำตลาด
ทั้งนี้ ในปี2566 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขาย400 ล้านบาท ซึ่งครึ่งปีที่ผ่านมาทำได้แล้วกว่า200 ล้านบาท ในส่วนของผลิตภัณฑ์ยังคงเน้น สกินแคร์บำรุงผิว ที่โดดเด่นเรื่องของโสมเกาหลีผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ น้ำตบโสมเซวาSEWA Insam Essence และ เซรั่ม เซวาSEWA AGE-WHITE SERUN ให้มียอดการจำหน่ายเพิ่มอีกกว่า20 % และผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ เซวา แอมพูลโสมดำ หรือ เซวาโสมดำ และSEWA Golden Ginseng เซวาโสมทองคำ
ด้านการวางจำหน่ายมีการทำการตลาดรุกทุกรูปแบบ ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ รายการTV สื่อOut of Home พ่วงด้วยการใช้Celebrity Marketing ซึ่งเป็นจุดแข็งที่เซวามีมากกว่ารายอื่น ๆรวมทั้งเน้นใช้Influencer ที่มีความน่าเชื่อถือ จากData ที่ทำการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง
ส่วนตลาดที่สำคัญมีตั้งแต่First Jobber อายุ23 ปี ไปจนถึงกลุ่มอายุ60 ปี กลุ่มผู้หญิงรักสวยรักงาม สาวออฟฟิศ ที่ประสบปัญหาในด้านผิวหน้าที่ถูกสะสม/ ฝังลึกมาอย่างยาวนาน รวมถึงสาวกK – Beauty ซึ่งเทรนด์นี้ยังคงมีอิทธิพลต่อคนไทยในระดับสูง